hrกฎหมายกฏหมายแรงงานคลินิกกฎหมายแรงงานฎีกาคดีแรงงานทนายคดีแรงงานนายจ้างลูกจ้างวิทยากรกฎหมายแรงงาน5 ความเข้าใจผิดที่นายจ้างเชื่อกันมานาน แต่กฎหมายแรงงานไม่ได้เป็นอย่างที่คิด EP.1
เมื่อรับปรึกษาคดีแรงงาน สิ่งที่พบอยู่บ่อยไม่ใช่นายจ้างตั้งใจฝ่าฝืนกฎหมาย แต่เป็นการตัดสินใจจาก “ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน” ซึ่งถูกบอกต่อกันมารุ่นแล้วรุ่นเล่า หลายเรื่องฟังดูสมเหตุสมผลจนกลายเป็นแนวปฏิบัติขององค์กร แต่เมื่อข้อพิพาทไปถึงพนักงานตรวจแรงงานหรือศาลแรงงาน กลับพบว่าความเชื่อนั้นไม่ตรงกับหลักกฎหมาย ผลที่ตามมาคือ นายจ้างต้องรับภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่ควรเกิดขึ้น ทั้งที่หากเข้าใจกฎหมายตั้งแต่แรกก็สามารถหลีกเลี่ยงได้ 1. “อยู่ในช่วงทดลองงาน จะเลิกจ้างเมื่อไรก็ได้ ไม่ต้องจ่ายอะไร” นี่เป็นความเข้าใจผิดที่พบมากที่สุด เพราะกฎหมายแรงงานไม่ได้บัญญัติเรื่อง “ทดลองงาน” ไว้เลย สิ่งที่กฎหมายให้ความสำคัญคือการมีสถานะเป็นลูกจ้าง ไม่ใช่การผ่านหรือไม่ผ่านทดลองงาน หากลูกจ้างทำงานครบ 120 วัน แม้ในสัญญาจะยังเรียกว่าอยู่ระหว่างทดลองงาน ก็ยังมีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามกฎหมาย หากนายจ้างเลิกจ้างโดยไม่มีเหตุเลิกจ้างตามมาตรา 119 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ขณะเดียวกัน แม้ลูกจ้างจะยังทำงานไม่ครบ 120 วัน ก็ไม่ได้หมายความว่านายจ้างจะเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายอะไรเสมอไป หากไม่มีความผิดอันเป็นเหตุให้เลิกจ้างได้ทันที และนายจ้างไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้าตามหลักเกณฑ์ของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ นายจ้างก็อาจยังมีหน้าที่ต้องจ่าย ค่าสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ให้แก่ลูกจ้างอีกด้วย และหากเหตุผลในการเลิกจ้างไม่สมควร ก็ยังอาจถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายฐานเลิกจ้างไม่เป็นธรรมได้ ดังนั้น คำว่า “ทดลองงาน” ไม่ใช่พื้นที่ปลอดกฎหมาย และไม่ใช่ข้อยกเว้นที่ทำให้นายจ้างไม่ต้องรับผิดตามกฎหมายแรงงาน 2. “ลูกจ้างเซ็นยินยอมให้หักเงินแล้ว นายจ้างก็หักได้ทุกกรณี” หลายบริษัทให้ลูกจ้างลงลายมือชื่อในเอกสารยินยอมให้หักเงินตั้งแต่วันเริ่มงาน แล้วเข้าใจว่าเมื่อเกิดความเสียหาย ขาดงาน หรือทำงานผิดพลาด ก็สามารถนำเงินเดือนมาหักได้ทันที แต่ความจริง...










