หลายคนเข้าใจว่า เมื่อลูกจ้างยื่นใบลาออกแล้ว หากนายจ้างไม่อนุมัติ การลาออกก็ไม่มีผล หรือถ้านายจ้างไม่พอใจ ก็สามารถบอกให้ลูกจ้างทำงานต่อไปได้
เธอเปิดใจ เปิดสมอง รับรู้เพื่อเข้าใจเสียใหม่นะ!!
การลาออก ไม่ใช่เรื่องที่นายจ้างจะอนุมัติหรือไม่อนุมัติก็ได้ เพราะการลาออกเป็นการแสดงเจตนาเลิกสัญญาจ้างของลูกจ้างฝ่ายเดียว เมื่อหนังสือลาออกไปถึงนายจ้างแล้ว และลูกจ้างกำหนดวันมีผลของการลาออกไว้ชัดเจน การแสดงเจตนานั้นย่อมมีผลตามวันที่กำหนด ไม่ต้องรอให้นายจ้างเซ็นอนุมัติ และนายจ้างก็ไม่มีสิทธิ์บอกว่า “ไม่ให้ลาออก” เพื่อให้การลาออกไม่มีผล เว้นแต่ลูกจ้างจะยินยอมถอนใบลาออกเอง
ยกตัวอย่างจากคำถามนี้ ลูกจ้างยื่นใบลาออกวันที่ 2 มิถุนายน โดยกำหนดให้มีผลวันที่ 1 กรกฎาคม ดังนั้น แม้จะยื่นใบลาออกไปแล้ว แต่สัญญาจ้างก็ยังคงมีผลอยู่จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน ลูกจ้างยังคงมีสถานะเป็นลูกจ้างของบริษัทตามกฎหมาย และสัญญาจ้างจะสิ้นสุดลงในวันที่ 1 กรกฎาคมตามที่ลูกจ้างได้แสดงเจตนาไว้ตั้งแต่แรก
หลายคนอ่านมาถึงตรงนี้ มักจะเข้าใจผิดต่ออีกเรื่องหนึ่งว่า เมื่อยื่นใบลาออกแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามระเบียบของบริษัทอีก เพราะอีกไม่กี่วันก็จะออกอยู่แล้ว
อันนี้ก็เข้าใจผิดเหมือนกัน
ตราบใดที่ยังไม่ถึงวันที่สัญญาจ้างสิ้นสุด ลูกจ้างก็ยังเป็นลูกจ้างของบริษัท ยังมีหน้าที่ต้องมาทำงาน ปฏิบัติตามคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย และปฏิบัติตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานทุกประการ หากฝ่าฝืนระเบียบหรือกระทำผิดวินัย นายจ้างก็ยังมีสิทธิ์ลงโทษทางวินัย หรือหากเป็นความผิดร้ายแรงถึงขั้นมาตรา 119 ก็ยังมีสิทธิ์เลิกจ้างได้ แม้ว่าลูกจ้างจะยื่นใบลาออกไว้แล้วก็ตาม
สำหรับกรณีนี้ นายจ้างมีคำสั่งพักงานตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน คำถามที่ต้องพิจารณาจึงไม่ใช่ว่า “พักงานได้หรือไม่” แต่ต้องดูว่า การพักงานนั้นเป็นการพักงานโดยไม่จ่ายค่าจ้างได้ตามกฎหมายหรือไม่
หากข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือสัญญาจ้างกำหนดไว้ชัดเจนว่า บริษัทมีอำนาจพักงานโดยไม่จ่ายค่าจ้างในกรณีลงโทษทางวินัย และได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด การไม่จ่ายค่าจ้างก็อาจชอบด้วยกฎหมาย
แต่หากข้อบังคับหรือสัญญาจ้าง ไม่ได้กำหนดเรื่องการพักงานโดยไม่จ่ายค่าจ้างไว้ นายจ้างก็ยังมีหน้าที่จ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้างจนถึงวันที่สัญญาจ้างสิ้นสุด แม้จะสั่งไม่ให้ลูกจ้างเข้าปฏิบัติงานก็ตาม เพราะการสั่งไม่ให้เข้าทำงาน ไม่ได้ทำให้หน้าที่ในการจ่ายค่าจ้างสิ้นสุดลงโดยอัตโนมัติ
ดังนั้น หากพิจารณาจากข้อเท็จจริงในคำถามนี้ ลูกจ้างยื่นลาออกวันที่ 2 มิถุนายน ให้มีผลวันที่ 1 กรกฎาคม ลูกจ้างจึงยังคงเป็นลูกจ้างจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน ส่วนคำสั่งพักงานในวันที่ 28 มิถุนายน จะทำให้นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าจ้างหรือไม่ ต้องกลับไปตรวจสอบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานและสัญญาจ้างของบริษัทก่อน ไม่ใช่อาศัยเหตุเพียงว่าลูกจ้างได้ยื่นใบลาออกแล้ว
สรุปให้จำง่าย ๆ การลาออกเป็นการแสดงเจตนาฝ่ายเดียวของลูกจ้าง ไม่ต้องรอนายจ้างอนุมัติ แต่จนกว่าจะถึงวันที่สัญญาจ้างสิ้นสุด ลูกจ้างก็ยังมีทั้งสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาจ้างเหมือนเดิม ขณะเดียวกัน นายจ้างก็ยังมีอำนาจบริหารจัดการและลงโทษทางวินัยได้ภายใต้กรอบของกฎหมาย ไม่ใช่ว่ายื่นใบลาออกแล้ว ทุกอย่างจะสิ้นสุดลงทันที
โดยทนายฝ้าย
คลินิกกฎหมายแรงงาน
ปรึกษามีค่าใช้จ่าย

