hrกฎหมายกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กฏหมายแรงงานคลินิกกฎหมายแรงงานฎีกาคดีแรงงานทนายคดีแรงงานนายจ้างลูกจ้างวิทยากรกฎหมายแรงงานผู้จัดการไม่มีสิทธิ์ได้รับค่าล่วงเวลา จริงหรือ
ประโยคนี้เป็นความเข้าใจที่ผิด และทำให้ทั้งนายจ้างและลูกจ้างเสียสิทธิมาแล้วหลายคดี หลายบริษัทเข้าใจว่า เพียงแต่งตั้งลูกจ้างให้ดำรงตำแหน่ง “ผู้จัดการ” ก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าล่วงเวลาอีกต่อไป ขณะที่ลูกจ้างจำนวนไม่น้อยก็เชื่อว่า เมื่อทำงานเกินเวลาทำงานปกติ ไม่ว่าจะดำรงตำแหน่งใดก็ต้องได้รับค่าล่วงเวลาทุกคน ความจริงแล้ว กฎหมายแรงงานไม่เคยใช้ “ชื่อตำแหน่ง” เป็นเกณฑ์ในการพิจารณา พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 กำหนดให้ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาตาม มาตรา 61 และค่าล่วงเวลาในวันหยุดตาม มาตรา 63 แต่ในขณะเดียวกัน มาตรา 65 (1) ได้กำหนดข้อยกเว้นไว้ว่า ลูกจ้างซึ่งมีอำนาจหน้าที่ทำการแทนนายจ้าง ในเรื่องการจ้าง การให้บำเหน็จ หรือการเลิกจ้าง ไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาหรือค่าล่วงเวลาในวันหยุด เว้นแต่นายจ้างจะตกลงจ่ายให้เป็นกรณีพิเศษ จะเห็นได้ว่า กฎหมายไม่ได้ใช้คำว่า “ผู้จัดการ” เลย แต่ใช้คำว่า “ลูกจ้างซึ่งมีอำนาจหน้าที่ทำการแทนนายจ้าง” ซึ่งหมายความว่า สิ่งที่ศาลพิจารณาไม่ใช่นามบัตรหรือชื่อตำแหน่ง แต่คือ อำนาจหน้าที่ที่แท้จริง ของลูกจ้างคนนั้น ยกตัวอย่างเช่น ผู้จัดการฝ่ายขาย ผู้จัดการคลังสินค้า หรือผู้จัดการฝ่ายบัญชี แม้จะมีลูกน้องจำนวนมาก มีอำนาจควบคุมการทำงาน หรือประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานในสังกัด แต่หากไม่มีอำนาจรับพนักงานเข้าทำงาน อนุมัติการขึ้นเงินเดือนหรือบำเหน็จ และไม่มีอำนาจเลิกจ้างได้ด้วยตนเอง บุคคลดังกล่าวก็ยังมีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาตามกฎหมาย...










