มีประโยคหนึ่งในซีรีส์ที่ฉันชอบมาก พระเอกเป็นคนที่ไม่เคยโมโหใคร ยอมถูกข่มมาตลอด แต่สิ่งแรกที่เขาทำเมื่อถูกลอตเตอรี่กลับเป็นการอนุญาตให้ตัวเองกล้าโกรธคนอื่น
ฟังดูเหมือนเป็นมุก แต่ถ้ามองในมุมพฤติกรรมมนุษย์ มันมีอะไรอยู่ข้างในมากกว่านั้น
เงินไม่ได้ทำให้เขารู้จักความโกรธในวันนั้น เขาโกรธเป็นอยู่แล้ว เพียงแต่ก่อนหน้านั้นเขาอาจไม่มีความมั่นคงมากพอที่จะยอมรับผลที่จะตามมาจากการแสดงความโกรธออกไป เมื่อยังต้องรักษางาน รักษารายได้ รักษาความสัมพันธ์ หรือรักษาความพอใจของคนที่มีอำนาจเหนือกว่า การอดทนจึงอาจไม่ใช่นิสัยเสมอไป บางครั้งมันคือกลไกเอาตัวรอด
เมื่อมีเงินมากพอ ต้นทุนของการพูดว่า “ไม่” ลดลง ต้นทุนของการเดินออกจากสถานการณ์แย่ ๆ ลดลง และความกลัวว่าจะเสียงาน เสียโอกาส หรือเสียความพอใจจากใครบางคนก็ลดลงตามไปด้วย คนคนเดิมจึงดูเหมือนกล้าขึ้น ทั้งที่ความจริงอาจเพียงเริ่มแสดงสิ่งที่เคยต้องเก็บไว้
นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่เงิน ตำแหน่ง และอำนาจมีความสัมพันธ์กับ Soft Skills มากกว่าที่เราคิด เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทดสอบเพียงว่าเราบริหารคนอื่นเก่งแค่ไหน แต่มันทดสอบว่า เมื่อเราไม่จำเป็นต้องยอมแล้ว เราจะเลือกปฏิบัติต่อคนอื่นอย่างไร
คนที่เคยเงียบอาจเริ่มกล้าปฏิเสธ คนที่เคยไม่กล้าตัดสินใจอาจกล้ารับความเสี่ยง คนที่เคยยอมให้คนอื่นล้ำเส้นอาจเริ่มตั้งขอบเขต ทั้งหมดนี้อาจเป็นพัฒนาการที่ดี เพราะความกล้าไม่ใช่การไม่มีความกลัว แต่คือการมีอิสระพอที่จะตัดสินใจโดยไม่ถูกความกลัวควบคุมตลอดเวลา
แต่เรื่องเดียวกันมีอีกด้านหนึ่ง
เงินทำให้คนกล้าขึ้นได้ และบางทีก็ทำให้คนเหี้ยขึ้นได้เหมือนกัน
เพราะเมื่อผลของการกระทำไม่ย้อนกลับมาถึงตัวเราได้ง่าย ความเกรงใจก็อาจลดลงพร้อมกับความกลัว จากเดิมที่เคยฟังคนอื่นเพราะจำเป็นต้องฟัง อาจเริ่มไม่ฟังใคร จากที่เคยสุภาพเพราะต้องพึ่งพากัน อาจเริ่มคิดว่าตัวเองไม่จำเป็นต้องรักษาน้ำใจใคร จากความกล้าแสดงความคิดเห็น อาจค่อย ๆ กลายเป็นความเชื่อว่าความคิดเห็นของตัวเองสำคัญกว่าคนอื่น
ตรงนี้เองที่แยก confidence ออกจาก arrogance และแยกคนที่มี Soft Skills จริงออกจากคนที่เพียงเคยดูเป็นคนมี Soft Skills เพราะสถานการณ์บังคับให้ต้องมี
เราอาจคิดว่าตัวเองเป็นคนถ่อมตัว ทั้งที่จริงเพียงยังไม่มีอำนาจมากพอจะหยิ่ง เราอาจคิดว่าตัวเองรับฟังคนอื่นเก่ง ทั้งที่ยังต้องพึ่งพาคนเหล่านั้น เราอาจคิดว่าตัวเองใจเย็น ทั้งที่ยังไม่มีพื้นที่ปลอดภัยพอจะโกรธ และเราอาจคิดว่าตัวเองเป็นหัวหน้าที่ให้เกียรติคน จนกระทั่งวันหนึ่งไม่มีใครในห้องสามารถขัดเราได้อีกต่อไป
เพราะฉะนั้น การรู้จักตัวเองอาจไม่ได้วัดกันเฉพาะวันที่เราลำบาก วันที่เราต้องอดทน หรือวันที่ไม่มีทางเลือก
บางครั้งต้องดูตัวเองในวันที่ มีเงินพอ มีอำนาจพอ มีตำแหน่งพอ และมีทางเลือกมากพอที่จะไม่ต้องเกรงใจใคร
วันนั้นต่างหากที่ Self-awareness, Emotional Regulation และ Empathy ถูกทดสอบอย่างจริงจัง
เพราะความมั่นคงที่เพิ่มขึ้นควรทำให้เรากล้าปกป้องตัวเองมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องทำให้เราเคารพคนอื่นน้อยลง
Soft Skills ที่แท้จริงจึงอาจไม่ได้วัดจากว่าเราปฏิบัติต่อคนอย่างไรในวันที่เรายังต้องพึ่งเขา แต่อยู่ที่ว่า เมื่อวันหนึ่งเราไม่ต้องพึ่งเขาแล้ว เรายังเลือกปฏิบัติต่อเขาเหมือนเดิมหรือเปล่า
ยิ่งพร อินทร์ศรีชื่น
ทนายความ | วิทยากรด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และภาวะผู้นำ

