Please wait ...

 

เวลาพูดว่า “มาทำงานวันหยุด ได้สามเท่า” ประโยคนี้ได้ยินกันบ่อยมาก จนบางครั้งกลายเป็นความเข้าใจว่า แค่ก้าวเท้าเข้าบริษัทในวันหยุดเมื่อไร ทุกชั่วโมงต้องคูณสามทันที

เดี๋ยวก่อนค่ะ ยังไม่ใช่แบบนั้น

เพราะกฎหมายแยกระหว่าง “ค่าทำงานในวันหยุด” กับ “ค่าล่วงเวลาในวันหยุด” ออกจากกัน และอัตราที่ลูกจ้างได้รับก็ไม่เหมือนกัน ดังนั้น ก่อนหยิบเครื่องคิดเลขขึ้นมากด ต้องดูก่อนว่าชั่วโมงที่กำลังคำนวณนั้นเป็นการทำงานในช่วงเวลาทำงานปกติของวันหยุด หรือเป็นการทำงานที่เกินเวลาทำงานปกติออกไปแล้ว

ถ้าเป็นการทำงานในช่วงเวลาทำงานปกติของวันหยุด เรื่องนั้นเป็น “ค่าทำงานในวันหยุด” ซึ่งต้องไปพิจารณาตามมาตรา 62 ว่าลูกจ้างเป็นผู้มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุดอยู่แล้วหรือไม่ เพราะกฎหมายกำหนดอัตราไว้แตกต่างกัน แต่ถ้าทำงานต่อ เกินเวลาทำงานปกติของวันนั้น ตรงส่วนที่เกินออกมานี่แหละค่ะที่เรียกว่า “ค่าล่วงเวลาในวันหยุด”

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 63 กำหนดว่า เมื่อนายจ้างให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาในวันหยุด นายจ้างต้องจ่ายค่าล่วงเวลาในวันหยุดในอัตรา ไม่น้อยกว่า 3 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงาน ตามจำนวนชั่วโมงที่ทำ หรือตามจำนวนผลงานที่ทำได้สำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงาน

ตรงนี้จึงเป็นที่มาของคำว่า “โอทีวันหยุด 3 เท่า” แต่ต้องจำให้ครบประโยคนะคะว่า สามเท่าสำหรับชั่วโมงที่เป็นการทำงานล่วงเวลาในวันหยุด ไม่ใช่ว่าการทำงานทุกชั่วโมงในวันหยุดจะกลายเป็นสามเท่าทั้งหมด

พอรู้ว่าเป็น 3 เท่าแล้ว คำถามต่อมาก็มักจะมาเหมือนนัดกันไว้ว่า “แล้วพนักงานเงินเดือนคิดยังไง?”

มาตรา 68 ให้สูตรไว้โดยตรงค่ะ สำหรับลูกจ้างที่ได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือน ให้หาอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานโดยนำ ค่าจ้างรายเดือน หารด้วยผลคูณของ 30 กับจำนวนชั่วโมงทำงานในวันทำงานต่อวันโดยเฉลี่ย ไม่ได้เอาจำนวนวันทำงานจริงของเดือนนั้นมาหาร และไม่ได้เปลี่ยนไปตามว่าเดือนนั้นมี 28, 29, 30 หรือ 31 วัน

สมมติลูกจ้างได้รับค่าจ้างเดือนละ 18,000 บาท และมีเวลาทำงานปกติวันละ 8 ชั่วโมง อัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงจึงเท่ากับ

18,000 ÷ (30 × 8) = 75 บาทต่อชั่วโมง

ถ้าลูกจ้างทำงาน ล่วงเวลาในวันหยุด อัตราค่าล่วงเวลาตามมาตรา 63 จะเท่ากับ 75 × 3 = 225 บาทต่อชั่วโมง และถ้าทำล่วงเวลาในวันหยุด 4 ชั่วโมง ก็จะได้รับค่าล่วงเวลาในวันหยุดไม่น้อยกว่า 900 บาท

แต่ขอย้ำอีกครั้งว่า 900 บาทในตัวอย่างนี้คือ ค่าล่วงเวลาสำหรับ 4 ชั่วโมงที่เกินเวลาทำงานปกติในวันหยุด เท่านั้น หากลูกจ้างทำงานในช่วงเวลาทำงานปกติของวันหยุดมาก่อน ชั่วโมงเหล่านั้นต้องแยกไปคำนวณ “ค่าทำงานในวันหยุด” อีกส่วนหนึ่ง ไม่ใช่เอาทุกชั่วโมงมารวมแล้วคูณสามทีเดียว

เรื่องนี้เลยไม่ได้ยากตรงการคูณค่ะ เครื่องคิดเลขทำให้เราได้อยู่แล้ว ยากตรง ต้องรู้ก่อนว่ากำลังคูณเงินประเภทไหน

เวลาตรวจ Payroll จึงอย่าดูเพียงว่า “วันนั้นเป็นวันหยุดหรือเปล่า” แต่ให้ดูต่อว่าลูกจ้างทำงานช่วงไหน เป็นเวลาทำงานปกติหรือเป็นเวลาที่เกินออกไป เพราะคำว่า ค่าทำงานในวันหยุด กับ ค่าล่วงเวลาในวันหยุด ต่างกันคำเดียว แต่พอคำนวณเงินจริง ต่างกันพอสมควรค่ะ

ทนายฝ้าย – ยิ่งพร อินทร์ศรีชื่น

ทนายความและที่ปรึกษาด้านกฎหมายแรงงาน

คลินิกกฎหมายแรงงาน