hrกฎหมายกฏหมายแรงงานคลินิกกฎหมายแรงงานฎีกาคดีแรงงานทนายคดีแรงงานนายจ้างลูกจ้างวิทยากรกฎหมายแรงงานบางครั้งลูกจ้างก็ผิดจริง แต่เอกสารของนายจ้างกลับช่วยเขาไว้
บางครั้งเมื่อฟังข้อเท็จจริงทั้งหมดแล้ว ต้องยอมรับตรง ๆ ว่า ลูกจ้างทำผิดจริง พฤติกรรมบางอย่างก็สร้างปัญหาให้กับองค์กรจริง และในฐานะคนที่ทำงานให้นายจ้าง เราก็อยากหาทางจัดการปัญหาให้ได้ตามที่นายจ้างต้องการ แต่หลายครั้ง สิ่งที่ทำให้ไปต่อไม่ได้กลับไม่ใช่เพราะลูกจ้างไม่ได้ทำผิด หากเป็นเพราะนายจ้างไม่ได้จัดการความผิดนั้นให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น เรื่องที่พบอยู่บ่อยคือ บริษัทเคยออกหนังสือเตือนพนักงานมาแล้ว พอเกิดความผิดครั้งใหม่ก็เข้าใจว่า เมื่อมีหนังสือเตือนอยู่และยังไม่เกินหนึ่งปี หากพนักงานทำผิดอีกครั้งก็สามารถเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 119 (4) ได้ทันที ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น มาตรา 119 (4) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ใช้กับกรณีที่ลูกจ้างฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบ หรือคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม และนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว เว้นแต่เป็นกรณีร้ายแรงซึ่งไม่จำเป็นต้องตักเตือน คำสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “เคยมีหนังสือเตือนหรือไม่” แต่ต้องกลับไปดูด้วยว่า หนังสือเตือนนั้นเตือนเรื่องอะไร และการกระทำครั้งใหม่เป็นการฝ่าฝืนซ้ำในเรื่องที่เคยถูกตักเตือนไว้หรือไม่ แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3657/2557 พิจารณาการกระทำครั้งหลังประกอบกับหนังสือเตือนเดิม โดยให้ความสำคัญกับการที่ลูกจ้างกลับมากระทำผิดในเรื่องที่เคยถูกตักเตือนไว้ มิใช่เพียงข้อเท็จจริงว่าลูกจ้างคนดังกล่าว “เคยได้รับหนังสือเตือน” มาก่อนเท่านั้น นอกจากนี้ ต่อให้เป็นความผิดในเรื่องเดียวกัน ก็ยังต้องตรวจสอบอีกชั้นหนึ่งว่า เอกสารที่บริษัทเรียกว่า “หนังสือเตือน” มีสาระเป็นหนังสือเตือนตามกฎหมายจริงหรือไม่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1120/2544 วางหลักว่า มาตรา 119 (4)...










