กรุณารอสักครู่

 

HomeCategoryกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ Archives - Page 14 of 16 - บริษัท ลีกัล คลินิก แอนด์ เอดดูเคชั่น จำกัด

แม่เคยยกที่ดินให้ เมื่อลูกอกตัญญู แม่ขอถอนการให้ได้!!

แม่เคยยกที่ดินให้ เมื่อลูกอกตัญญู แม่ขอถอนการให้ได้!! วันนี้ช่วง 6 โมงเช้ามีสายของ สหายต่างวัยท่านหนึ่งโทรมาปรึกษาข้อกฎหมาย ก่อนที่จะสอบถามว่าเรื่องราวมันเป็นยังไง แน่นอนว่าต้องบ่นก่อนอยู่แล้ว เพราะว่ามีเรื่องด่วนอะไรถึงต้องโทรมาปรึกษาในยามเช้าขนาดนี้ แต่เมื่อได้ฟังที่มาที่ไปก็เข้าใจว่าทำไมเขาทุกข์ใจ เรื่องราวมีว่า เขามอบที่ดินให้ลูกชาย ยกให้ (ไม่ใช่พินัยกรรมนะ เค้ายังไม่ตาย) ให้ตอนมีชีวิต ต่อมาลูกชายมีภรรยา และภรรยามองว่าอยากมีแค่ พ่อ แม่ ลูก เลยขอให้ตัวพี่ที่มาปรึกษา ซึ่งเป็นแม่ ออกจากที่ดังกล่าว ซึ่งแม่ก็บอกว่าถ้าออกไปก็ไม่มีที่อยู่ พอไม่ออกก็ไม่หยิบยื่นข้าว น้ำ กรณีแบบนี้ พี่เขาจะทำไงได้บ้าง?? ฟังจบสาย ก่อนเข้าข้อกฎหมายอยากจะขอด่าก่อน แต่การด่าไม่ใช่กิจของทนายอ่ะเนอะ เลยเล่าข้อกฎหมายให้ฟังไป แบบนี้ การยกที่ดินให้ ไปไปโอนมาแล้ว จะถอนการให้ไม่ได้ เว้นแต่เหตุผู้รับเนรคุณ ตาม ป.พ.พ.มาตรา 531 (เหตุเนรคุณ มีดังนี้) (1) ถ้าผู้รับได้ประทุษร้ายต่อผู้ให้เป็นความผิดฐานอาญาอย่างร้ายแรง ตามประมวลกฎหมายลักษณะอาญา หรือ(2) ถ้าผู้รับได้ทำให้ผู้ให้เสียชื่อเสียง หรือหมิ่นประมาทผู้ให้อย่างร้ายแรง หรือ(3) ถ้าผู้รับได้บอกปัดไม่ยอมให้สิ่งของจำเป็นเลี้ยงชีวิตแก่ผู้ให้ ในเวลาที่ผู้ให้ยากไร้และผู้รับยังสามารถจะให้ได้” แต่ใช่ว่าจะเรียกคืนได้ทุกกรณี การให้ที่ไม่สามารถที่จะฟ้องขอเพิกถอนคืนการให้ เพราะเหตุเนรคุณ ได้แก่ 1 เมื่อผู้ให้ได้ให้อภัยผู้รับในเหตุประพฤติเนรคุณแล้ว 2 เมื่อผู้ให้ถึงแก่ความตาย โดยไม่ได้ฟ้องคดีไว้ ทายาทจะฟ้องเองไม่ได้ 3 ให้ตอบแทนการทำงาน...

ด่า “ไม่ระบุชื่อ” จะถูกฟ้องหมิ่นประมาทหรือไม่ ?

ด่าไม่ระบุชื่อจะถูกฟ้องหมิ่นประมาทหรือไม่? อันนี้เห็นหลายคนมากบอกต่อกันว่าด่าใครก็ไม่ต้องระบุชื่อซ์ดาเป็นตัวอักษรย่อก็ได้แค่นี้ก็ไม่เป็นหมิ่นประมาทแล้วเพราะไม่ได้เอ่ยชื่อ เตือนไว้ก่อนเลยนะคะเคสแบบนี้ก็ฟ้องกันมาแล้วหลายเคส เพราะแม้จะไม่ได้ระบุชื่อเจาะจงใครเป็นพิเศษ แต่หากมีตัวย่อหรือโพสต์ด้วยประการใดใดก็ตามที่ทำให้บุคคลทั่วไปที่ได้อ่าน หรือได้ฟังเเล้วเข้าใจได้ในทันทีว่าที่โพสไปนั้นหมายถึงใคร แม้ว่าจะไม่ได้ระบุชื่อหรือเอ่ยชื่อบุคคลใดใดก็ตาม โพสต์แบบนี้ถือว่าเข้าข่ายมีความผิดฐานหมิ่นประมาทได้ บางคนเมื่อถูกฟ้องแล้วยังมีการมาบอกว่า “ที่พูดไปก็เรื่องจริงทั้งนั้นจะหมิ่นประมาทได้ยังไง!!” อันนี้อยากให้ดูองค์ประกอบของข้อหานี้นะคะโดยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 ระบุว่า 1. ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม 2. โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง 3. ผู้นั้นกระทำความผิดฐาน หมิ่นประมาท 4. ระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จะเห็นได้ว่าจากองค์ประกอบของกฎหมายไม่ได้บอกเลยว่าเรื่องที่นำมาพูดนั้นจะเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ หากการพูดนั้นทำให้บุคคลนั้นเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นเกลียดชังก็เข้าองค์ประกอบความผิดของฐานนี้แล้วค่ะ ทุกวันนี้ใช้ชีวิตของตัวเองก็ยากพออยู่แล้วอย่าไปคอมเม้นต์ การใช้ชีวิตของใครเลยค่ะโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับหลายหลายคนที่ชอบไปเม้นด่าบุคคลสาธารณะอย่าลืมนะคะว่าแม้เค้าเป็นบุคคลสาธารณะ แต่เค้าไม่ได้ถูกด่าได้โดยสาธารณะ การวิพากษ์วิจารณ์กับการหมิ่นประมาทหรือดูหมิ่นแตกต่างกัน จะโพสต์อะไรคิดดีดีก่อนนะ และสำหรับใครที่มีปัญหาด้านกฎหมายต้องการติดต่อหาทนายความเพื่อดำเนินการใช้สิทธิ์เรียกร้องตามกฏหมาย หรือแม้แต่ขั้นตอนการสืบบุคคล สืบทรัพย์สินก็สามารถติดต่อได้ที่ info@legalclinic.co.th

ข้างบ้านส่งเสียงดังรบกวน มีความผิดตามกฎหมายหรือไม่ ?

เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดยาวนะคะหลายคนก็จะเจอปัญหากับที่ข้างบ้านมีปาร์ตี้เสียงดังจากการสังสรรค์ ขอความร่วมมือก็แล้วบอกดีดีก็แล้ว ก็ยังจะส่งเสียงดังรบกวนในกรณีนี้มีความผิดตามกฏหมายหรือไม่มาฟังกันค่ะ 1. ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 370 ระบุไว้ว่า “ผู้ใดส่งเสียง ทำให้เกิดเสียงหรือกระทำความอื้ออึง โดยไม่มีเหตุอันสมควร จนทำให้ประชาชนตกใจหรือเดือดร้อน ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท” กรณีนี้สามารถไปแจ้งที่สน. ใกล้บ้านได้เลยนะคะ 2. บัญญัติการสาธารณสุข 2535 มาตรา 26 ระบุว่า “ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจห้ามผู้ใดผู้หนึ่งมิให้ก่อเหตุรำคาญ ในที่ หรือทางสาธารณะหรือสถานที่เอกชนรวมทั้งการระงับเหตุรำคาญด้วย ตลอดทั้งการดูแล ปรับปรุง บำรุงรักษา บรรดาถนน ทางบก ทางน้ำ รางระบายน้ำ คู คลอง และสถานที่ต่าง ๆ ในเขตของตนให้ปราศจากเหตุรำคาญในการนี้ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือเพื่อระงับ กำจัด และควบคุมเหตุรำคาญต่าง ๆ ได้ ดังนั้น หากเกิดกรณีข้างบ้านเสียงดังถือเป็นการละเมิดสิทธิผู้อื่นเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่มีอำนาจห้ามไม่ให้ผู้ใดก่อเหตุรำคาญในที่สาธารณะหรือสถานที่เอกชนสามารถเข้ามาระงับกรณีข้างบ้านเปิดเพลงเสียงดังได้ค่ะ 3. ประมวลกฎหมายและพาณิชย์มาตรา 1337 ที่กำหนดให้เจ้าของบ้านที่ได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนรำคาญ มีสิทธิที่จะเรียกร้องค่าเสียหายจากข้างบ้านเปิดเพลงเสียงดังได้ด้วย วันหยุดพักผ่อนเป็นวันที่ทุกคนต่างอยากพักผ่อนนะคะการพักผ่อนของแต่ละคนแตกต่างกันบางคนชอบปาร์ตี้สังสรรค์บางคนเพียงได้พักผ่อนเงียบเงียบอ่านหนังสือจิบกาแฟหรืออยู่กับครอบครัวก็เป็นการพักผ่อนเช่นกันดังนั้นต่างคนควรใช้สิทธิ์ให้อยู่ในขอบเขตไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนจะเป็นการดีที่สุดค่ะ

จอดรถขวางหน้าบ้านคนอื่นผิดกฎหมาย มีโทษทั้งจำทั้งปรับ!!

จอดรถขวางหน้าบ้านคนอื่นผิดกฎหมาย มีโทษทั้งจำทั้งปรับ!! ปัญหาสุดคลาสสิคสำหรับชาวบางกอก เมืองเล็กๆ ที่รถเพียบบบ และเป็นปัญหาที่ตัวแอดมินเองเคยเจอด้วย ในส่วนของแอดมินที่เคยเจอนั้น เพื่อนบ้านบอกว่า “ ก็ไม่เห็นมีรถเข้าออก ขอจอดแปะหน้าบ้านไว้หน่อยจะเป็นไรไปไม่มีน้ำใจเลย” พอเราบอกว่ามันทำไม่ได้ คุณเพื่อนบ้านตัวดีก็ถามเลยว่า “ผิดกฎหมายข้อไหนไม่ทราบ?” วันนี้เลยเป็นโอกาสดีที่จะมาบอกให้ฟังค่ะว่าการกระทำแบบนี้ผิดกฎหมายข้อไหนบ้าง ก่อนอื่นต้องบอกว่าการจอดรถตรงหน้าบ้านคนอื่นหากเป็นการกีดขวางทางเข้าออกนี่ผิดกฎหมายหลายฉบับเลยนะคะเริ่มจากฉบับแรกคือ 1. ผิด พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 55 (6) ที่ระบุไว้ว่า ห้ามมิให้ผู้ขับขี่หยุดรถ * ในช่องเดินรถ เว้นแต่หยุดชิดขอบทางด้านซ้ายของทางเดินรถในกรณีที่ไม่มีช่องเดินรถประจำทาง * บนทางเท้า * บนสะพานหรือในอุโมงค์ * ในทางร่วมทางแยก * ในเขตที่มีเครื่องหมายจราจรห้ามหยุดรถ * ตรงปากทางเข้า-ออกของอาคารหรือทางเดินรถ * ในเขตปลอดภัย * จอดในลักษณะกีดขวางการจราจร – [ ] ผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397 วรรคสอง ฐานก่อความเดือดร้อนรำคาญ มีอัตราโทษจำคุก ไม่เกิน 1 เดือน...

โอนเงินผิดบัญชี หากผู้รับโอนไม่คืน ” มีความผิดฐานยักยอกทรัพย์ “

โอนเงินผิดบัญชี หากผู้รับโอนไม่คืนมีความผิดฐานยักยอกทรัพย์!! ในยุคที่การโอนเงินสะดวกรวดเร็ว ทำได้ง่ายผ่านอุปกรณ์ในมือถือ ก็อาจจะมีข้อเสียคืออาจเกิดความผิดพลาด เช่น โอนผิดคน ใน กรณีนี้ผู้ที่ได้รับโอนเงินไปผิด จะนำเงินไปใช้แล้วบอกว่า ก็โอนผิดเอง ไม่ระวังเอง ไม่คืน คิดแบบนี้เข้าข้อหายักยอกทรัพย์นะคะ ในส่วนของผู้โอนไปผิด ต้องทำอย่างไรนั้น ให้ดำเนินการดังนี้ค่ะ 1. แจ้งความที่สถานีตำรวจ โดยนำหลักฐานการโอนเงิน วันเวลา จำนวนเงิน ชื่อ-เลขบัญชี เลขประจำตัวประชาชน เบอร์โทร (ผู้โอน และ ผู้ที่รับโอนไปผิด) 2. ติดต่อธนาคาร บัญชีที่เราโอนผิด เพื่อแจ้งปัญหาและสอบถามวิธีการขอคืนเงิน และให้ธนาคารติดต่อไปยังผู้รับโอนให้ทำการคืนเงินกลับมา หรืออนุญาตให้ธนาคารดึงเงินในบัญชีกลับไป ซึ่งธนาคารไม่สามารถ ดึงเงินจากบัญชีผู้รับโอนโดยพลการได้ ต้องได้รับความยินยอมจากผู้รับโอนปลายทางก่อน 3. ถ้าผู้รับโอนตกลงคืนเงินที่โอนไปผิด ธนาคารก็จะดำเนินการโอนเงินจำนวนนั้นคืนให้แก่ผู้โอน 4. หากผู้รับโอนไม่ยอมคืนเงิน ผู้โอนจะต้องแจ้งความดำเนินคดีฐานยักยอกทรัพย์ ซึ่งมีโทษจำคุก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 ซึ่งบัญญัติว่า “ผู้ใดครอบครองทรัพย์ซึ่งเป็นของผู้อื่นหรือซึ่งผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย เบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือบุคคลที่สามโดยทุจริต ผู้นั้นกระทำความผิดฐานยักยอกทรัพย์ …” ความผิดฐานนี้มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี...

ตั้งผู้จัดการมรดกใช้เอกสารอะไรบ้าง ?

ตั้งผู้จัดการมรดกใช้เอกสารอะไรบ้าง ก่อนอื่นต้องทราบว่า ผู้จัดการมรดกมีสิทธิและหน้าที่ในการจัดการมรดก โดยมีหน้าที่รวบรวมทรัพย์มรดก เพื่อแบ่งให้ทายาทโดยธรรม หรือผู้รับพินัยกรรม ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มารตรา 1719 ไม่ได้หมายความถึงคนไหนเป็นผู้จัดการมรดก คนนั้นได้ทรัพย์มรดกทั้งหมด อันนั้นเป็นความเข้าใจผิดใหญ่หลวงเลยทีเดียว ผู้จัดการมรดกคนไหน ไม่แบ่งให้ทายาทแล้วไปโอนเป็นชื่อตัวเอง อาจเข้าฐานยักยอกทรัพย์มรดก (คำพิพากษาฎีกาที่ 6429/2562) ส่วนเอกสาร ที่ใช้ประกอบ ในการยื่นคำร้องในการเป็นผู้จัดการมรดก มีดังนี้ 1. สำเนาใบมรณบัตรของผู้ตาย 2. สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ตาย 3. สำเนา บัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก 4. บัญชีเครือญาติ (สามารถดาวโหลด หรือหาตัวอย่างได้จาก google) 5. สำเนาใบมรณบัตรของบิดามารดาของผู้ตาย 6. สำเนาทะเบียนสมรส/หรือทะเบียนการหย่าของผู้ตาย (ถ้ามี) 7. สูติบัตรของบุตรของผู้ตาย 8. พินัยกรรม ของ ผู้ตาย (ถ้ามี) 9. หนังสือ ให้ความยินยอม ในการร้องขอจัดการมรดก (สามารถดาวโหลด หรือหาตัวอย่างได้จาก google) รวมถึงสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน+ ทะเบียนบ้านของผู้ให้ความยินยอมทุกคน 10. เอกสารเกี่ยวกับทรัพย์มรดก...

ให้กู้ยืมเงิน แต่ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ ฟ้องคดีได้หรือไม่?

ให้กู้ยืมเงิน แต่ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ ฟ้องคดีได้หรือไม่ เอาหลักกฎหมายก่อนเนอะ หลักกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 กำหนดว่า กู้ยืมเงินกว่า 2,000 ขึ้นไปนั้น ถ้าไม่มีหลักฐานการกู้ยืมเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ จะฟ้องร้องไม่ได้ “ แต่ “ ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวล้ำแบบนี้ เงินเฟ้อขนาดนี้ บางทียืมหลักพันไม่มีใครมานั่งเซนสัญญา จึงเกิดเป็นความสงสัยว่าแล้วแบบนี้จะเอาหลักฐานอะไรไปฟ้อง?? ใครคิดแบบนี้อยู่ไม่ต้องกังวล เพราะพรบ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มาตรา 8 กำหนดว่า “รณีที่กฎหมายกําหนดให้การใดต้องทํา เป็นหนังสือ มีหลักฐานเป็นหนังสือ หรือมีเอกสารมาแสดง ถ้าได้มีการจัดทําข้อความขึ้นเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถเข้าถึง และนํากลับมาใช้ได้โดยความหมายไม่เปลี่ยนแปลง ให้ถือว่าข้อความนั้นได้ทําเป็นหนังสือ มีหลักฐานเป็นหนังสือ หรือมีเอกสารมาแสดงแล้ว” ดังนั้นหากท่านมีหลักฐาน ข้อความสนทนา การคุยกู้ยืม สลิปการโอน ก็สามารถฟ้องคดีได้เช่นกันค่ะ และสำหรับใครที่มีปัญหาด้านกฎหมายต้องการติดต่อหาทนายความเพื่อดำเนินการใช้สิทธิ์เรียกร้องตามกฏหมาย หรือแม้แต่ขั้นตอนการสืบบุคคล สืบทรัพย์สินก็สามารถติดต่อได้ที่ info@legalclinic.co.th #ที่ปรึกษากฎหมาย #กู้ #กู้เงิน #หนี้สิน #ฟ้อง #ทนายความ #หนี้ #ฟ้องร้อง #สืบทรัพย์ #สืบก่อนแต่ง...

เจ้าหนี้ต้องรู้ โพสประจานลูกหนี้มีสิทธิถูกปรับหลักแสน!!

เจ้าหนี้ต้องรู้ โพสประจานลูกหนี้มีสิทธิถูกปรับหลักแสน!! อ่านแค่หัวเรื่องก็ร้องโอ้ยยยย กันแล้ว ทำไมจะด่า จะประจานคนที่ยืมเงินแต่ไม่คืนเงินไม่ได้ ไม่เข้าใจเลย เรื่องนี้ หลักกฎหมายอธิบายไว้แบบนี้ค่ะ แม้จะยืมจริง ไม่คืนจริง แถมใช้ชีวิตหรูหรา แต่หากเจ้าหนี้ โพสประจานโดยระบุตัลุกหนี้ชัดเจน เผลอๆโพสยันหลักฐานยืนยันข้อเท็จจริง และข้อความที่โพสทำให้ลูกหนี้เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง แม้เป็นเรื่องจริง ก็อาจจะมีความผิดฐานหมิ่นประมาท และหนักไปกว่านั้น ถ้าการโพสต์ข้อความใน socail ที่มีเข้าถึงได้เป็นจำนวนมาก ก็อาจมีความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326 และ 328 มีโทษจำคุกไม่เกินสองปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท อ่านมาถึงตรงนี้อาจคิดว่าไม่เป็นธรรมกับคนให้กู้เลย อันนี้เจ้าหนี้ต้องคิดให้ดีไม่ใช่แค่ก่อนโพส แต่ต้องคิดก่อนให้ใครกู้หรือหยิบยืมด้วย ว่าเค้ามีความสามารถในการชำระหรือไม่ คิดง่ายๆเอ็นดูเขา เอ็นเราขาดนะคะ และสำหรับใครที่มีปัญหาด้านกฎหมายต้องการติดต่อหาทนายความเพื่อดำเนินการใช้สิทธิ์เรียกร้องตามกฏหมาย หรือแม้แต่ขั้นตอนการสืบบุคคล สืบทรัพย์สินก็สามารถติดต่อได้ที่ info@legalclinic.co.th

ฟ้องชู้ต้องใช้หลักฐานอะไรบ้าง ?

ฟ้องชู้ต้องใช้หลักฐานอะไรบ้าง ? ก่อนอื่นเลยจะฟ้องชู้ได้ สิ่งที่ต้องมีคือ “ทะเบียนสมรส” หลายคนถามมาว่า ไม่ได้จดทะเบียนสมรส แต่มีรูปถ่ายงานแต่งนะคะ ลูกเต้าด้วยกันก็มีหมด ซึ่งส่วนนี้ต้องชี้แจงก่อนว่า การที่จะเป็นสมีภรรยากันแบบที่ให้ฟ้องได้ ต้องมีผลผูกพันทางทะเบียน มีกฎหมายรับรองเท่านั้น ส่วนใครที่มีทะเบียนสมรสแล้วอยากฟ้องชู้ สิ่งที่ต้องเตรียมมีดังนี้ 1.ใบสำคัญการสมรส ภาพถ่ายงานแต่ง ความสัมพันธ์หวานชื่นก่ออนมีชู้ 2.ใบสูติบัตร หากมีบุตร (หลักฐานค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบุตรให้เอามาด้วย) 3.พยานภาพถ่าย ภาพเคลื่อนไหว คลิปเสียง หรือข้อความที่แสดงว่า สามี หรือภรรยา ของท่านได้มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับบุคคลนั้นว่าเปิดเผยอย่างไร แค่ไหน นานแค่ไหน 4.พยานหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าชู้ ได้รู้อยู่แล้วว่าฝ่ายชายหรือฝ่ายหญิงที่ตนคบชู้หรือล่วงเกินนั้นมีครอบครัวอยู่แล้ว 5.วุฒิการศึกษา สลิปเงินเดือน หรือหลักฐานอื่นที่แสดงรายได้ 6.หลักฐานที่แสดงฐานะทางสังคม เช่น หากเป็นผู้นำชุมชน เป็นผู้นำกิจกรรม เป็นบุคคลผู้มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จัก ก้ให้นำมาด้วย ส่วนจะได้เท่าไหร่นั้นศาลจะพิจารณา “ตามสมควรแห่งพฤติการแห่งคดี” ซึ่งพอบอกแบบนี้หลายคนร้องโอ้ยยยย พฤติการแห่งคดี คืออะไรก่อน อย่าเพิ่งโอ้ย..เดี่ยวเล่าให้ฟัง ตามสมควรแห่งพฤติการแห่งคดี ในที่นี้หมายถึง ฐานะทางสังคม หน้าที่การงาน เงินเดือน การศึกษา ชื่อเสียง...

ผ่อนรถไม่ไหว คืนไปแล้ว แต่ทำไมยังถูกฟ้อง ?

ผ่อนรถไม่ไหว คืนไปแล้ว แต่ทำไมยังถูกฟ้อง เห็นพูดมาหลายคนว่า ถ้าผ่อนไม่ไหวคืนก่อนเลยก่อนไฟแนนซ์มายึด เท่านั้นก็จบ !! . . ไม่ใช่แน่นอน เพราะหลักการคือ ไฟแนนซ์ให้ยืมเงินไปซื้อรถแล้วผ่อนคืน โดยมีรถที่เราขับขี่นั่นแหละค้ำเอาไว้ พอเราไม่สามารถผ่นได้ตามที่ตกลงกัน ไม่ว่าไฟแนนซ์ก็เอารถคืนกลับไป หรือเราเอารถไปคืนที่ไฟแนนซ์เอง ไฟแนนซ์ก็จะรับไว้ จากนั้นก็ทำการขายทอดตลาด เมื่อขายได้เท่าไหร่ก็หักลบหนี้ที่มีตามสัญญาเช่าซื้อ ขาดเท่าไหร่ก็เป็นส่วนต่างความเสียหายที่เกิดกับไฟแนนซ์ ไฟแนนซ์จึงมีสิทธิฟ้องแน่นอน แต่หลายๆครั้งที่ไฟแนนซ์ แพ้ในคดีเรียกค่าส่วนต่างเพราะอะไร เพราะในการขายทอดตลาด ไฟแนนซ์จะต้องประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา ซึ่งมี 2 ข้อ หลักๆ คือ 1.ต้องแจ้งล่วงหน้าให้ผู้เช่าซื้อและผู้ค้ำประกัน(ถ้ามี) เป็นหนังสือไม่น้อยกว่า 7 วัน 2.ขายโดยวิธีประมูล หรือขายทอดตลาดที่เหมาะสม ซึ่งหากไฟแนนซ์ปฎิบัติไม่ถูกต้อง หรือ หากขาดข้อใดข้อหนึ่ง ถือว่าเป็นการขายทอดตลาดที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายผู้เช่าซื้อจึงจะไม่ต้องจ่ายค่าส่วนต่างของหนี้ที่เหลืออยู่ แต่ในทางกลับกัน ถ้าไฟแนนซ์ทำครบแล้วขั้นตอนแล้ว โอกาสที่ชนะคดีและผู้ช่าซื้อจะต้องจ่ายส่วนต่างก็มีสูง คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 31/2560 “การเรียกค่าขายรถที่เช่าซื้อไปแล้วขาดทุนนั้นคดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าจำเลยทั้งสองต้องร่วมรับผิดในค่าขาดราคาหรือไม่ เพียงใด โดยศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงยุติว่า 1 โจทก์ไม่ได้แจ้งการประมูลรถยนต์ที่เช่าซื้อให้จำเลยทั้งสองทราบ และ 2 โจทก์ไม่ได้นำพยานมาสืบให้ได้ความว่า...