กรุณารอสักครู่

 

HomeCategoryกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ Archives - Page 13 of 16 - บริษัท ลีกัล คลินิก แอนด์ เอดดูเคชั่น จำกัด

ทำสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ 3 ปี หลายฉบับ  นับระยะเวลาต่อเนื่องกัน ผลเป็นอย่างไร ?

ทำสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ 3 ปี หลายฉบับ นับระยะเวลาต่อเนื่องกัน ผลเป็นอย่างไร ? สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ เช่น สัญญาเช่าที่ดิน สัญญาเช่าบ้าน หรือสัญญาเช่าคอนโด การทำสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์อาจแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ 1. สัญญาเช่าที่มีกำหนดระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี – ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่จะต้องรับผิดไว้เป็นสำคัญ 2. สัญญาเช่าที่มีกำหนดระยะเวลาเกิน 3 ปี – คู่สัญญาจะต้องไปจดทะเบียนการเช่า ณ สำนักงานที่ดินซึ่งอสังหาริมทรัพย์นั้นตั้งอยู่ในเขต หากมีเพียงสัญญาที่ทำขึ้นกันเอง จะถือว่าสัญญาเช่ามีผลใช้บังคับได้เพียง 3 ปี เท่านั้น การที่คู่สัญญาทำสัญญาเช่ากันเอง ฉบับละ 3 ปี หลายฉบับ นับระยะเวลาติดต่อกัน โดยไม่นำไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จะมีผลอย่างไร ? ตอบ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การกระทำดังกล่าว เป็นการจงใจหลีกเลี่ยงกฎหมาย ดังนั้นสัญญาเช่ามีผลใช้บังคับได้เพียง 3 ปีแรกเท่านั้น หากพ้นระยะเวลา 3 ปีแรกไปแล้ว คู่สัญญาจะฟ้องร้องบังคับกันไม่ได้...

บิดาเสียชีวิตแล้วก็ขอรับรองบุตรได้!!

บิดาเสียชีวิตแล้วก็ขอรับรองบุตรได้!! สำหรับกรณีที่บิดาเสียชีวิตแล้ว วิธีการขอรับรองบุตรทำได้ แต่ต้องดำเนินคดี อย่างคดีไม่มีข้อพิพาท คือ เริ่มคดีโดยยื่นคำร้องขอต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 188(1) ตัวอย่างจากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8504/2544 การฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1555 หากบิดามีชีวิตอยู่ต้องดำเนินคดีอย่างคดีมีข้อพิพาทคือฟ้องบิดาโดยทำเป็นคำฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 แต่ถ้าบิดาถึงแก่ความตายไปแล้วต้องดำเนินคดีอย่างคดีไม่มีข้อพิพาทคือเริ่มคดีโดยยื่นคำร้องขอต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 188(1) ดังนั้น เมื่อผู้ตายซึ่งเป็นบิดาได้ถึงแก่ความตายไปแล้ว โจทก์จึงต้องดำเนินคดีอย่างคดีไม่มีข้อพิพาท ส่วนบทบัญญัติมาตรา 1558 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เป็นเรื่องเกี่ยวกับสิทธิที่จะได้รับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรมซึ่งเป็นผลตามมาจากการที่ร้องขอให้ศาลพิพากษาเป็นบุตร มิใช่บทบัญญัติที่ให้อำนาจโจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะทายาทผู้ตายเพื่อให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย

ยึดทรัพย์บังคับคดี คืออะไร ?

ยึดทรัพย์บังคับคดี คืออะไร ?? หลายครั้งที่เราไปฟ้องคดีแม้จะชนะคดีแล้วถ้าลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ แต่ไม่ได้ทำอะไรต่อเหมือนว่าได้เพียงกระดาษเปล่า ดังนั้นต้องไปดำเนินการขั้นตอนหนึ่งเพื่อให้ ได้มาซึ่งทรัพย์สินของลูกหนี้นั้นเรี่ยวขั้นตอนของการยึดทรัพย์บังคับคดี เดี๋ยววันนี้จะมาเล่าให้ฟังว่าการยึดทรัพย์บังคับคดีคืออะไร ไปฟังกัน.. เมื่อเราไปฟ้องคดีแล้วคดีเสร็จสิ้น ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้หรือชำระเงินและได้ส่งคำบังคับให้แก่กลายเป็นลูกหนี้ปฎิบัติตามภายในกำหนดเวลาที่ระบุไว้ ลูกหนี้ก็ต้องนำเงินไปวางที่ศาลเพื่อทำตามคำพิพากษา หากลูกหนี้ไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ เจ้าหนี้จะต้องดำเนินการขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีเพื่อยึดทรัพย์สินของลูกหนี้ โดยเมื่อได้หมายบังคับคดีถูกส่งไปยังกรมบังคับคดี เจ้าหนี้มีหน้าที่จะต้องไปตั้งเรื่องต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี กรมบังคับ เพื่อให้ทำการยึดและการอายัดของลูกหนี้นำทรัพย์สินออกขายทอดตลาดแล้วนำเงินมาชำระให้เจ้าหนี้ ส่วนทรัพย์สินอะไรที่เจ้าพนักงานบังคับคดีมีสิทธิยึดอายัดได้ ติดตามได้ตามโพสต์ต่อไปนะคะ

ถ้าจะร้องขอถอนผู้จัดการมรดก !!! ผู้มีส่วนได้เสียคนใดคนหนึ่งจะต้องร้องขอก่อนที่การแบ่งปันทรัพย์มรดกเสร็จสิ้นลง!!

ถ้าจะร้องขอถอนผู้จัดการมรดก !!! ผู้มีส่วนได้เสียคนใดคนหนึ่งจะต้องร้องขอก่อนที่การแบ่งปันทรัพย์มรดกเสร็จสิ้นลง!! คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2150/2561 การร้องขอศาลสั่งถอนผู้จัดการมรดกตามป.พ.พ. มาตรา 1727 วรรค 1 ผู้มีส่วนได้เสียคนหนึ่งคนใดต้องร้องขอเสียก่อนที่การแบ่งปันทรัพย์มรดกเสร็จสิ้นลง เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าผู้ร้องได้ปันทรัพย์มรดกทั้งหมดแล้ว โดยไม่มีทรัพย์มรดกของผู้ตายหลงเหลือให้จัดการเองต่อไป จึงถือได้ว่าผู้ร้องในฐานะผู้จัดการมรดกได้จัดการมรดกเสร็จสิ้นแล้ว และผู้คัดค้านจะอ้างว่าผู้ร้องยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกโดยมีเจตนาทุจริตปกปิดผู้คัดค้านและบุตรซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมของผู้ตาย ทั้งได้โอนทรัพย์มรดกให้แก่ผู้ไม่มีสิทธิ์ หรือมีเหตุผลตามกฎหมายอันเป็นเท็จในการร้องขอถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกได้ก็ตาม ก็ไม่อาจถือได้ว่าการปันมรดกรายดังกล่าวยังไม่เสร็จสิ้น การที่ผู้คัดค้านยื่นคำร้องขอถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกภายหลังการปันทรัพย์มรดกเสร็จสิ้นแล้ว ย่อมต้องห้ามตามบทบัญญัติดังกล่าว

คู่สัญญาเป็นนิติบุคคลต่างประเทศจะยื่นฟ้องที่ไหนดี

คู่สัญญาเป็นนิติบุคคลต่างประเทศจะยื่นฟ้องที่ไหนดี อ่านโพสนี้!! …การฟ้องคู่สัญญาที่เป็นนิติบุคคลต่างประเทศเป็นจำเลยให้รับผิดในข้อหาผิดสัญญาสามารถยื่นฟ้องต่อศาลไทยที่มูลคดีเกิด กล่าวคือ ผิดสัญญาที่ไหนก็ฟ้องที่ศาลนั้น ต้องดูในข้อสัญญาต่อไปว่ามีข้อตกลงว่าถ้ามีกรณีพิพาทให้ไปดำเนินการในชั้นอนุญาโตตุลาการหรือไม่ โดยให้ถือเอาสำนักทำการที่ประกอบกิจการภายในประเทศไทยเป็นภูมิลำเนาในการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้กับจำเลย ที่สำคัญ ถ้าจำเลยมีสิทธิเรียกร้องใดๆ กับบุคคลภายนอกอื่นภายในประเทศ สิ่งที่ต้องทำ คือ ขอคุ้มครองชั่วคราว โดยยื่นพร้อมฟ้องหรือก่อนศาลมีคำพิพากษา ให้อายัดสิทธิเรียกร้องดังกล่าวไว้ก่อน เพื่อง่ายต่อการบังคับชำระหนี้ต่อไป…

“หมิ่นประมาท” คืออะไร ความผิดแบบไหนเข้าหมิ่นประมาณ

กลายเป็นคำติดปากไปแล้วกับการบอกว่า “เดี๋ยวจะฟ้องหมิ่นประมาท” ทั้งๆที่บางความผิดไม่เข้าองค์ประกอบของการหมิ่นประมาทด้วยซ้ำ วันนี้เลยจะนำมาแชร์ว่าความผิดหมิ่นประมาทต้องประกอบไปด้วยอะไรบ้าง ? “หมิ่นประมาท” คือ การใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง -การใส่ความ ข้อความที่กล่าวแม้จะเกิดจากการตอบคำถามผู้อื่น ก็เป็นการใส่ความแล้ว ผิดฐานหมิ่นประมาทได้ -การใส่ความ ต้องเป็นการยืนยันข้อเท็จจริง จะเป็นความจริงหรือความเท็จก็ได้ การกล่าวข้อความที่ได้รับบอกเล่ามา เป็นการยืนยันข้อเท็จจริง -สำหรับข้อความจะเป็นหมิ่นประมาทหรือไม่ ต้องพิจารณาตามความรู้ของวิญญูชนทั่วๆ ไป มิใช่ความรู้สึกของผู้ถูกดูหมิ่นแต่ฝ่ายเดียว -การแจ้งความเท็จว่ามีการกระทำความผิดอาญาเกิดขึ้น เพื่อแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษ นอกจากเป็นความผิดฐานแจ้งความเท็จ ยังเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วย -การใส่ความนั้น ต้องมีการระบุตัวผู้อื่นที่ถูกใส่ความว่าเป็นใคร หรือเป็นที่เข้าใจได้ว่าหมายถึงบุคคลใด -ความผิดฐานหมิ่นประมาทต้องเป็นการเจตนาใส่ความต่อบุคคลที่สาม “หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา “หมายถึง การกระทำใดๆ ที่ทำให้ข้อเท็จจริงนั้นแพร่หลายไปยังบุคคลภายนอกในลักษณะวงกว้าง และเป็นความผิดสำเร็จทันทีที่มีการจำหน่ายหนังสือพิมพ์ หรือโพสต์ข้อความลงในเฟสบุ๊ค นั้น

แอบอัดเสียงไว้ก็ใช้เป็นพยานในชั้นศาลได้ !!

แอบอัดเสียงไว้ก็ใช้เป็นพยานในชั้นศาลได้!! หลายคนคงเคยได้ยิน หรือเข้าใจว่าการแอบบันทึกเทป บันทึกภาพเคลื่อนไหว หรือบันทึกเสียงในขณะที่มีการสนทนากัน โดยที่อีกฝ่ายไม่รู้นั้น เป็นการแสวงหาพยานหลักฐานโดยมิชอบ และนำไปใช้ในศาลไม่ได้ แต่อีกหลายคนที่เคยขึ้นศาลกลับบอกว่าได้สิ!! ฉันก็เคยใช้มาก่อน!! ซึ่งเป็นประเด็นที่น่า สนใจว่าสรุป การแอบบันทึกเทปภาพเคลื่อนไหวในขณะที่มีการสนทนากัน สามารถใช้เป็นประเด็นในชั้นศาลได้หรือไม่ FINDMYLAWYER​ ขอไขข้อข้องใจแบบนี้ค่ะ กฎหมาย ป.วิ.อ. มาตรา 226​ กำหนดว่า ห้ามศาลรับฟัง การแอบบันทึกเทปหรือภาพเคลื่อนไหวในขณะที่มีการสนทนากันจริง!! แต่การห้ามดังกล่าว ห้ามนำมาใช้บังคับเฉพาะกรณีเจ้าพนักงานของรัฐที่แอบบันทึกเทป บันทึกภาพเคลื่อนไหว หรือบันทึกเสียงเท่านั้น ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันมิให้เจ้าพนักงานของรัฐใช้วิธีการแสวงหาพยานหลักฐานโดยมิชอบนั่นเอง ( แต่ก็มีข้อยกเว้นนะ ต่อให้เจ้าหน้าที่รัฐแอบบันทึกเทปบันทึกภาพเคลื่อนไหวจริง แต่หากศาลมองว่า หลักฐานนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อการอำนวยความยุติธรรมมากกว่าผลเสีย ก็สามารถนำหลักฐานมาใช้ได้)​ ส่วนที่ประชาชนแอบบันทึกภาพ บันทึกภาพเคลื่อนไหวและเสียง หรือบันทึกเสียงอย่างเดียว ประชาชนยังสามารถนำมาใช้เป็นพยานหลักฐานในศาลได้ ไม่ถือว่าเป็นการแสวงหาพยานหลักฐานโดยไม่ชอบ ติดต่องาน Info@legalclinic.co.th #Findmylawyer #แอบอัดเสียง #อัดเสียง #พยาน

เพื่อนยืมเงินไปแล้วไม่คืน ไปแจ้งความตำรวจก็ไม่รับแจ้งความ แบบนี้ทำยังไงดี??

เพื่อนยืมเงินไปแล้วไม่คืน ไปแจ้งความตำรวจก็ไม่รับแจ้งความแบบนี้ทำยังไงดี?? หลายๆคนอาจจะยังเข้าใจผิดกันอยู่ ว่าให้ยืมเงินแล้วพอลูกหนี้ไม่คืนนั้นเราจะสามารถไปแจ้งความให้ตำรวจดำเนินคดีได้ แต่เนื่องจากนิติกรรมสัญญาการกู้ยืม เป็นการตกลงระหว่างคู่สัญญาในทางแพ่ง โดยหลักกฎหมายแพ่งแล้วคู่สัญญาจะตกลงกันอย่างไรก็ได้เท่าที่ไม่เป็นการฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน เป็นคดีแพ่ง คือ การโต้แย้งกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลและทรัพย์สิน โดยมุ่งหมายให้จำเลยชำระเงิน ซึ่งกฎหมายกำหนดให้เจ้าหนี้ต้องใช้สิทธิฟ้องร้องทางศาลเอง (ในกรณีนี้จะเป็นการให้ยืมเงินกันเอง ไม่ใช่ในกรณีเจ้าหนี้นอกระบบ หรือ สถาบันการเงิน) ทั้งนี้ การฟ้องร้องคดีกู้ยืมเงิน ต้องมีหลักฐาน โดยทนายฝ้ายได้เคยอธิบายเกี่ยวกับสัญญากู้ยืมเงินไปแล้วในโพสก่อน แต่จะมาขอเน้น ในส่วนของหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ การตกลงขอยืมกันผ่านทางไลน์ ทางแชท หรือทางอีเมล์ ที่มีการพูดโต้ตอบกัน มีการโอนเงินไปให้ ก็สามารถถือเป็นหลักฐาน ในการกู้ยืมเงินฟ้องร้องได้ เพราะถือว่าเป็นการลงมือชื่อทางอิเล็กทรอนิกส์เรียบร้อยแล้ว โดยมีข้อความครบถ้วนว่า ยืมเงินเป็นจำนวนเท่าใด จะใช้คืนเมื่อไหร่ ก็เพียงพอแล้วที่จะเป็นหลักฐานการกู้ยืม โดยกฎหมายให้ถือเอาชื่อ Facebook เป็นการลงลายมือชื่อของผู้ยืมด้วย โดยนำพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มาใช้บังคับค่ะ

รถหายในระหว่างผ่อน ไม่ต้องส่งต่อ!!

รถหายในระหว่างผ่อน ไม่ต้องส่งต่อ!! คงเป็นปัญหาที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นกับตัวเองใช่มั้ยคะ เพราะกว่าจะดาวน์รถกว่าจะผ่อนมาแต่ละงวดเลือดตาแทบกระเด็นเลยทีเดียว แต่เรื่องแบบนี้ก็เกิดขึ้นมานับครั้งไม่ถ้วนไม่ว่าจะเป็นการโจรกรรมหรือความประมาทของเจ้าของรถเอง และขอเรื่องดังกล่าวเคยเกิดขึ้น วันนี้จึงหยิบยกข้อกฎหมายมาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับ กรณีที่รถหายในระหว่างผ่อน ว่าเรายังมีสิทธิหน้าที่อย่างไร ถ้าการสูญหายนั้น ไม่ได้เกิดจากความประมาทเลินเล่อของผู้เช่าซื้อ เมื่อทรัพย์สินที่เช่าซื้อสูญหาย สัญญาเช่าซื้อย่อมระงับไป ผู้เช่าซื้อไม่ต้องรับผิดชอบในการชำระค่าเช่าซื้ออีกต่อไป​ พูดง่ายๆก็คือ ถ้าพิสูจน์ได้ว่าไม่ได้ประมาทแต่ยังหายอีกก็ไม่ต้องผ่อนต่อ (ฎีกา2772 / 2560) แต่อีกในกรณีหนึ่งตรงข้ามกันเลย คือการสูญหายหรือถูกโจรกรรม เกิดจากความประมาทเลินเล่อของเจ้าของรถเอง​ เข่น สตาทรถทิ้งไว้ แล้วลงไปซื้อของ กรณีแบบนี้ประมาทความเลินเล่อของเจ้าของรถเอง ผู้รับประกันภัยไม่ต้องรับผิดตามสัญญาประกันภัยต่อเจ้าของรถแต่อย่างใด (ฎีกา1305/2559) อ่านมาถึงตรงนี้ นอกจากจะมีข้อกฎหมายให้เพื่อนๆได้อัพเดทแล้วก็อยากให้ระมัดระวังในการใช้ชีวิตกันให้มากขึ้นด้วยนะคะ ติดต่องาน Info@legalclinic.co.th #Findmylawyer

แสดงความเห็นยังไงไม่ให้ถูกฟ้องหมิ่นประมาท ในปัจจุบันมีตัวอย่างให้เห็นมากมายกับการคอมเม้นต์แสดงความคิดเห็น บางคนก็ไปว่าให้เขาเสียหายทั้งทั้งที่ไม่รู้ข้อเท็จจริง ว่ากันสนุกปาก บางคนก็ถูกฟ้องมาแล้วก็เข็ดหลาบแต่บางคนมันก็อดไม่ได้จริงๆ จึงเกิดเป็นข้อสงสัยมาว่าเราต้องคอมเม้นต์แบบไหนล่ะถึงจะไม่เข้าข่ายหมิ่นประมาท โพสต์นี้มีคำตอบมาลองอ่านนะ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 ผู้ใดแสดงความคิดเห็นหรือข้อความใดโดยสุจริต (1) เพื่อความชอบธรรม ป้องกันตนหรือป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม (2) ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติการตามหน้าที่ (3) ติชม ด้วยความเป็นธรรม ซึ่งบุคคลหรือสิ่งใดอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ หรือ (4) ในการแจ้งข่าวด้วยความเป็นธรรม เรื่องการดำเนินการอันเปิดเผยในศาลหรือในการประชุม ผู้นั้นไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท เช่น คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3546/2558 ข่าวเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเรื่องการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและมีการออกโฉนดที่ดินทับซ้อนพื้นที่สวนป่าเป็นข่าวที่สังคมให้ความสนใจเพราะมีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของทุกคนในสังคม และข้อเท็จจริงตามที่จำเลยที่ 1 นำมาตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ของตนเป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏจากการสืบสวนและสอบสวนของเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องทั้งในส่วนของกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมถึงเจ้าพนักงานตำรวจ เมื่อจำเลยทั้งสองในฐานะสื่อมวลชนมีหน้าที่เสนอข่าวสารที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองให้ประชาชนทราบโดยเสนอข้อมูลไปตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามที่เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องสืบสวนและสอบสวนได้ความ หาใช่เป็นข้อเท็จจริงที่จำเลยทั้งสองสร้างขึ้นมาเองไม่ แม้ข้อความบางส่วนอาจทำให้ผู้อ่านเกิดความเข้าใจว่าโจทก์มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิดด้วยอันเป็นการใส่ความโจทก์ให้ได้รับความเสียหาย โดยที่โจทก์ยังมิได้ถูกเรียกไปแจ้งข้อกล่าวหาหรือดำเนินคดี แต่การดำเนินคดีก็เป็นเรื่องที่เจ้าพนักงานผู้เกี่ยวข้องสามารถดำเนินการได้ภายในกำหนดอายุความ อีกทั้งการนำเสนอข่าวสารเชิงวิเคราะห์ของจำเลยทั้งสอง ก็เป็นการติชมวิพากษ์วิจารณ์ และแสดงความคิดเห็นไปตามข้อเท็จจริงที่ได้ความมาจากการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องโดยสุจริตและติชมด้วยความเป็นธรรมอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ ดังนั้นจำเลยทั้งสองจึงไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาทตาม ป.อ. มาตรา 329 (3) จากคำพิพากษาศาลฎีกา แม้จะเห็นได้ว่าการเผยแพร่ข้อความใดๆ โดยสุจริตตามมาตรา 329 จะไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาทก็ตาม แต่ก็ไม่ตัดสิทธิผู้เสียหายหรือผู้ที่ถูกกระทบกระเทือนสิทธิจากการเผยแพร่ข้อความดังกล่าวดำเนินการตามกฎหมาย...