hrกฎหมายกฏหมายแรงงานคลินิกกฎหมายแรงงานฎีกาคดีแรงงานทนายคดีแรงงานนายจ้างลูกจ้างวิทยากรกฎหมายแรงงานเมื่อไปศาลแรงงานแล้วรู้สึกว่า “ถูกบังคับให้ไกล่เกลี่ย” เราควรทำอย่างไร?
หนึ่งในประโยคที่เราได้ยินจากลูกความบ่อยมากหลังออกจากห้องไกล่เกลี่ย คือ “ทำไมรู้สึกเหมือนทุกคนอยากให้เรายอม” หรือ “ยังไม่ทันสืบพยานเลย ทำไมถึงพูดเรื่องจบคดีกันแล้ว” หากใครเคยรู้สึกแบบนี้ เราอยากบอกก่อนว่าเป็นเรื่องปกติมาก เพราะไม่ว่าจะเป็นฝ่ายนายจ้างหรือฝ่ายลูกจ้าง ต่างก็เดินเข้าสู่ศาลด้วยความเชื่อว่าตนเองมีเหตุผล มีหลักฐาน และมีสิทธิที่จะได้รับความเป็นธรรม เมื่อเข้าไปในห้องไกล่เกลี่ยแล้วพบว่าผู้ไกล่เกลี่ยหรือผู้พิพากษาพยายามอธิบายถึงความเสี่ยงของคดี หลายคนจึงเกิดความรู้สึกว่ากำลังถูกกดดันให้ยอมความ แต่ก่อนจะสรุปว่าเรากำลังถูกบังคับ เราอยากให้ลองฟังสิ่งที่ท่านอธิบายให้จบก่อน ในหลายกรณี สิ่งที่ผู้ไกล่เกลี่ยหรือผู้พิพากษากำลังทำ ไม่ใช่การบอกว่าใครควรแพ้หรือใครควรชนะ แต่เป็นการอธิบายภาพรวมของคดีให้คู่ความเห็นว่า หากเลือกเดินหน้าต่อไปจะต้องเจอกับอะไรบ้าง ต้องใช้เวลาอีกเท่าไร มีประเด็นข้อกฎหมายใดที่เป็นความเสี่ยง และมีข้อเท็จจริงใดที่อาจเป็นจุดอ่อนของแต่ละฝ่าย ปัญหาคือ เราจะรู้ได้อย่างไรว่าสิ่งที่ท่านกำลังอธิบายอยู่นั้นเป็นการประเมินคดีอย่างตรงไปตรงมา หรือเป็นเพียงการพยายามโน้มน้าวให้คดีจบ คำตอบมีอยู่เพียงข้อเดียว คือ เราต้องมีความรู้ทางกฎหมายที่ถูกต้องมากพอ เมื่อมีความรู้ที่ถูกต้อง เราจะฟังออกทันทีว่าสิ่งที่ท่านกำลังอธิบายนั้นสอดคล้องกับข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงในสำนวนหรือไม่ เป็นการชี้ให้เห็นความเสี่ยงที่เราอาจมองข้ามไป หรือเป็นประเด็นที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีของเราเลย และคำว่า “ความรู้ที่ถูกต้อง” ไม่ได้หมายถึงการอ่านบทความสองสามชิ้น หรือดูคลิปสรุปกฎหมายไม่กี่นาที กฎหมายแรงงานจำนวนมากต้องเริ่มจากการอ่านตัวบทกฎหมายก่อน จากนั้นจึงอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาเพื่อดูว่าศาลตีความกฎหมายเรื่องนั้นอย่างไร เพราะการอ่านเฉพาะสรุปฎีกาสั้น ๆ มักทำให้เราเห็นเพียงผลลัพธ์ แต่ไม่รู้ว่าศาลใช้กฎหมายมาตราใด ไม่รู้ข้อเท็จจริงทั้งหมด และไม่รู้ว่าคดีนั้นเหมือนหรือแตกต่างจากคดีของเราอย่างไร ในทางกลับกัน หากเราฟังแล้วพบว่าสิ่งที่ผู้ไกล่เกลี่ยหรือผู้พิพากษาอธิบายไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในสำนวน เหมือนยังไม่ได้พิจารณาพยานหลักฐานสำคัญบางส่วน หรือเป็นประเด็นที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริงของคดีเราเลย เราก็มีสิทธิที่จะไม่ตกลงได้เช่นกัน การปฏิเสธการไกล่เกลี่ยไม่ใช่เรื่องผิด การขอให้ศาลวินิจฉัยข้อพิพาทต่อไปก็ไม่ใช่ความดื้อรั้น สิทธิในการประนีประนอมเป็นของคู่ความ และสิทธิที่จะไม่ประนีประนอมก็เป็นของคู่ความเช่นเดียวกัน...










