hrกฎหมายกฏหมายแรงงานคลินิกกฎหมายแรงงานฎีกาคดีแรงงานทนายคดีแรงงานนายจ้างลูกจ้างวิทยากรกฎหมายแรงงานก่อนเลิกจ้าง อย่าถามแค่ว่ามีเหตุไหม ต้องถามด้วยว่าพิสูจน์ได้ไหม
เวลาเกิดปัญหาเกี่ยวกับพนักงาน คำถามที่ผู้บริหารหรือฝ่าย HR มักถามเป็นอันดับแรกคือ “เรื่องนี้เลิกจ้างได้ไหม” หรือหากเป็นเรื่องทางวินัยก็อาจถามว่า “ลูกจ้างทำผิดจริงไหม” คำถามเหล่านี้สำคัญ แต่ในทางคดีอาจยังไม่พอ เพราะเมื่อมีการเลิกจ้างและเกิดข้อพิพาทขึ้น สิ่งที่นายจ้างเชื่อว่าเกิดขึ้นกับสิ่งที่สามารถนำพยานหลักฐานเข้าสู่สำนวนให้ศาลรับฟังได้ เป็นคนละเรื่องกัน แนวคำพิพากษาศาลฎีกาวางหลักมาโดยตลอดว่า การพิจารณาว่าการเลิกจ้างเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่ ต้องพิจารณาถึง “เหตุแห่งการเลิกจ้าง” ว่าเหตุนั้นมีอยู่จริงหรือไม่ และเป็นเหตุสมควรเพียงพอที่จะเลิกจ้างหรือไม่ เหตุแห่งการเลิกจ้างดังกล่าวอาจเกิดจากความประพฤติหรือการทำงานของลูกจ้าง หรืออาจเป็นเหตุอื่นที่ไม่ได้เกิดจากความผิดของลูกจ้างก็ได้ เพราะฉะนั้น ก่อนออกหนังสือเลิกจ้าง คำถามที่ควรถามจึงไม่ได้มีเพียงว่า “เรามีเหตุหรือไม่” แต่ต้องถามต่อด้วยว่า “หากลูกจ้างปฏิเสธเหตุนี้ในศาล เราจะพิสูจน์ข้อเท็จจริงดังกล่าวด้วยอะไร” สมมุติว่านายจ้างอ้างว่าลูกจ้างนำทรัพย์สินของบริษัทออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาต ประเด็นทางกฎหมายไม่ได้จบเพียงเพราะผู้บริหารเชื่อว่าลูกจ้างเป็นผู้กระทำ หากลูกจ้างปฏิเสธ เมื่อคดีเข้าสู่ศาลก็ต้องพิจารณาจากพยานหลักฐานว่าเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวจริงหรือไม่ ใครเป็นผู้กระทำ ทรัพย์สินนั้นเป็นของใคร ลูกจ้างมีสิทธินำออกไปหรือไม่ และพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นเข้าลักษณะความผิดตามที่นายจ้างอ้างหรือไม่ หลักฐานในคดีหนึ่งอาจเป็นพยานบุคคล เอกสาร ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ภาพจากกล้องวงจรปิด รายงานการตรวจสอบ หรือหลักฐานประเภทอื่น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละเรื่อง กฎหมายไม่ได้กำหนดว่าคดีประเภทหนึ่งต้องมีหลักฐานชนิดใดชนิดหนึ่งเสมอไป และการไม่มี CCTV หรือไม่มีบันทึกสอบสวนก็ไม่ได้แปลว่านายจ้างต้องแพ้คดี หากยังมีพยานหลักฐานอื่นที่ศาลรับฟังได้เพียงพอ ในทางกลับกัน ต่อให้องค์กรมีเอกสารจำนวนมาก ก็ไม่ได้หมายความว่าข้อกล่าวหาจะได้รับการพิสูจน์โดยอัตโนมัติ เพราะศาลต้องชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานทั้งหมดว่ารับฟังข้อเท็จจริงได้เพียงใด ที่สำคัญ ต้องแยกคำถามทางกฎหมายออกจากกันอย่างน้อยสามชั้น ชั้นแรก คือ...










