การบริหารคนและองค์กรบางครั้งวุฒิภาวะในการสื่อสาร คือการรู้ว่าเมื่อไรควรหยุดพูด
ไม่ต้องชนะทุกบทสนทนาก็ได้ เมื่อก่อนดิฉันเคยคิดว่า ถ้าอีกฝ่ายเข้าใจผิด หน้าที่ของเราคือต้องอธิบายให้เขาเข้าใจให้ถูก ถ้าเขาเถียงมา เราก็ต้องอธิบายกลับ ถ้าเหตุผลของเขาไม่ถูก เราก็ต้องชี้ให้เห็นว่ามันไม่ถูก และถ้าเรามั่นใจว่าตัวเองมีเหตุผลมากกว่า ก็ยิ่งรู้สึกว่าไม่ควรปล่อยให้บทสนทนานั้นจบลงด้วยการที่อีกฝ่ายยังคิดแบบเดิม ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องของเหตุผลนะคะ แต่พอมองย้อนกลับไป บางครั้งมันไม่ใช่ความพยายามที่จะ “ทำความเข้าใจกัน” หรอกค่ะ เราแค่อยากให้อีกฝ่ายยอมรับว่า เราเป็นฝ่ายถูก เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในที่ทำงานบ่อยกว่าที่คิด หัวหน้าอธิบายว่าทำไมถึงสั่งแบบนี้ ลูกทีมอธิบายว่าทำไมงานถึงพลาด เพื่อนร่วมงานอธิบายว่าใครเป็นคนส่งข้อมูลช้า ช่วงแรกเราอาจกำลังคุยกันถึง “ปัญหา” แต่ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร บทสนทนากลายเป็นการแข่งขันว่าใครมีเหตุผลมากกว่า ใครจำเหตุการณ์ได้แม่นกว่า หรือใครจะเป็นคนพูดประโยคสุดท้าย ยิ่งเรารู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่เข้าใจ เรายิ่งอธิบาย ยิ่งเขาปกป้องตัวเอง เราก็ยิ่งหาหลักฐานมาสนับสนุน จนบางครั้งเรื่องที่ควรคุยกันสิบห้านาที กลายเป็นความรู้สึกติดค้างกันไปอีกหลายวัน ตรงนี้เองที่ Communication, Emotional Intelligence และ Conflict Management มาเจอกันค่ะ เพราะการสื่อสารที่ดีไม่ใช่ความสามารถในการหาเหตุผลมาทำให้อีกฝ่ายเถียงต่อไม่ได้ แต่คือการรู้ว่า บทสนทนานี้กำลังต้องการอะไร บางเรื่องต้องการข้อเท็จจริง เราก็ควรยืนยันข้อเท็จจริง บางเรื่องเกี่ยวกับมาตรฐานงาน เราก็ต้องพูดให้ชัด บางเรื่องมีผลต่อสิทธิ หน้าที่ หรือความรับผิดชอบ ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะพูดว่า “ช่างมันเถอะ” เพื่อรักษาบรรยากาศ ทุกความขัดแย้งไม่ได้จบด้วยการประนีประนอม...










