กรุณารอสักครู่

 

บทความแนะนำ

ลีกัล คลินิก แอนด์ เอดดูเคชั่น

กฏหมายแรงงานเซ็นสัญญาจ้างไปแล้ว แต่ภายหลังเพิ่งทราบว่าลูกจ้างเคยสร้างความเสียหายให้นายจ้างเก่า บริษัทจึงไม่อยากรับเข้าทำงานต่อ หรืออยากเลิกจ้าง กรณีนี้ต้องจ่ายอะไรหรือไม่?

1 July 2026

ช่วงตอบคำถามจากทางบ้าน

โดย…ทนายฝ้ายสุดสวย

(แบบเหมยตูพรีเมี่ยม)

ถาม: เซ็นสัญญาจ้างไปแล้ว แต่ภายหลังเพิ่งทราบว่าลูกจ้างเคยสร้างความเสียหายให้นายจ้างเก่า บริษัทจึงไม่อยากรับเข้าทำงานต่อ หรืออยากเลิกจ้าง กรณีนี้ต้องจ่ายอะไรหรือไม่?

ตอบ: คำตอบสั้น ๆ คือ

“การที่ลูกจ้างเคยมีปัญหากับนายจ้างคนก่อน ไม่ได้แปลว่าลูกจ้างทำผิดกับนายจ้างคนปัจจุบัน”

ดังนั้น ต้องแยกพิจารณาเป็น 2 กรณี

กรณีที่ 1 ลูกจ้างยังไม่ได้เริ่มงาน

หากนายจ้างและลูกจ้างได้ตกลงเงื่อนไขการจ้างงานกันครบถ้วนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่ง หน้าที่ ค่าจ้าง และวันเริ่มงาน จนถือว่ามีสัญญาจ้างเกิดขึ้นแล้ว

ต่อมานายจ้างมาเปลี่ยนใจยกเลิกการจ้างเพียงเพราะเพิ่งทราบว่าลูกจ้างเคยมีปัญหากับนายจ้างเดิม ทั้งที่ลูกจ้างไม่ได้แสดงข้อความอันเป็นเท็จ ไม่ได้ปลอมเอกสาร และไม่ได้ปกปิดข้อเท็จจริงสำคัญในการสมัครงาน

กรณีดังกล่าว นายจ้างอาจมีความเสี่ยงต้องรับผิดจากการไม่ปฏิบัติตามสัญญาจ้าง และอาจต้องชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ลูกจ้างได้

เพราะการที่นายจ้างเพิ่งมาตรวจสอบประวัติภายหลัง เป็นความเสี่ยงที่เกิดจากกระบวนการคัดเลือกบุคลากรของนายจ้างเอง ไม่ใช่ความผิดของลูกจ้าง

กรณีที่ 2 ลูกจ้างเริ่มงานแล้ว

หากลูกจ้างเริ่มงานแล้ว และภายหลังนายจ้างเพิ่งทราบว่าลูกจ้างเคยสร้างความเสียหายให้แก่นายจ้างรายอื่น หรือเคยถูกเลิกจ้างจากที่ทำงานเดิม

โดยหลักแล้ว ยังไม่ใช่เหตุเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 119 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน

เนื่องจากมาตรา 119 กำหนดเหตุร้ายแรงที่ทำให้นายจ้างเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยไว้เฉพาะกรณีที่ลูกจ้างกระทำต่อนายจ้างรายนั้น เช่น

– ทุจริตต่อหน้าที่

– จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย

– ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง

– ฝ่าฝืนข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรมในกรณีร้ายแรง

– ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา 3 วันทำงานติดต่อกัน ไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ก็ตาม โดยไม่มีเหตุอันสมควร

– ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุด

จะเห็นได้ว่า กฎหมายพิจารณาจากความผิดที่ลูกจ้างกระทำต่อนายจ้างปัจจุบัน ไม่ใช่พฤติกรรมที่เคยเกิดขึ้นกับนายจ้างคนอื่นในอดีต

แล้วถ้านายจ้างเพิ่งมารู้ทีหลังล่ะ?

1. ไม่รู้มาก่อนว่าเคยเป็นลูกจ้างบริษัทนั้น

กรณีนี้เป็นเรื่องที่นายจ้างควรตรวจสอบประวัติผู้สมัครก่อนตัดสินใจรับเข้าทำงาน การเพิ่งมาทราบภายหลังไม่ได้ทำให้สิทธิของลูกจ้างลดลง

2. รู้ว่าเคยเป็นลูกจ้าง แต่ไม่ได้ตรวจสอบรายละเอียดจนมาทราบภายหลัง

ยิ่งเป็นเรื่องของการประเมินความเสี่ยงและการคัดเลือกบุคลากรของนายจ้างเอง ไม่ใช่ความผิดที่ลูกจ้างกระทำต่อนายจ้างปัจจุบัน

มีข้อยกเว้นหรือไม่?

มีค่ะ

หากลูกจ้างจงใจให้ข้อมูลเท็จ ปลอมเอกสารการสมัครงาน ปกปิดคุณสมบัติสำคัญ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่มีสาระสำคัญต่อการตัดสินใจจ้างงาน จนทำให้นายจ้างหลงเชื่อและรับเข้าทำงาน ทั้งที่หากทราบความจริงตั้งแต่ต้นจะไม่รับเข้าทำงานเลย

กรณีดังกล่าวอาจมีประเด็นทางกฎหมายอื่นให้พิจารณาเพิ่มเติมเป็นรายกรณี และไม่สามารถสรุปได้จากข้อเท็จจริงเพียงว่า “เคยมีปัญหากับนายจ้างเก่า”

ความผิดในอดีตของลูกจ้างอาจทำให้นายจ้างไม่สบายใจได้ แต่กฎหมายไม่ได้เปิดช่องให้นำความผิดที่ลูกจ้างเคยกระทำกับนายจ้างคนอื่น มาใช้เป็นเหตุเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยกับนายจ้างคนใหม่

เพราะมาตรา 119 พิจารณาจากการกระทำที่ลูกจ้างกระทำต่อนายจ้างรายนั้นเป็นสำคัญ ไม่ใช่ประวัติที่นายจ้างเพิ่งมาตรวจพบภายหลัง

พูดง่าย ๆ คือ

“ตรวจสอบประวัติไม่ละเอียดตั้งแต่ก่อนรับเข้าทำงาน เป็นความเสี่ยงของนายจ้าง ไม่ใช่เหตุให้ลูกจ้างสูญเสียสิทธิตามกฎหมายแรงงาน”

ปรึกษากฎหมายแรงงานมีค่าใช้จ่าย