คำตอบสั้น ๆ คือ “อาจได้ทั้งสองอย่าง ได้อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือไม่ได้เลยก็ได้” เพราะกฎหมายแรงงานไม่ได้แบ่งสิทธิของลูกจ้างตามคำว่า “ทดลองงาน”
หลายคนเข้าใจว่า หากยังอยู่ในช่วงทดลองงาน นายจ้างสามารถเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายอะไรเลย ซึ่งเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน
ความจริงแล้ว พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานไม่ได้บัญญัติเรื่อง “ทดลองงาน” ไว้เลย กฎหมายมองเพียงว่า เมื่อมีการตกลงทำงานกันแล้ว บุคคลนั้นก็เป็น “ลูกจ้าง” และสิทธิจะเกิดขึ้นตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย ไม่ใช่ตามชื่อเรียกของสถานะการทำงาน
สำหรับ ค่าชดเชย ให้พิจารณาตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มาตรา 118 หากลูกจ้างทำงาน ครบ 120 วันขึ้นไป และถูกเลิกจ้าง โดย ไม่ได้กระทำความผิดร้ายแรงตามมาตรา 119 เช่น ทุจริตต่อหน้าที่ จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ฝ่าฝืนข้อบังคับหรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายภายหลังได้รับหนังสือเตือน ขาดงานติดต่อกัน 3 วันทำงานโดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุด เป็นต้น ลูกจ้างย่อมมีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามกฎหมาย
ดังนั้น แม้จะยังเรียกว่า “ทดลองงาน” แต่ถ้าทำงานครบ 120 วันแล้ว และไม่มีเหตุเลิกจ้างตามมาตรา 119 นายจ้างก็ยังมีหน้าที่จ่ายค่าชดเชย
ส่วน ค่าตกใจ หรือ ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า เป็นอีกเรื่องหนึ่ง และ ไม่ต้องรอให้ทำงานครบ 120 วัน
สิทธินี้เกิดขึ้นตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำงาน หากนายจ้างเลิกจ้างโดยไม่มีเหตุที่กฎหมายยกเว้น และไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้าไม่น้อยกว่า หนึ่งงวดการจ่ายค่าจ้าง ตามมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน
ขอย้ำว่า “หนึ่งงวดการจ่ายค่าจ้าง” ไม่ได้แปลว่า 30 วันเสมอไป
หากบริษัทจ่ายค่าจ้างเป็นรายเดือน ก็ต้องบอกล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหนึ่งงวดการจ่ายค่าจ้างรายเดือน หากจ่ายเป็นรายสัปดาห์ ก็เป็นหนึ่งงวดการจ่ายค่าจ้างรายสัปดาห์ หลักเกณฑ์นี้เป็นไปตามมาตรา 17 มิใช่การนับตายตัวว่า 30 วัน
เมื่อพูดถึงสิทธิของลูกจ้างแล้ว ก็ต้องพูดถึงสิทธิของนายจ้างด้วย
หลายคนมักบอกว่า ลูกจ้างได้เปรียบ เพราะแม้ไม่ผ่านทดลองงานก็ยังอาจได้รับค่าชดเชยหรือค่าตกใจ
แต่ในความเป็นจริง นายจ้างก็มีสิทธิไม่ต้องจ่ายได้เช่นกัน หากการเลิกจ้างเข้าเงื่อนไขของกฎหมาย
หากในช่วงทดลองงาน ลูกจ้างกระทำความผิดร้ายแรงตามมาตรา 119 นายจ้างก็สามารถเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย และหากเป็นกรณีที่กฎหมายยกเว้นการบอกกล่าวล่วงหน้าตามหลักแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 นายจ้างก็ไม่ต้องจ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเช่นกัน
หรือแม้ลูกจ้างจะไม่ได้ทำผิดวินัยร้ายแรง แต่หากนายจ้างเห็นว่า ผลการทำงาน ความสามารถ หรือทัศนคติไม่เหมาะสมกับองค์กร และไม่ประสงค์จะให้ทำงานต่อ นายจ้างก็ยังมีสิทธิเลิกจ้างได้ เพียงแต่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย คือบอกกล่าวล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหนึ่งงวดการจ่ายค่าจ้าง และหากลูกจ้างมีอายุงานครบ 120 วัน ก็ต้องจ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 118 ด้วย
กฎหมายแรงงานไม่ใช่กฎหมายที่เข้าข้างลูกจ้าง และก็ไม่ใช่กฎหมายที่คุ้มครองนายจ้าง
กฎหมายเพียงกำหนดว่า “ผู้ที่ใช้สิทธิ ต้องปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ถูกต้องเสียก่อน”
ลูกจ้างมีสิทธิได้รับความคุ้มครอง เมื่อนายจ้างเลิกจ้างไม่เป็นไปตามกฎหมาย
ขณะเดียวกัน นายจ้างก็มีสิทธิใช้กฎหมายคุ้มครองตนเองได้ หากดำเนินการเลิกจ้างอย่างถูกต้องตามขั้นตอนและมีเหตุอันชอบด้วยกฎหมาย
สุดท้ายแล้ว สิทธิของทั้งสองฝ่ายจึงไม่ได้เกิดจากการเป็น “นายจ้าง” หรือ “ลูกจ้าง” แต่เกิดจากการที่แต่ละฝ่ายปฏิบัติหน้าที่ของตนตามกฎหมายอย่างถูกต้อง
โดยทนายฝ้าย
คลินิกกฎหมายแรงงาน
ปรึกษามีค่าใช้จ่าย

