กรุณารอสักครู่

 

HomeCategoryกฏหมายแรงงาน Archives - Page 36 of 76 - บริษัท ลีกัล คลินิก แอนด์ เอดดูเคชั่น จำกัด

ไม่มีสัญาจ้างก็ฟ้องได้ ถ้า……

ไม่มีสัญาจ้างก็ฟ้องได้ ถ้า…… วันนี้เจอคำถามที่น่าสนใจจาก inbox ว่าเริ่มงานมา สองเดือนแล้ว แต่นายจ้าง ยังไม่ส่งสัญญาจ้างให้ แบบนี้มันผิดกฎหมายหรือเปล่า ตอบแบบไวๆเลยคือ “ไม่ผิดกฎหมาย” เพราะในกฎหมายแรงงาน การจ้างไม่ต้องเป็นหนังสือ เพราะ สัญญาจ้าง หมายความว่า สัญญาไม่ว่าเป็นหนังสือหรือด้วยวาจาระบุชัดเจนหรือเป็นที่เข้าใจโดยปริยายซึ่งบุคคลหนึ่งเรียกว่าลูกจ้างตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกบุคคลหนึ่งเรียกว่านายจ้างและนายจ้างตกลงจะให้ค่าจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้ เทียบเคียงจาก คำพิพากษาฎีกาที่ 9985/2557 ที่มีข้อเท็จจริงได้ความว่านายจ้างว่าจ้างนายเอทำงานในหน้าที่ที่ปรึกษาด้านการตลาด โดยจ่ายค่าจ้างให้เป็นรายเดือน เดือนละ 20,000 บาท ตลอดเวลาที่ทำงานให้โดยไม่กำหนดปริมาณงานว่าต้องทำมากน้อยเพียงใด และยังนำสืบได้เพิ่มเติมว่า นายเอต้องปฏิบัติตามคำสั่งของนายจ้างที่ให้ทำรายงานการซื้อขายสินค้ารวมทั้งทำบัญชีรายรับรายจ่ายให้นายจ้างตรวจสอบทุกเดือน เป็นการแสดงให้เห็นว่านายจ้างมีอำนาจบังคับบัญชาเหนือนายเอตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 แล้ว แม้นายเอไม่ต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของนายจ้างในเรื่องอื่นก็ตาม จึงถือได้ว่านายเอเป็นลูกจ้างของบริษัทแล้ว ข้อสังเกตุนะคะ ต่อให้มีสัญญาและสัญญาเขียนว่าเป็นสัญญาจ้างที่ปรึกษา สัญญาจ้างผู้เชี่ยวชาญ หรืออแม้แต่สัญญาจ้างทำของ แต่หาก้ข้าองค์ประกอบที่ว่า ขาดลามาสายต้องบอก นายจ้างมีอำนาจบังคับบัญชา ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของนายจ้าง เช่นนี้ก็เป็นการจ้างแรงงานและอยู่ภายใต้ พรบ.คุ้มครองแรงงานแล้ว

เลิกพูดซะทีว่า ทำสัญญาปีต่อปี ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

เลิกพูดซะทีว่า ทำสัญญาปีต่อปี ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย เหนื่อยจนท้อกับการอธิบายกับผู้คนที่มีธงอยู่ในใจว่า “ทำสัญญาปีต่อปี ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย” ทั้งๆที่งานปีต่อปีนั้น ก็งานบริษัทนั่นแหละ ชั้นเหนื่อยชั้นเพลีย ชั้นท้อ เมื่อถามว่าอะไรทำให้คิดแบบนั้น ก็ได้เข้าใจว่า “ก็ ม.118 กำหนดในวรรคก่อนสุดท้ายว่า ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่ลูกจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอน และเลิกจ้างตามกำหนดระยะเวลานั้น” ดังนั้น เลยเข้าใจว่าทำสัญญาปีต่อปีไม่เกินสองปี จึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ต่อไปเรื่อยๆ และที่สำคัญ เห็นหลายออฟฟิตละ ทำแบบนี้ก้ไม่ต้องจ่ายนะคะ ขอสะบัดหัวตัวเองทีนึง และจะพยายามอธิบายให้เข้าใจง่ายๆว่า 1. แม้จะมีระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดการจ้างกันไว้แน่นอน เมื่อสัญญาจ้างสิ้นสุดครบตามวัน ก็ต้องถือว่าเป็นการเลิกจ้าง มีการกำหนดการเลิกจ้างไว้ล่วงหน้าแล้ว เมื่อมีการเลิกจ้าง ต้องจ่ายค่าชดเชย 2. แม้สัญญาจะแยกกี่ฉบับก็ตาม แต่กฎหมายมาตรา 20 ให้เอาระยะเวลาทุกฉบับมานับต่อกัน (มาตรา 20 การที่ลูกจ้างไม่ได้ทำงานติดต่อกันโดยนายจ้าง มีเจตนาที่จะไม่ให้ลูกจ้างนั้นมีสิทธิใดตามพระราชบัญญัตินี้ ไม่ว่า นายจ้างจะให้ลูกจ้างทำงานในหน้าใด และการจ้างแต่ละช่วงมี ระยะเวลาห่างกันเท่าใดก็ตาม ให้นับระยะเวลาการทำงานทุกช่วงเข้าด้วยกันเพื่อประโยชน์ในการได้สิทธิของลูกจ้างนั้น) 3. ส่วนความเข้าจในวรรค ม.118 วรรคก่อนสุดท้ายนั้น กฎหมายหมายถึงงานที่ไม่ใช่ปกติธุรกิจการค้า เช่น ออฟฟิตเปิดเป็นขายของ จ้างพนักงานมาแพคของ...

หนังสือเตือนที่เอามาเป็นเหตุเลิกจ้างได้ ต้องเป็นความผิดเดียวกัน ภายใน 1 ปีนับตั้งแต่กระทำความผิดครั้งแรก!!

หนังสือเตือนที่เอามาเป็นเหตุเลิกจ้างได้ ต้องเป็นความผิดเดียวกัน ภายใน 1 ปีนับตั้งแต่กระทำความผิดครั้งแรก!! ในการอบรมครั้งล่าสุดก็มีผู้เข้าเรียนมาปรึกษาว่าในบริษัทแห่งหนึ่งมีการออกหนังสือเตือนโดยที่ไม่ได้สนใจว่าเป็นความผิดเดียวกันหรือไม่ แต่หากเตือนไปแล้ว 2 ครั้งก็จะเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย… นั่งฟังอยู่ 2 รอบได้แต่คิดในใจว่าอิหยังวะ…ออกมาแบบนี้ยังไม่เคยโดนฟ้องสินะ นอกจากหลักกฎหมายที่บอกไปว่า กรณีที่นายจ้างจะเลิกจ้างลูกจ้างได้นั้นต้องมีการตักเตือนลูกจ้างเป็นหนังสือมาแล้วแต่ต่อมาไม่เกิน 1 ปีนับแต่วันที่ลูกจ้างกระทำความผิดลูกจ้างนั้นได้ฝ่าฝืนความผิดในลักษณะเดียวกันกับที่เคยถูกนายจ้างเตือนในครั้งก่อนอีกกรณีเช่นนี้เป็นการทำผิดซ้ำคำเตือนที่สามารถเลือกจ้างได้ (คำพิพากษาฎีกาที่ 3456/2549) แต่ในทางกลับกันถ้ามีการเตือนลูกจ้างคนละเรื่อง แม้จะเป็นการกระทำความผิดในปีเดียวกัน ก็ต้องจ่ายค่าชดเชย ยกตัวอย่าง ในคดีนึงที่นายจ้างได้ตักเตือนลูกจ้างเป็นหนังสือครั้งแรกเกี่ยวกับการปฏิบัติงานว่าเป็นการปฏิบัติงานบกพร่อง ไม่ได้ป้องกันให้ทรัพย์สินสูญหายต่อมาครั้งที่ 2 เป็นการตักเตือนเรื่องดื่มสุราและใช้ถ้อยคำไม่สุภาพการตอบโจทย์ทั้ง 2 ครั้งจึงเป็นความผิดคนละเหตุการณ์การเลิกจ้างลูกจ้างด้วยความผิดคนละเหตุแบบนี้นายจ้างซึ่งยังต้องจ่ายค่าชดเชยอ้างอิงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 800/2532 เห็นไหมคะว่าถ้าเตือนคนละเรื่องเดียวกันไม่เป็นผลดีกับนายจ้างเลย ดังนั้นในฝ่ายนายจ้างเองก็ต้องศึกษาข้อกฎหมายให้ดีนะคะ ส่วนลูกจ้างเองก็อย่าย่ามใจไป เพราะการกระทำความผิดนั้นบางทีนายจ้างอาจจะไม่อยากจ่ายค่าชดเชยให้เลยก็ได้อาจจะต้องไปเจอกันในชั้นศาลอีกทีนึงซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องสนุกแน่นอน

รู้หรือไม่ !! นอกจากฟ้อง ขอให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยแล้ว ยังขอให้นายจ้างรับกลับเข้าทำงานได้อีกด้วย

รู้หรือไม่ !! นอกจากฟ้อง ขอให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยแล้ว ยังขอให้นายจ้างรับกลับเข้าทำงานได้อีกด้วย ในคดีแรงงานนอกจากจะฟ้องขอให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยจ่ายค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมได้แล้ว หากลูกจ้างยังอยากกลับเข้าทำงานก็สามารถขอให้ศาลมีคำสั่งให้ได้จ้างรับกลับเข้าทำงานได้ด้วยเหมือนกัน แต่อย่างไรก็ตามในกรณีที่นายจ้างได้จ่ายเงินชดเชยจากการเลิกจ้างไปแล้วแต่ต่อมาลูกจ้างไปฟ้องคดีต่อศาลแรงงานและมีคำขอให้นายจ้างรับลูกจ้างกลับเข้าทำงานในตำแหน่งเดิมหากตกลงกันได้ลูกจ้างก็ต้องคืนเงินที่ได้รับจากการเลิกจ้างให้แก่นายจ้างตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1336 อ้างอิงคำพิพากษาฎีกาที่ 9211/2559 อย่างไรก็ตามก็ไม่ใช่ลูกจ้างขออะไรแล้วจะได้อย่างนั้นเสมอนะคะ ศาลก็จะพิจารณาด้วยว่านายจ้างและลูกจ้างสามารถร่วมงานกันต่อไปได้หรือไม่.. แต่ส่วนมากที่เราเคยเห็นมาน้อยรายนักเมื่อมีการฟ้องร้องกันแล้วจะอยากกลับไปร่วมงานกันอีก ดังนั้นการตกลงกันให้ดีสื่อสารให้เข้าใจจ่ายให้ถูกต้องตามกฎหมายก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ดีนะคะ

ห้ามสั่งให้คนท้องทำ OT !!!

ห้ามสั่งให้คนท้องทำ OT !!! ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน กำหนดห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์ทำงานในระหว่างเวลา 22.00 น. ถึงเวลา 06.00 น. ทำงานล่วงเวลา หรือทำงานในวันหยุด แต่กฎหมายก็มีข้อยกเว้นให้สามารถทำงานล่วงเวลาได้แต่ต้องทำงานในตำแหน่งที่ไม่เป็นอันตรายหรือใช้แรงงานหนัก และต้องได้รับความยินยอมก่อน คือ ในกรณีที่ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์ทำงานในตำแหน่งผู้บริหาร งานวิชาการ งานธุรการ หรืองานเกี่ยวกับการเงินหรือบัญชี (รวมถึงงานออฟฟิศ) นายจ้างอาจให้ลูกจ้างนั้นทำงานล่วงเวลาในวันทำงานได้เท่าที่ไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพของลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์โดยได้รับความยินยอมจากลูกจ้างก่อนเป็นคราวๆ ไป สิทธตามกฎหมายที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรรู้ไว้นะคะ เพื่อจะได้ใช้เวลาพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ค่ะ

ค่าฝึกอบรมและการหักค่าจ้างของลูกจ้าง

ค่าฝึกอบรมและการหักค่าจ้างของลูกจ้าง นายจ้างได้ส่งลูกจ้างไปฝึกอบรม/เรียนเพื่อฝึกอาชีพในการทำงาน และลูกจ้างตกลงยอมใช้เงินค่าฝึกอบรมให้แก่นายจ้าง โดยตกลงให้นายจ้างหักเงินค่าจ้างเพื่อชำระค่าฝึกอบรมให้แก่นายจ้าง กรณีเช่นนี้แม้นายจ้างจะมีสิทธิเรียกร้องให้ลูกจ้างชําระค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมได้ตามกฎหมายก็ตาม แต่นายจ้างจะหักเอาจากค่าจ้างของลูกจ้างเพื่อชําระเงินดังกล่าวมิได้ เพรําะไม่เข้าข้อยกเว้นตามที่บัญญัติไว้ใน พรบ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 76 (1) – (5) ดังนั้นแม้มีข้อตกลงหรือได้รับความยินยอมจากลูกจ้างก็ใช้บังคับไม่ได้ นายจ้างจึงต้องคืนค่าจ้างที่หักไป (คำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ 15/2563)

แม้มีข้อตกลงให้นายจ้างโอนย้ายตำแหน่งงานลูกจ้างได้ตามสมควร แต่ต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง

แม้มีข้อตกลงให้นายจ้างโอนย้ายตำแหน่งงานลูกจ้างได้ตามสมควร แต่ต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง แม้สัญญาจ้างแรงงานระบุให้นายจ้างมีสิทธิโอนย้ายตําแหน่งหรือหน้าที่การงานของลูกจ้างในบริษัทหรือบริษัทในเครือตามที่นายจ้างจะเห็นสมควรได้ เช่น ย้ายจากบริษัท A ไปยังบริษัท B ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ และลูกจ้างจะทราบเงื่อนไขดังกล่าวก็ตาม แต่ข้อตกลงดังกล่าวเป็นเพียงข้อตกลงที่ให้สิทธินายจ้าง แต่ยังถือไม่ได้ว่าลูกจ้างให้ความยินยอมไว้ล่วงหน้าโดยปริยายแล้ว เพราะเป็นการโอนสิทธิตามสัญญาจ้างแรงงานไปยังบุคคลภายนอก ต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างก่อนตามมาตรา 577 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ดังนั้นเมื่อนายจ้างโอนย้ายลูกจ้างไปทำงานกับบริษัทในเครือและให้ตําแหน่งในบริษัทสิ้นสุดลง โดยลูกจ้างไม่ยินยอม ตามกฎหมายแรงงานจึงเป็นการเลิกจ้างลูกจ้าง โดยลูกจ้างมิได้กระทําความผิด นายจ้างต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมให้แก่ลูกจ้าง (คำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ 3-6/2563)

ลูกจ้างแจ้งลาป่วยผ่านไลน์กลุ่ม (ลาไม่ถูกระเบียบ) ก็ไม่ถือว่าเป็นการละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันสมควร นายจ้างเลิกจ้างต้องจ่ายค่าชดเชย

ลูกจ้างแจ้งลาป่วยผ่านไลน์กลุ่ม (ลาไม่ถูกระเบียบ) ก็ไม่ถือว่าเป็นการละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันสมควร นายจ้างเลิกจ้างต้องจ่ายค่าชดเชย ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ 2091/2563 นายจ้างขอให้เพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน กรณีที่ให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยพร้อมดอกเบี้ยให้แก่ลูกจ้างเนื่องจากลูกจ้างประสบอุบัติเหตุลื่นล้มกระดูกสะบ้าแตก แพทย์วินิจฉัยแล้วต้องใช้เวลาพักรักษาตัว 6 – 8 สัปดาห์ ลูกจ้างจึงแจ้งลาป่วยผ่านไลน์กลุ่มแผนกที่มีผู้จัดการอยู่ในกลุ่มด้วย ต่อมาลูกจ้างแจ้งลาป่วยต่อเนื่องอีก 2 ครั้ง เนื่องจากแพทย์เห็นสมควรให้รับการรักษาต่อไปอีก โดยแจ้งการลาป่วยพร้อมส่งสำเนาใบรับรองแพทย์ไปในไลน์กลุ่มทั้ง 2 ครั้ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการเจ็บป่วยของลูกจ้างยังมีอยู่ ถือเป็นกรณีฉุกเฉินที่ลูกจ้างยังไม่อาจไปทำงานตามปกติเพื่อเขียนใบลาป่วยตามข้อบังคับการทำงานได้ ไม่ใช่เป็นการละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา 3 วันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร จึงไม่เข้าข้อยกเว้นที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

Service charge หรือค่าบริการ ที่ลูกจ้างได้รับทุกเดือนจากนายจ้าง ไม่ถือว่าเป็นค่าจ้าง

Service charge หรือค่าบริการ ที่ลูกจ้างได้รับทุกเดือนจากนายจ้าง ไม่ถือว่าเป็นค่าจ้าง เห็นข่าวแล้วก็แอบอิจฉาเบาๆ ที่พนักงานโรงแรมได้รับ Service charge จากโรงแรมคนละหลายหมื่น แต่ก็แวะมาให้ความรู้กันหน่อย ว่า Service charge นี้ไม่ถือว่าเป็นค่าจ้างนะ เพราะไม่ใช่เงินของนายจ้างที่จ่ายให้แก่ลูกจ้างเพื่อตอบแทนการทำงาน ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12292/2558 โจทก์ประกอบกิจการโรงแรม โจทก์ได้เรียกเก็บเงินค่าบริการจากลูกค้าที่มาใช้บริการของโรงแรมโจทก์ในอัตราร้อยละ 10 ของราคาห้องพัก อาหารและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในโรงแรมแล้วนำมาจัดสรรเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกร้อยละ 75 แบ่งให้ลูกจ้างประจำทุกคนจำนวนเท่ากัน ซึ่งคำนวณจ่ายตามวันที่ทำงานจริง โดยค่าบริการที่จัดสรรจะไม่ต่ำกว่าเดือนละ 2,000 บาท ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 25 จัดสรรไว้ในบัญชีกองทุนเซอร์วิสชาร์จสำรองสะสมเพื่อสำรองเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ แก่ลูกจ้าง เช่น งานเลี้ยงประจำปี การจัดสัมมนา ค่ารักษาพยาบาล ค่าเบี้ยประกันชีวิต และโบนัส โดยมีคณะกรรมการสวัสดิการเป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องการจัดสรรเงินค่าบริการในแต่ละเดือน ในปี 2550 -2551มีการจ่ายค่าบริการให้แก่ลูกจ้างเกินกว่า 2,000 บาททุกเดือน โจทก์ไม่เคยนำเงินของโจทก์มาจ่ายค่าบริการให้แก่ลูกจ้างแต่อย่างใด เงินค่าบริการโดยาแท้จริงแล้วจึงเป็นเงินที่โจทก์เรียกเก็บจากลูกค้าของโจทก์เพื่อจ่ายให้แก่ลูกจ้างของโจทก์เพื่อจูงใจให้ลูกจ้างให้บริการลูกค้าด้วยดี

นายจ้างให้ความช่วยเหลือลูกจ้างที่ถูกอายัดเงินเดือนได้หรือไม่?

นายจ้างให้ความช่วยเหลือลูกจ้างที่ถูกอายัดเงินเดือนได้หรือไม่? หากฝ่าฝืนช่วยเหลือไปผลจะเป็นอย่างไร?​ เป็นอีกหนึ่งคำถามที่เหล่า HR หลายคนสงสัยและอยากจะลองเสี่ยงช่วยเหลือลูกจากที่ถูกอายัดเงินเดือน เนื่องจากสงสารลูกจ้างที่ต้องถูกหักเงินเดือนและเกรงว่าลูกจ้างจะได้รับความลำบากจนต้องลาออกจากบริษัทไป สำหรับใครที่ประสบปัญหาเหล่านี้อยู่ ทางเพจตอบได้อย่างเดียวว่า อย่าหาเรื่องใส่ตัวโดยเด็ดขาด เนื่องจากการฝ่าฝืนคำสั่งอายัดเงิน อาจทำให้นายจ้างเสี่ยงถึงขนาดต้องใช้หนี้ตามคำพิพากษาแทนลูกจ้างไปด้วย หลายคนอาจไม่เชื่อว่ามันถึงขนาดนั้นเลยหรอ? เชื่อเถอะว่ามันถึงขนาดนั้นจริงๆ ในทางปฏิบัตืเมื่อนายจ้างรับทราบคำสั่งอายัดเงินเดือนแล้ว แต่หากนายจ้างสงสารยังอยากช่วยเหลือลูกจ้างโดยชำระเงินเดือนให้แก่ลูกหนี้ไปโดยฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานบังคับคดี อันดับแรก นายจ้างจะไม่สามารถอ้างเพื่อปฏิเสธความรับผิดได้ว่าตนเองได้ชำระค่าจ้างให้กับลูกหนี้ไปแล้วได้เลย รวมถึงนายจ้างยังมีหน้าที่ต้องชำระเงินตามคำสั่งอายัดของเจ้าพนักงานบังคับคดีอีกด้วย เรียกว่านายจ้างอาจต้องจ่ายเงินออกทั้งสองทาง นอกจากนี้แล้วหากนายจ้างยังไม่ยอมส่งเงินตามคำสั่งอายัด เจ้าพนักงานบังคับคดีจะแจ้งให้เจ้าหนี้ทราบเพื่อให้เจ้าหนี้ยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งให้นายจ้างชำระหนี้ตามคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดี เสมือนเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือชำระค่าสินไหมทดแทนเพื่อการไม่ชำระหนี้ต่อไป เมื่อถึงวันนัด หากศาลไต่สวนแล้วข้อเท็จจริงเชื่อได้ว่า นายจ้างไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งจริง ศาลจะมีคำสั่งให้นายจ้างชำระหนี้ตามที่เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งหรือให้นายจ้างชำระค่าสินไหมทดแทนตามแต่เห็นสมควร และเมื่อศาลมีคำสั่งแล้ว ศาลจะออกคำบังคับให้นายจ้างชำระหนี้ภายในกำหนด และสุดท้ายหากศาลออกคำบังคับแล้วนายจ้างยังดื้อแพ่งไม่ทำตามอีก เจ้าหนี้จะยื่นคำขอให้ศาลบังคับเอากับบุคคลภายนอกเสมือนเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา หลังจากจากนั้นเจ้าหนี้สามารถยึดอายัดทรัพย์สินของนายจ้างได้เสมือนนายจ้างเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาเอง เช่น อายัดเงินฝากของนายจ้างในบัญชีธนาคาร เป็นต้น จะเห็นได้ว่าหากนายจ้างไม่ยอมปฏิบัติตามและดื้อแพ่งไปเรื่อยๆ นายจ้างอาจกลายเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาเหมือนกับพนักงาน รวมถึงอาจถูกบังคับคดีแทนลูกจ้างด้วย ทีนี้ลูกจ้างก็ลอยตัวเลย มีคนมาจ่ายหนี้แทนตัวเองแล้ว และหากนายจ้างอยากได้เงินคืน ก็ต้องไปฟ้องลูกหนี้แยกอีกคดีอีก วุ่นวายไปหมด ดังนั้น ได้รับคำสั่ง/หมายอะไรมา แนะนำให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดดีกว่านะคะ ฝากถึงลูกหนี้ต่างๆ ด้วยว่า “เป็นหนี้ก็ต้องจ่าย” นะคะ เราเอาเงินเค้ามา เราก็ต้องใช้คืนให้ครบ จะได้ไม่มีปัญหานะคะ