กรุณารอสักครู่

 

HomeCategoryกฎหมาย Archives - Page 42 of 44 - บริษัท ลีกัล คลินิก แอนด์ เอดดูเคชั่น จำกัด

ลูกจ้างลาป่วย ถูกออกใบเตือนว่าหยุดงานเกินกำหนด ประเมินผลงานไม่ผ่านเกณฑ์ ทำอย่างไรได้บ้าง?

ลูกจ้างลาป่วย ถูกออกใบเตือนว่าหยุดงานเกินกำหนด ประเมินผลงานไม่ผ่านเกณฑ์ ทำอย่างไรได้บ้าง? คำถามจากแฟนเพจมีใจความว่า ป่วยติดโควิดจึงลางานประมาณ 18 วัน แจ้งลางานถูกต้อง หายป่วยจึงมาทำงานพร้อมใบรับรองแพทย์ ปรากฏว่านายจ้างออกใบเตือนและประเมินผลการทำงาน รอบแรกว่าไม่ผ่านเกณฑ์ แบบนี้ ลูกจ้างมีสิทธิทำอย่างไรได้บ้างคะ สำหรับประเด็นเรื่อง การออกใบเตือนเพราะหยุดงานเกินกำหนดนั้น คลินิกกฎหมายแรงงานเห็นว่า นายจ้างไม่สามารถออกใบเตือนได้ เพราะลูกจ้างหยุดงานเพราะเหตุลาป่วย (ลูกจ้างมีสิทธิลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง ตามพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ม.32) ไม่ใช่เรื่องที่ลูกจ้างกระทำฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบ หรือคำสั่งของนายจ้างที่นายจ้างจะต้องออกใบเตือน ส่วนประเด็นเรื่องประเมินผลการทำงานไม่ผ่านเกณฑ์นั้น นายจ้างมีหลักเกณฑ์การประเมินอย่างไรก็ต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์ของแต่ละบริษัท ที่ส่วนใหญ่แล้วการประเมินจะพิจารณาถึง Job Description ประสิทธิภาพในการทำงาน เป้าหมายของการของปฏิบัติงานทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ ส่วนเรื่องการขาด ลา มา สาย นายจ้างจะพิจารณาถึงผลกระทบว่าการ ขาด ลา มาสายบ่อยมีผลกระทบต่องานหรือไม่ แต่ผู้เขียนเห็นว่านายจ้างจะต้องคำนึงถึงเหตุผลความจำเป็นในการขาด ลา มาสาย ของพนักงานประกอบด้วย แต่ก็ใช่ว่าลูกจ้างจะเกิดสิทธิในการฟ้องร้องนายจ้างนะคะ หากลูกจ้างไม่เห็นด้วย ก็เพียงแต่ทำความเห็นแย้งไว้หรือชี้แจงเหตุผลความจำเป็นไว้ เทียบเคียงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13010/2558 ในกรณีนี้ เราอยากให้ต่างฝ่ายต่างเห็นใจกัน เพราะอย่าลืมว่าสัญญาจ้างแรงงานเป็นสัญญาต่างตอบแทน เมื่อลูกจ้างหายป่วยกลับมาแล้วก็ต้องตั้งใจทำงานเพราะนี่เป็นเพียงการประเมินรอบแรก หากตั้งใจทำงาน ฝีมือดี...

เจ้าหนี้ต้องรู้ โพสประจานลูกหนี้มีสิทธิถูกปรับหลักแสน!!

เจ้าหนี้ต้องรู้ โพสประจานลูกหนี้มีสิทธิถูกปรับหลักแสน!! อ่านแค่หัวเรื่องก็ร้องโอ้ยยยย กันแล้ว ทำไมจะด่า จะประจานคนที่ยืมเงินแต่ไม่คืนเงินไม่ได้ ไม่เข้าใจเลย เรื่องนี้ หลักกฎหมายอธิบายไว้แบบนี้ค่ะ แม้จะยืมจริง ไม่คืนจริง แถมใช้ชีวิตหรูหรา แต่หากเจ้าหนี้ โพสประจานโดยระบุตัลุกหนี้ชัดเจน เผลอๆโพสยันหลักฐานยืนยันข้อเท็จจริง และข้อความที่โพสทำให้ลูกหนี้เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง แม้เป็นเรื่องจริง ก็อาจจะมีความผิดฐานหมิ่นประมาท และหนักไปกว่านั้น ถ้าการโพสต์ข้อความใน socail ที่มีเข้าถึงได้เป็นจำนวนมาก ก็อาจมีความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326 และ 328 มีโทษจำคุกไม่เกินสองปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท อ่านมาถึงตรงนี้อาจคิดว่าไม่เป็นธรรมกับคนให้กู้เลย อันนี้เจ้าหนี้ต้องคิดให้ดีไม่ใช่แค่ก่อนโพส แต่ต้องคิดก่อนให้ใครกู้หรือหยิบยืมด้วย ว่าเค้ามีความสามารถในการชำระหรือไม่ คิดง่ายๆเอ็นดูเขา เอ็นเราขาดนะคะ และสำหรับใครที่มีปัญหาด้านกฎหมายต้องการติดต่อหาทนายความเพื่อดำเนินการใช้สิทธิ์เรียกร้องตามกฏหมาย หรือแม้แต่ขั้นตอนการสืบบุคคล สืบทรัพย์สินก็สามารถติดต่อได้ที่ info@legalclinic.co.th

กระทำการอันไม่สมควร “ลงโซเชียล”ขณะใส่เสื้อบริษัท นายจ้างไล่ออกได้มั้ย ?

กรณีข่าวดังในโลกโซเชียล ที่มีพนักงานรายหนึ่งไลฟ์สด ขณะปฏิบัติหน้าที่ และมีการสวมเครื่องแต่งกายของนายจ้าง ใช้คำสบถ ด่าลูกค้าที่แม๊กเงินมาฝากธนาคาร ทราบว่าขณะนี้ทางธนาคารได้ตรวจสอบ และพบว่าเป็นพนักงานของธนาคารจริง ซึ่งถือว่าเป็นพฤติกรรมส่วนบุคคลที่ไม่เหมาะสม และไม่เป็นไปตามค่านิยมหลักที่ธนาคารกำหนด ทั้งนี้ ธนาคารอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการตามกระบวนการของธนาคารโดยเร็ว กรณีดังกล่าวนั้น ผู้เขียนมีฟามเห็นว่า การไลฟ์สดในขณะปฏิบัติหน้าที่นั้น ไม่สมควร หากทางนายจ้างมีกฎระเบียบว่าห้ามเล่นโซเชียลขณะทำงาน ดังนี้ นายจ้างก็มีสิทธิออกหนังสือเตือน หากลูกจ้างผิดซ้ำคำเตือนภายใน 1 ปี นายจ้างก็เลิกจ้างได้โดยไม่จ่ายค่าชดเชย กับกรณีที่ไลฟ์สดแล้วด่าลูกค้าที่แม๊กเงิน ที่นำมาฝากด้วยยิ่งถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่สมควร นายจ้างอาจบอกเลิกจ้างลูกจ้างได้ ด้วยเหตุเป็นการกระทำอันไม่สมควรแก่การปฏิบัติหน้าที่ ป.พ.พ. 583 นายจ้างบอกเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรม แต่ถ้าหากลูกค้ามาร้องเรียนพนักงานด้วยเหตุดังกล่าว แล้วแจ้งว่าจะปิดบัญชีเพราะไม่พอใจ แบบนี้ธนาคารผู้เป็นนายจ้างย่อมได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง ที่นายจ้างบอกเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยได้ ม.119 (4) คำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ 17/2560 \\ ส่วนกรณีที่โจทก์เล่นโทรศัพท์ส่งข้อความผ่านโปรแกรมไลน์ในเวลางาน เมื่อกฎระเบียบพนักงานของจำเลย ห้ามเล่นโทรศัพท์ขณะทำงาน เช่น ไลน์ เฟซบุ๊ก ฯลฯ แม้จะมีการพูดคุยในเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวปะปนกันก็ถือเป็นการฝ่าฝืนระเบียบหรือคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมาย และเป็นธรรมตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 119...

ฟ้องชู้ต้องใช้หลักฐานอะไรบ้าง ?

ฟ้องชู้ต้องใช้หลักฐานอะไรบ้าง ? ก่อนอื่นเลยจะฟ้องชู้ได้ สิ่งที่ต้องมีคือ “ทะเบียนสมรส” หลายคนถามมาว่า ไม่ได้จดทะเบียนสมรส แต่มีรูปถ่ายงานแต่งนะคะ ลูกเต้าด้วยกันก็มีหมด ซึ่งส่วนนี้ต้องชี้แจงก่อนว่า การที่จะเป็นสมีภรรยากันแบบที่ให้ฟ้องได้ ต้องมีผลผูกพันทางทะเบียน มีกฎหมายรับรองเท่านั้น ส่วนใครที่มีทะเบียนสมรสแล้วอยากฟ้องชู้ สิ่งที่ต้องเตรียมมีดังนี้ 1.ใบสำคัญการสมรส ภาพถ่ายงานแต่ง ความสัมพันธ์หวานชื่นก่ออนมีชู้ 2.ใบสูติบัตร หากมีบุตร (หลักฐานค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบุตรให้เอามาด้วย) 3.พยานภาพถ่าย ภาพเคลื่อนไหว คลิปเสียง หรือข้อความที่แสดงว่า สามี หรือภรรยา ของท่านได้มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับบุคคลนั้นว่าเปิดเผยอย่างไร แค่ไหน นานแค่ไหน 4.พยานหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าชู้ ได้รู้อยู่แล้วว่าฝ่ายชายหรือฝ่ายหญิงที่ตนคบชู้หรือล่วงเกินนั้นมีครอบครัวอยู่แล้ว 5.วุฒิการศึกษา สลิปเงินเดือน หรือหลักฐานอื่นที่แสดงรายได้ 6.หลักฐานที่แสดงฐานะทางสังคม เช่น หากเป็นผู้นำชุมชน เป็นผู้นำกิจกรรม เป็นบุคคลผู้มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จัก ก้ให้นำมาด้วย ส่วนจะได้เท่าไหร่นั้นศาลจะพิจารณา “ตามสมควรแห่งพฤติการแห่งคดี” ซึ่งพอบอกแบบนี้หลายคนร้องโอ้ยยยย พฤติการแห่งคดี คืออะไรก่อน อย่าเพิ่งโอ้ย..เดี่ยวเล่าให้ฟัง ตามสมควรแห่งพฤติการแห่งคดี ในที่นี้หมายถึง ฐานะทางสังคม หน้าที่การงาน เงินเดือน การศึกษา ชื่อเสียง...

หลังลาออก !! ใช้วันลาพักร้อนเพื่อไปทำงานที่ใหม่ได้หรือไม่ ?

เรื่องมีอยู่ว่า ลูกจ้าง นาย ก ทำงานกับบริษัท A โดย นาย ก มีวันหยุดพักร้อนสะสมทั้งหมด 30 วัน นาย ก ยื่นใบลาออกกับบริษัท A โดยระบุวันทำงานวันสุดท้าย (last working day) 31 มีนาคม 2022 และระบุวันสิ้นสุดการเป็นพนักงานกับบริษัท A คือวันที่ 12 พฤษภาคม 2022 เพราะเค้ามีวันลาพักร้อนทั้งหมด 30 วัน นาย ก ได้เซ็นสัญญาเริ่มงานกับ บริษัท B โดยวันเริ่มงานคือวันที่ 1 เมษายน 2022 ดังนี้ นาย ก สามารถลาพักร้อน ระหว่างการบอกเลิกสัญญาจ้างมีผลได้หรือไม่ ? ตอบ : นาย ก ใช้สิทธิลาพักร้อนได้ วันหยุดพักร้อนสะสม 30 วัน...

ผ่อนรถไม่ไหว คืนไปแล้ว แต่ทำไมยังถูกฟ้อง ?

ผ่อนรถไม่ไหว คืนไปแล้ว แต่ทำไมยังถูกฟ้อง เห็นพูดมาหลายคนว่า ถ้าผ่อนไม่ไหวคืนก่อนเลยก่อนไฟแนนซ์มายึด เท่านั้นก็จบ !! . . ไม่ใช่แน่นอน เพราะหลักการคือ ไฟแนนซ์ให้ยืมเงินไปซื้อรถแล้วผ่อนคืน โดยมีรถที่เราขับขี่นั่นแหละค้ำเอาไว้ พอเราไม่สามารถผ่นได้ตามที่ตกลงกัน ไม่ว่าไฟแนนซ์ก็เอารถคืนกลับไป หรือเราเอารถไปคืนที่ไฟแนนซ์เอง ไฟแนนซ์ก็จะรับไว้ จากนั้นก็ทำการขายทอดตลาด เมื่อขายได้เท่าไหร่ก็หักลบหนี้ที่มีตามสัญญาเช่าซื้อ ขาดเท่าไหร่ก็เป็นส่วนต่างความเสียหายที่เกิดกับไฟแนนซ์ ไฟแนนซ์จึงมีสิทธิฟ้องแน่นอน แต่หลายๆครั้งที่ไฟแนนซ์ แพ้ในคดีเรียกค่าส่วนต่างเพราะอะไร เพราะในการขายทอดตลาด ไฟแนนซ์จะต้องประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา ซึ่งมี 2 ข้อ หลักๆ คือ 1.ต้องแจ้งล่วงหน้าให้ผู้เช่าซื้อและผู้ค้ำประกัน(ถ้ามี) เป็นหนังสือไม่น้อยกว่า 7 วัน 2.ขายโดยวิธีประมูล หรือขายทอดตลาดที่เหมาะสม ซึ่งหากไฟแนนซ์ปฎิบัติไม่ถูกต้อง หรือ หากขาดข้อใดข้อหนึ่ง ถือว่าเป็นการขายทอดตลาดที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายผู้เช่าซื้อจึงจะไม่ต้องจ่ายค่าส่วนต่างของหนี้ที่เหลืออยู่ แต่ในทางกลับกัน ถ้าไฟแนนซ์ทำครบแล้วขั้นตอนแล้ว โอกาสที่ชนะคดีและผู้ช่าซื้อจะต้องจ่ายส่วนต่างก็มีสูง คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 31/2560 “การเรียกค่าขายรถที่เช่าซื้อไปแล้วขาดทุนนั้นคดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าจำเลยทั้งสองต้องร่วมรับผิดในค่าขาดราคาหรือไม่ เพียงใด โดยศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงยุติว่า 1 โจทก์ไม่ได้แจ้งการประมูลรถยนต์ที่เช่าซื้อให้จำเลยทั้งสองทราบ และ 2 โจทก์ไม่ได้นำพยานมาสืบให้ได้ความว่า...

องค์กรที่ไม่แสวงหากำไร ต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานหรือไม่ ?

การจ้างงานสำหรับองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร นั้น ต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานหรือไม่ ? ขอตอบว่า : นายจ้างซึ่งจ้างลูกจ้างทำงานที่มิได้แสวงหากำไรในทางเศรษฐกิจ ก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติยกเว้นไว้ ซึ่งวันนี้คลินิกกฎหมายแรงงานได้รวบรวมมาให้แล้วว่าองค์กรไม่แสวงหากำไรต้องปฏิบัติกฎหมายแรงงานฉบับใดบ้าง มาอ่านกันค่ะ 1. ป.พ.พ. บรรพ 3 ลักษณะ 6 จ้างแรงงาน (มาตรา 575-586) 2. พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 บังคับใช้เพียงบางมาตรา โดยตามกฎกระทรวง (พ.ศ. 2541) (3) บัญญัติยกเว้นไว้ว่าไม่ให้นำมาตราต่อไปนี้มาบังคับใช้แก่นายจ้างซึ่งจ้างลูกจ้างทำงานที่มิได้แสวงหากำไรในทางเศรษฐกิจ -หมวด 1 บททั่วไป มาตรา 12 มาตรา 16 มาตรา 18 และมาตรา 22 – หมวด 2 การใช้แรงงานทั่วไป ตั้งแต่มาตรา 23 ถึงมาตรา 37 – หมวด 3 การใช้แรงงานหญิง ตั้งแต่มาตรา 38...

บริษัทสามารถลดตำแหน่ง ลดเงินเดือน ได้หรือไม่ ?

ตอบแบบตะโกนว่า “บริษัทไม่สามารถทำได้” เพราะการย้าย การสับเปลี่ยนตำแหน่ง ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง ที่นายจ้างไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้หากลูกจ้างไม่ยินยอม เว้นแต่ การเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างที่เป็นคุณกับลูกจ้าง นายจ้างจึงจะสามารถทำได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม ซึ่งหลักเกณฑ์การย้ายหรือการเปลี่ยนตำแหน่งนั้น ต้องไม่เป็นการ 1. ไม่ลดตำแหน่ง 2. ไม่ลดเงินเดือน 3. ไม่ลดสวัสดิการต่าง ๆ 2. หากนายจ้างยืนยันที่จะให้ไปทำงานในตำแหน่งใหม่ที่ลดตำแหน่ง ลดเงินเดือน โดยลูกจ้างไม่ยินยอม ลูกจ้างมีสิทธิทำอย่างไรได้บ้าง คำตอบคือ มีสิทธิฟ้องศาลแรงงาน หรือจ้างทนายความยื่นฟ้องคดีต่อศาลแรงงานได้ค่ะ 3. หากถูกเลิกจ้างเพราะเหตุที่ลูกจ้างปฏิเสธไม่ยอมไปทำงานในตำแหน่งที่นายจ้างกำหนด ลูกจ้างมีสิทธิอย่างไรบ้าง – เงินสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า (หากไม่บอกกล่าวล่วงหน้าตามกฎหมาย) – เงินค่าชดเชย – ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนตามส่วนในปีที่เลิกจ้าง – ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนสะสม (ถ้ามี) – เงินค่าเสียหายจากการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม – เงินค่าเสียหายจากการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม และเช่นเคยสำหรับใครที่ไม่อยากจดจำ ไม่มีเวลาหาข้อมูล แต่มีคำถามในทางปฏิบัติมากมาย อยากหาทนายเคียงข้างธุรกิจ เป็นเพื่อนคู่คิดหรือเป็นมิตรคู่กาย ในการให้คำปรึกษาด้านกฎหมายสักคน สามารถติดต่อมาได้ที่ info@legalclinic.co.th นะคะ #คลินิกกฎหมายแรงงาน #ที่ปรึกษากฎหมาย #คดีแรงงาน...

ชอบก๊อปต้องรู้ ก๊อปบทความ ดูดภาพ ดูดคลิป แม้ให้เครดิตก็อาจผิดกฎหมาย

ชอบก๊อปต้องรู้ ก๊อปบทความ ดูดภาพ ดูดคลิป แม้ให้เครดิตก็อาจผิดกฎหมาย ในปัจจุบัน มีหลายช่อง หลายเพจ เอาคลิปคนอื่นมาลง สร้างคอนเท้น สร้างรายได้ และบอกว่า ขอบคุณภาพจาก XXX ต่างๆ แบบนี้อย่างคิดว่ารอดนะคะ เพราะการนำผลงานภาพของภาพ บทความของคนอื่นมาเผยแพร่ต่อสาธารณชน แม้ว่าผู้นำมาเผยแพร่จะมีการให้เครดิต ก็เสี่ยงมีความผิดตามกฎหมายลิขสิทธิ์ สิ่งที่ควรทำให้ถูกต้องคือการขออนุญาต เพราะหากบทความหรือรูปภาพเป็นงานลิขสิทธิ์ การนำมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นการก๊อบปี้หรือแชร์ต่อ นั้นต้องพิจารณาประกอบกับเงื่อนไขการอนุญาตให้ใช้เนื้อหาของเว็บไซต์นั้นๆ ว่าจะทำได้มากน้อยเพียงใด เช่น ถ้านำมาใช้ในปริมาณน้อย เช่น 1 ถึง 2 ภาพที่ไม่ได้มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ (economic value) อย่างมีนัยสำคัญ และไม่ได้เป็นการใช้เพื่อประโยชน์ทางการค้าหรือหากำไรโดยมีการแสดงที่มาของบทความหรือรูปภาพ ก็อาจถือว่าเป็นการใช้งานลิขสิทธิ์ที่เป็นธรรม (fair use) ไม่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ แต่ถ้าก๊อปมาปริมาณมากมีการสร้างรายได้ แบบนี้เสี่ยงมีความผิดตามกฎหมายลิขสิทธิ์ สิ่งที่ควรทำให้ถูกต้องคือการขออนุญาตเจ้าของบทความหรือรูปภาพก่อนนะคะ และสำหรับใครที่มีปัญหาด้านกฎหมายต้องการติดต่อหาทนายความเพื่อดำเนินการใช้สิทธิ์เรียกร้องตามกฏหมาย หรือแม้แต่ขั้นตอนการสืบบุคคล สืบทรัพย์สินก็สามารถติดต่อได้ที่ info@legalclinic.co.th #ที่ปรึกษากฎหมาย #ทนายความ #สืบทรัพย์ #สืบก่อนแต่ง #นำยึด #วิทยากรสอนกฎหมาย #วิทยากรอารมณ์ดี

ถ้าผู้จัดการมรดก โอนทรัพย์มรดกมาเป็นของตนเองและจำหน่ายให้บุคคลภายนอก ผู้รับซื้อไว้ต้องคืน!!

ถ้าผู้จัดการมรดก โอนทรัพย์มรดกมาเป็นของตนเองและจำหน่ายให้บุคคลภายนอก ผู้รับซื้อไว้ต้องคืน!! โดยหลักแล้วหากผู้ที่รับโอนซื้อไปโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนผู้รับโอนย่อมมีสิทธิ์ในทรัพย์นั้นแต่ไม่ใช่กับประเด็นนี้ในกรณีที่ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์มรดกมาเป็นของตนแต่เพียงคนเดียวและทำการจำหน่ายจ่ายโอนโดยที่ทายาทไม่รู้เห็นยินยอมการทำนิติกรรมดังกล่าวย่อมไม่ผูกพันทายาทผู้มีสิทธิ์รับมรดก คำพิพากษาฎีกาที่ 814 / 2554 ช. ทำพินัยกรรมยกที่ดินพิพาทให้แก่อ. เมื่อช. ตายที่ดินพิพาทตกเป็นของอ. ต่อมาอ. ทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินของตนทั้งหมดให้แก่โจทก์ทั้งห้า เมื่ออ. ตายที่ดินพิพาทตกเป็นของโจทก์ทั้งห้า แม้ศาลมีคำสั่งแต่งตั้งจำเลยที่หนึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของช. จำเลยที่หนึ่งก็เพียงแต่มีอำนาจจัดการทรัพย์มรดกของช. แทนทายาททุกคนเพื่อแบ่งปันซับมรดกแก่ทายาททุกคนไม่มีสิทธิ์นำที่ดินพิพาทที่ตกเป็นของโจทก์ทั้งห้าไปขาย โดยทายาทผู้ได้รับมรดกไม่ยินยอมการที่จำเลยที่หนึ่งนำที่ดินพิพาทไปขายให้แก่จำเลยที่สองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งห้าแม้จำเลยที่สองจะซื้อที่ดินโดยสุจริตเสียค่าตอบแทนและจดทะเบียนแล้วก็ตามจำเลยที่สองก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์ตามหลักที่ว่าผู้รับโอนไม่มีสิทธิ์ดีกว่าผู้โอนโจทก์ทั้งห้าย่อมมีสิทธิ์ฟ้องเรียกคืนที่ดินพิพาทอันเป็นการใช้สิทธิ์ติดตามเอาคืนซึ่งทรัพย์สินจากผู้ไม่มีสิทธิ์ยึดถือไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1336 #ทนายความ #สืบทรัพย์ #สืบก่อนแต่ง #นำยึด #วิทยากรสอนกฎหมาย #วิทยากรอารมณ์ดี