กฏหมายแรงงานใบเตือนที่ไม่ได้ระบุว่าห้ามทำผิดซ้ำอีก ไม่ถือว่าเป็นใบเตือนที่ชอบด้วยกฎหมาย เลิกจ้างต้องจ่ายค่าชดเชย
ใบเตือนที่ไม่ได้ระบุว่าห้ามทำผิดซ้ำอีก ไม่ถือว่าเป็นใบเตือนที่ชอบด้วยกฎหมาย เลิกจ้างต้องจ่ายค่าชดเชย กรณีนี้ยังมีอยู่จริง แต่ไม่ใช่เพราะกฎหมายไม่เป็นธรรม แต่เป็นกรณีผู้ออกใบเตือนไม่ทราบองค์ประกอบของการเตือนที่จะทำให้เกิดผลต่างหาก ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของนายจ้างและตัวแทนนายจ้างทั้งหลายที่จะต้องเข้าใจให้ถูกต้อง ชัดเจน เพื่อนำมาใช้ให้ถูกต้อง และไม่เสียสิทธิในฝั่งนายจ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่เจอลูกจ้างที่ไม่น่ารักบางราย ที่พร้อมทำทุกทางที่จะได้เงินจากบริษัท ยกเว้น..ทำงาน ยกตัวอย่างให้ชัดเจนเลยดีกว่ากับ คำพิพากษาฎีกาที่ 694/2562 นายจ้างนำสืบได้ว่าลูกจ้างลาป่วยไม่สุจริต ลาและหยุดงานจำนวนมาก ละทิ้งหน้าที่ เกียจคร้านไม่ทำงาน ออกใบเตือนแจ้งลูกจ้างบอกพฤติกรรมว่าผิดอะไร บรรยายครบ แต่ไม่ได้บอกว่า “ห้ามทำอีก” ในกรณีเช่นนี้ เมื่อมีการทำซ้ำและเลิกจ้าง ศาลได้วินิจฉัยว่า แม้หนังสือเตือนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มาตรา 119 (4) จะไม่ได้กำหนดรูปแบบเอาไว้ แต่โดยลักษณะทั่วไปของหนังสือเตือนต้องประกอบไปด้วย 1. ข้อเท็จจริงอย่างพอเพียงที่ทำให้ลูกจ้างทราบว่าตนเองกระทำผิดระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานในข้อใด 2. ข้อความห้ามมิให้ลูกจ้างกระทำผิดในเรื่องเดียวกันอีก ดังนั้น เมื่อพิจารณาใบเตือนของบริษัทแล้วล้วนแต่มีการระบุไว้เฉพาะข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับการกระทำผิดของลูกจ้างว่า ลาและหยุดงานจำนวนมาก ละทิ้งหน้าที่ เกียจคร้านไม่ทำงาน โดยไม่ปรากฏข้อความเตือนห้ามมิให้ทำซ้ำอีก ถือว่าใบเตือนดังกล่าวเป็นเพียงหนังสือแจ้งการกระทำผิดให้โจทก์ทราบเท่านั้น ไม่เข้าลักษณะเป็นการตักเตือนเป็นหนังสือตามกฎหมาย การที่จำเลยเลิกจ้างเพราะเหตุดังกล่าวจะยกมาเป็นเหตุไม่จ่ายค่าชดเชยไม่ได้ จากตัวอย่างข้างต้น จึงยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่ากระบวนการขั้นตอนในการบริหารแรงงาน และปฏิบัติตามกฎหมายสำคัญเพียงใด และที่สำคัญความไม่รู้กฎหมายไม่เป็นข้อแก้ตัว ดังนั้น เพื่อให้รู้ชัดในกฎหมายแรงงานและการบริหารการจ้างทำได้ง่ายมากเพียงแค่กดติดตามเพจคลินิกกฎหมายแรงงานและอ่านในทุกวัน เท่านี้ก็ได้เกร็ดความรู้ไว้ใช้งานแล้ว 🏛️ สนใจติดต่องาน...










