กรุณารอสักครู่

 

บทความแนะนำ

ลีกัล คลินิก แอนด์ เอดดูเคชั่น

อ่านแค่หัวข้ออย่าพึ่งรีบสรุปนะว่าเพียงเพราะเค้าท้องทำยอดขายไม่ถึงเป้าก็จะเลิกจ้างเค้าเลยหรอมาแนะนำนายจ้างแบบนี้ได้หรอ

ว่ากันด้วยหลักกฎหมาย ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน มาตรา 43 “ห้ามนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างหญิงเพราะเหตุตั้งครรภ์” ซึ่งถือเป็นเกราะคุ้มครองสตรีที่มีความเด็ดขาดมาก แต่ในมุมกลับกัน หากลูกจ้างตั้งครรภ์รายนั้น “ทำผลงานไม่ได้ตามเป้าหมายที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่แรก” นายจ้างจะยังสามารถเลิกจ้างได้หรือไม่?

เรามาลองชำแหละคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ 9022/2562 กันค่ะ

ลูกจ้างรายนี้ในสัญญาจ้างมีเงื่อนไขสำคัญระบุไว้ชัดเจนว่า ลูกจ้างต้องทำยอดขายให้ได้ไม่ต่ำกว่า 400,000 บาท ต่อเดือน ต่อมาในเดือนธันวาคม ปีเดียวกัน ลูกจ้างได้แจ้งบริษัทเพื่อขอใช้สิทธิลาคลอดเนื่องจากกำลังตั้งครรภ์ แต่หลังจากนั้นไม่นาน บริษัทกลับออกหนังสือเลิกจ้างลูกจ้างทันที โดยอ้างเหตุผลว่า “ผลการปฏิบัติงานไม่ถึงเป้าหมายที่กำหนด”

ลูกจ้างรู้สึกว่าตนเองโดนกลั่นแกล้งเพราะเหตุตั้งครรภ์และขอลาคลอด จึงฟ้องศาลแรงงานกลางเรียกทั้ง ค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ซึ่งศาลชั้นต้น (ศาลแรงงานกลาง) มองว่านายจ้างผิด แต่.. สงครามยังไม่จบอย่าพึ่งนับศพทหาร คดีมาพลิกในศาลอุทธรณ์ฯ ศาลอุทธรณ์ได้หยิบยกพยานหลักฐานเชิงตัวเลข” และข้อตกลงในสัญญาจ้างเป็นหลัก จนพบความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า

– เงื่อนไขสำคัญในอาชีพ สำหรับตำแหน่งพนักงานขาย “ความสามารถในการทำยอด” คือหัวใจสำคัญที่สุดใน

การปฏิบัติหน้าที่

– ผลงานหลุดเป้าแบบ 100% เมื่อการรายงานเปรียบเทียบยอดขายและค่าใช้จ่ายออกมาดู พบว่าตลอดระยะเวลาเกือบ 1 ปีที่ทำงานมา ลูกจ้างไม่เคยทำยอดขายได้ถึง 400,000 บาทตามที่ตกลงกันไว้เลยแม้แต่เดือนเดียว

– ลูกจ้างรับรู้อยู่แล้ว ถึงแม้ว่าที่ผ่านมานายจ้างจะไม่เคยออกหนังสือตักเตือนเรื่องยอดขายเป็นลายลักษณ์อักษรเลยก็ตาม แต่ตัวลูกจ้างย่อมรับรู้ถึงหน้าที่และเป้าหมายนี้ดีอยู่แล้วตั้งแต่สัปดาห์แรกที่เข้าทำงาน 

ดังนั้น ในคดีนี้จึงเป็นการเลิกจ้างเพราะผลงาน ไม่ใช่เพราะท้องศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ ได้พิจารณาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยให้เหตุผลทางกฎหมายว่า  กรณีถือได้ว่า โจทก์ไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างเหมาะสม และผลงานของโจทก์ไม่เป็นไปตามข้อตกลงแล้ว เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์ด้วยเหตุดังกล่าว โดยไม่มีพฤติการณ์แสดงให้เห็นว่าจำเลยกลั่นแกล้งโจทก์ จึงเป็นการเลิกจ้างที่มีเหตุผลอันสมควรเพียงพอ ไม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม”

ผลสรุปของคดีนี้ ศาลอุทธรณ์ฯ สั่งแก้ให้ นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม (เพราะถือว่าเป็นการเลิกจ้างที่ชอบด้วยเหตุผลเรื่องผลงานแล้ว) ส่วนเงินเยียวยาพื้นฐานตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เช่น ค่าชดเชยตามอายุงาน และค่าบอกกล่าวล่วงหน้า นายจ้างยังคงต้องจ่ายตามปกติเพราะไม่ใช่กรณีความผิดร้ายแรงตามมาตรา 119

บทเรียนสำคัญจากคดีนี้คืออะไร 

ฝั่งนายจ้าง และ HR

1. ตัวเลขในสัญญาจ้างคือหลักฐานชั้นดี การระบุเป้าหมายการทำงาน (KPI) หรือยอดขายที่ต้องรับผิดชอบไว้ในสัญญาจ้างหรือเอกสารแนบท้ายอย่างชัดเจน จะช่วยคุ้มครองนายจ้างเมื่อต้องพิสูจน์ “เหตุผลอันสมควรในการเลิกจ้าง” ต่อศาล 

2. เลิกจ้างคนท้องทำได้ แต่เหตุผลต้องนิ่ง กฎหมายห้ามเลิกจ้าง เพราะเหตุตั้งครรภ์ แต่ไม่ได้ห้ามเลิกจ้างคนตั้งครรภ์ที่ทำผลงานไม่ได้ หากนายจ้างสามารถพิสูจน์ได้ด้วยสถิติตัวเลขที่ชัดเจน โปร่งใส และไม่มีพฤติการณ์กลั่นแกล้ง ศาลก็พร้อมจะให้ความเป็นธรรมกับฝั่งนายจ้างเช่นกัน

ฝั่งลูกจ้าง

1. การตั้งครรภ์ไม่ใช่ยันต์กันตกงาน แม้กฎหมายคุ้มครองแรงงานจะให้การดูแลพนักงานตั้งครรภ์อย่างเข้มงวดแต่หน้าที่และความรับผิดชอบในฐานะพนักงานยังคงต้องดำเนินอยู่ หากผลงานหลุดเป้าหมายที่ตกลงกันไว้อย่างต่อเนื่อง นายจ้างก็มีสิทธิ์ให้ออกได้โดยไม่ถือว่าเป็นการกลั่นแกล้ง

 2. เข้าใจสิทธิของตัวเอง ในกรณีที่ผลงานไม่ผ่านและถูกเลิกจ้าง แม้จะไม่ได้เงินก้อน “ค่าเลิกจ้างไม่เป็นธรรม” แต่ตราบใดที่เราไม่ได้ทุจริตหรือทำผิดวินัยร้ายแรง เรายังคงมีสิทธิได้รับ ค่าชดเชยตามอายุงาน และ ค่าตกใจ (บอกกล่าวล่วงหน้า) ตามกฎหมายอยู่เสมอ

หวังว่าพอมาแยกองค์ประกอบแบบนี้ให้ฟังแล้วจะได้ประโยชน์กันในทั้งสองมุมนะคะไม่ว่าจะเป็นนายจ้างหรือลูกจ้าง ฝากติดตามบทความกดไลก์กดแชร์เป็นกำลังใจให้กับทีมแอดมินด้วยนะคะ

#คลินิกกฎหมายแรงงาน

#ทนายฝ้าย

#ทนายคดีแรงงงาน

Facebook : คลินิกกฎหมายแรงงาน

TikTok : ทนายฝ้ายคลินิกกฎหมายแรงงาน

🏛️ สนใจติดต่องาน ขอทราบค่าบริการ ⚖️

💬 คดีความ

💬 ที่ปรึกษากฎหมาย

💬 ร่างข้อบังคับและสัญญาทั้ง 💬Thai/Eng

💬 งานบรรยาย/อบรม

💼 in-house training   

สอบถามค่าบริการได้ทาง info@legalclinic.co.th

ช่องทางความรู้อื่นๆสามารถติดตามได้ที่

🌐 https://legalclinic.co.th/

🌐 https://www.youtube.com/labourlawclinic

🌐 https://www.tiktok.com/@labourlawclinic

บริษัทไม่มีนโยบายในการทักเข้าให้ความช่วยเหลือโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และไม่มีสาขาเครือข่าย โปรดใช้ความระมัดระวัง

#ทนายฝ้าย

#ทนายฝ้ายคลินิกกฎหมายแรงงาน

#คลินิกกฎหมายแรงงาน

#HR

#ลูกจ้าง

#นายจ้าง