กรุณารอสักครู่

 

HomeCategoryกฏหมายแรงงาน Archives - Page 48 of 76 - บริษัท ลีกัล คลินิก แอนด์ เอดดูเคชั่น จำกัด

ลาออกกะทันหัน ลูกจ้างมีความผิดหรือไม่ นายจ้างไม่จ่ายเงินค่าจ้างได้หรือเปล่า ?

เธออออออ อ่านนะ กับคำถามยอดฮิต ที่มาถามแล้วเร่งยิกๆ ให้ตอบ แบบนั้นคิดเงินนะ แต่อันนี้อ่านฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย กับเรื่อง “ ลาออกกะทันหัน ลูกจ้างมีความผิดหรือไม่ นายจ้างไม่จ่ายเงินค่าจ้างได้หรือเปล่า ?” สำหรับการแจ้งขอลาออกหรือการบอกเลิกจ้างนั้น ในกรณีที่สัญญาจ้างไม่มีกำหนดระยะเวลา นายจ้างหรือลูกจ้างอาจบอกเลิกสัญญาจ้างโดยบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นหนังสือให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบในเมื่อถึงหรือก่อนจะถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวหนึ่งคราวใด เพื่อให้เป็นผลเลิกสัญญากันเมื่อถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวถัดไป 1.หากลูกจ้างลาออกกะทันหันโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ลูกจ้างมีความผิดหรือไม่ ตอบ : ไม่มีความผิด แม้กฎหมายจะกำหนดว่าให้ต้องมีการแจ้งล่วงหน้า หากลูกจ้างไม่แจ้งลาออกล่วงหน้า กฎหมายก็มิได้บัญญัติกำหนดโทษไว้ ซึ่งการแจ้งลาออกไม่จำเป็นต้องรอให้นายจ้างอนุมัติหรืออนุญาต หากมีการแจ้งแล้วก็มีผลเป็นการลาออก 2.หากลูกจ้างลาออกกะทันหัน โดยไม่แจ้งล่วงหน้า นายจ้างไม่จ่ายค่าจ้างได้ไหม? ตอบ : นายจ้างไม่สามารถหักเงินค่าจ้างได้ แม้ลูกจ้างจะลาออกกะทันหัน โดยไม่แจ้งล่วงหน้า นายจ้างก็ต้องจ่ายค่าจ้างตามกำหนดและตามที่ตกลงกัน (พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 70) หากนายจ้างไม่ยอมจ่าย ลูกจ้างก็สามารถยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานหรือยื่นคำฟ้องต่อศาลแรงงานได้ 3.นายจ้างสามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายจากลูกจ้าง เพราะเหตุลาออกกะทันหัน โดยไม่แจ้งล่วงหน้าได้หรือไม่? ตอบ : นายจ้างสามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายจากลูกจ้างได้ หากการลาออกกะทันหัน โดยไม่แจ้งล่วงหน้านั้น เป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหาย เช่น การที่ลูกจ้างได้รับมอบหมายงานที่สำคัญและไม่ดำเนินการเป็นเหตุให้นายจ้างต้องโดนชำระเบี้ยปรับ หรือถูกยกเลิกออเดอร์ หรือเหตุที่ลูกจ้างลาออก ทำให้นายจ้างไม่สามารถส่งมอบสินค้าได้ทันเวลา...

อุบัติเหตุในวันแข่งขันกีฬาของบริษัท ใช้สิทธิประกันสังคม หรือ สิทธิเงินทดแทน ?

เรื่องมีอยู่ว่าบริษัทจัดกิจกรรมแข่งกีฬาโดยให้พนักงานเล่น ซึ่งเป็นวันทำงาน แต่ในวันนั้นบริษัทให้พนักงานต้องบันทึกเวลาทำงานตามปกติ แต่ไม่ต้องทำงานให้พนักงานเล่นกีฬากัน มีพนักงานคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บขาหักจากการเล่นพุตบอลในวันดังกล่าว จึงเป็นคำถามว่า การรักษาพยาบาลต้องใช้สิทธิประกันสังคม หรือ หรือใช้สิทธิกองทุนเงินทดแทน ? ​หากลูกจ้างไปเล่นกีฬา โดยเล่นในนามของบริษัท บริษัทจัดส่งไปแข่ง หรือลูกจ้างมีหน้าที่ไปเล่นกีฬา เพื่อประชาสัมพันธ์ธุรกิจบริษัท ลักษณะอย่างนี้ เป็นการทำงานตามที่นายจ้างสั่ง หรือเกี่ยวเนื่องกับงาน หากเกิดการบาดเจ็บขึ้นมา ถือว่าเป็นการบาดเจ็บเนื่องจากการทำงานหรือตามคำสั่งของนายจ้าง เป็นเรื่องเงินทดแทน ​คำพิพากษาฎีกาที 2673/2526 นายจ้างสั่งให้ลูกจ้างไปแข่งขันกีฬาที่ต่างจังหวัดเมื่อเสร็จการแข่งขันแล้วก็เดินทางกลับ แต่ยังไม่ทันกลับถึงหน่วยงานที่ประจำก็ได้รับอันตราย มีปัญหาว่าจะเป็นการประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานหรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตราบใดที่ลูกจ้างยังไม่ถึงที่พักประจำในหน่วยงานก็ยังได้ชื่อว่าลูกจ้างปฏิบัติงานพิเศษ การที่ลูกจ้างได้รับอันตรายระหว่างเดินทางจึงเป็นการประสบอันตรายขณะปฏิบัติงานให้แก่นายจ้าง ​คำพิพากษาฎีกาที่ 3733/2529 ลูกจ้างเป็นพนักงานธนาคาร ได้รับแต่งตั้งจากนายจ้างให้เป็นนักกีฬาเข้าแข่งขันภายใน ซึ่งนายจ้างจัดขึ้นตามระเบียบและนโยบายของนายจ้างโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดของลูกจ้างจากการปฏิบัติงานประจำวันอันส่งผลให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การที่ลูกจ้างได้รับอันตรายจากการแข่งขันกีฬาภายในถือเป็นการประสบอันตรายเนื่องจากการทำงาน ​ *ข้อสังเกต* การที่บริษัทจัดกิจกรรมแข่งกีฬา แม้เป็นกิจกรรมตามนโยบายบริษัทที่ลูกจ้างควรให้ความร่วมมือ ร่วมเล่น ร่วมเชียร์ แต่ก็เป็นการแนะนำให้ปฏิบัติ อนุญาตให้มีการแข่งขันขึ้น ใครจะเล่น หรือ ไม่เล่น แล้วแต่ความสมัครใจ ไม่มีการบังคับ หากเล่นกีฬาแล้วเกิดบาดเจ็บขาหักจากการแข่งขันฟุตบอล จึงเป็นเรื่องประกันสังคม เพราะการเล่นกีฬาดังกล่าว ไม่ใช่การทำงาน ไม่ใช่การป้องกันทรัพย์สินของนายจ้าง หรือไม่ใช่นายจ้างสั่ง

แบ่งจ่ายโบนัสเป็นงวด ต่อมาลูกจ้างลาออก มีสิทธิได้รับโบนัสส่วนที่เหลือหรือไม่ ?

การที่บริษัทจ่ายเงินโบนัสพิเศษให้แก่พนักงาน ก็เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจแก่พนักงานและจูงใจให้พนักงานมีความมุ่งมั่นในการทำงาน หลักเกณฑ์การจ่ายเงินโบนัสแต่ละบริษัทกำหนดหลักเกณฑ์อย่างไรก็ต้องบังคับตามนั้น ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะพิจารณาและประเมินผลการทำงานของพนักงานแต่ละคนในช่วงที่ผ่านมาและกำหนดจ่ายในแต่ละรอบปีนั้น ​คำถามวันนี้มีอยู่ว่าา… บริษัทจ่ายเงินโบนัส โดยขอแบ่งจ่ายเงินโบนัสออกเป็น 2 งวด ลูกจ้างได้รับเงินโบนัสมาแล้ว 1 งวด ต่อมาก่อนที่จะครบกำหนดจ่ายโบนัสงวดที่ 2 ลูกจ้างได้ลาออกก่อน ถามว่าลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินโบนัสงวดที่ 2 หรือไม่ ?? ​เนื่องจากข้อเท็จจริงไม่ละเอียด แต่จากคำถามเข้าใจว่า เป็นการจ่ายเงินโบนัสในรอบปีที่ผ่านมา และลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินโบนัสแล้ว แต่นายจ้างขอแบ่งจ่ายเงินโบนัสออกเป็น 2 งวด ซึ่งการที่ลูกจ้างลาออกก่อนที่จะครบกำหนดรับเงินโบนัสงวดที่ 2 ลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินโบนัสที่เหลือหรือไม่? คลินิกกฎหมายแรงงาน มีความเห็นดังนี้ 1. หากมีข้อความเงื่อนไขกำหนดเอาไว้ว่า “พนักงานจะได้รับเงินโบนัสต่อเมื่อมีสถานะเป็นพนักงานหากพ้นสภาพการเป็นพนักงานก่อนครบกำหนดจ่ายเงินโบนัสไม่มีสิทธิได้รับเงินโบนัส” ดังนันจึง เห็นว่าลูกจ้างก็ไม่มีสิทธิได้รับเงินโบนัส เทียบเคียงคำพิพากษาศาลฎีกา 3755/2533 โจทก์อุทธรณ์ว่า จำเลยหลีกเลี่ยงให้โจทก์เป็นลูกจ้างรายวันและหาทางบ่ายเบี่ยงไม่ให้ค่าจ้างโจทก์ในวันที่โจทก์มาลงชื่อเพื่อปฏิบัติงานในวันต่อไป เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นการอุทธรณ์นอกเหนือไปจากที่โจทก์กล่าวอ้างในฟ้อง จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลแรงงานกลาง ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคแรก ประกอบด้วยพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 31 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย โจทก์และจำเลยทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างว่าจำเลยจะจ่ายเงินโบนัสให้แก่พนักงานของจำเลยทุกคนในวันที่ 28...

ลูกจ้างลาป่วย ถูกออกใบเตือนว่าหยุดงานเกินกำหนด ประเมินผลงานไม่ผ่านเกณฑ์ ทำอย่างไรได้บ้าง?

ลูกจ้างลาป่วย ถูกออกใบเตือนว่าหยุดงานเกินกำหนด ประเมินผลงานไม่ผ่านเกณฑ์ ทำอย่างไรได้บ้าง? คำถามจากแฟนเพจมีใจความว่า ป่วยติดโควิดจึงลางานประมาณ 18 วัน แจ้งลางานถูกต้อง หายป่วยจึงมาทำงานพร้อมใบรับรองแพทย์ ปรากฏว่านายจ้างออกใบเตือนและประเมินผลการทำงาน รอบแรกว่าไม่ผ่านเกณฑ์ แบบนี้ ลูกจ้างมีสิทธิทำอย่างไรได้บ้างคะ สำหรับประเด็นเรื่อง การออกใบเตือนเพราะหยุดงานเกินกำหนดนั้น คลินิกกฎหมายแรงงานเห็นว่า นายจ้างไม่สามารถออกใบเตือนได้ เพราะลูกจ้างหยุดงานเพราะเหตุลาป่วย (ลูกจ้างมีสิทธิลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง ตามพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ม.32) ไม่ใช่เรื่องที่ลูกจ้างกระทำฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบ หรือคำสั่งของนายจ้างที่นายจ้างจะต้องออกใบเตือน ส่วนประเด็นเรื่องประเมินผลการทำงานไม่ผ่านเกณฑ์นั้น นายจ้างมีหลักเกณฑ์การประเมินอย่างไรก็ต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์ของแต่ละบริษัท ที่ส่วนใหญ่แล้วการประเมินจะพิจารณาถึง Job Description ประสิทธิภาพในการทำงาน เป้าหมายของการของปฏิบัติงานทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ ส่วนเรื่องการขาด ลา มา สาย นายจ้างจะพิจารณาถึงผลกระทบว่าการ ขาด ลา มาสายบ่อยมีผลกระทบต่องานหรือไม่ แต่ผู้เขียนเห็นว่านายจ้างจะต้องคำนึงถึงเหตุผลความจำเป็นในการขาด ลา มาสาย ของพนักงานประกอบด้วย แต่ก็ใช่ว่าลูกจ้างจะเกิดสิทธิในการฟ้องร้องนายจ้างนะคะ หากลูกจ้างไม่เห็นด้วย ก็เพียงแต่ทำความเห็นแย้งไว้หรือชี้แจงเหตุผลความจำเป็นไว้ เทียบเคียงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13010/2558 ในกรณีนี้ เราอยากให้ต่างฝ่ายต่างเห็นใจกัน เพราะอย่าลืมว่าสัญญาจ้างแรงงานเป็นสัญญาต่างตอบแทน เมื่อลูกจ้างหายป่วยกลับมาแล้วก็ต้องตั้งใจทำงานเพราะนี่เป็นเพียงการประเมินรอบแรก หากตั้งใจทำงาน ฝีมือดี...

กระทำการอันไม่สมควร “ลงโซเชียล”ขณะใส่เสื้อบริษัท นายจ้างไล่ออกได้มั้ย ?

กรณีข่าวดังในโลกโซเชียล ที่มีพนักงานรายหนึ่งไลฟ์สด ขณะปฏิบัติหน้าที่ และมีการสวมเครื่องแต่งกายของนายจ้าง ใช้คำสบถ ด่าลูกค้าที่แม๊กเงินมาฝากธนาคาร ทราบว่าขณะนี้ทางธนาคารได้ตรวจสอบ และพบว่าเป็นพนักงานของธนาคารจริง ซึ่งถือว่าเป็นพฤติกรรมส่วนบุคคลที่ไม่เหมาะสม และไม่เป็นไปตามค่านิยมหลักที่ธนาคารกำหนด ทั้งนี้ ธนาคารอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการตามกระบวนการของธนาคารโดยเร็ว กรณีดังกล่าวนั้น ผู้เขียนมีฟามเห็นว่า การไลฟ์สดในขณะปฏิบัติหน้าที่นั้น ไม่สมควร หากทางนายจ้างมีกฎระเบียบว่าห้ามเล่นโซเชียลขณะทำงาน ดังนี้ นายจ้างก็มีสิทธิออกหนังสือเตือน หากลูกจ้างผิดซ้ำคำเตือนภายใน 1 ปี นายจ้างก็เลิกจ้างได้โดยไม่จ่ายค่าชดเชย กับกรณีที่ไลฟ์สดแล้วด่าลูกค้าที่แม๊กเงิน ที่นำมาฝากด้วยยิ่งถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่สมควร นายจ้างอาจบอกเลิกจ้างลูกจ้างได้ ด้วยเหตุเป็นการกระทำอันไม่สมควรแก่การปฏิบัติหน้าที่ ป.พ.พ. 583 นายจ้างบอกเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรม แต่ถ้าหากลูกค้ามาร้องเรียนพนักงานด้วยเหตุดังกล่าว แล้วแจ้งว่าจะปิดบัญชีเพราะไม่พอใจ แบบนี้ธนาคารผู้เป็นนายจ้างย่อมได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง ที่นายจ้างบอกเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยได้ ม.119 (4) คำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ 17/2560 \\ ส่วนกรณีที่โจทก์เล่นโทรศัพท์ส่งข้อความผ่านโปรแกรมไลน์ในเวลางาน เมื่อกฎระเบียบพนักงานของจำเลย ห้ามเล่นโทรศัพท์ขณะทำงาน เช่น ไลน์ เฟซบุ๊ก ฯลฯ แม้จะมีการพูดคุยในเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวปะปนกันก็ถือเป็นการฝ่าฝืนระเบียบหรือคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมาย และเป็นธรรมตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 119...

หลังลาออก !! ใช้วันลาพักร้อนเพื่อไปทำงานที่ใหม่ได้หรือไม่ ?

เรื่องมีอยู่ว่า ลูกจ้าง นาย ก ทำงานกับบริษัท A โดย นาย ก มีวันหยุดพักร้อนสะสมทั้งหมด 30 วัน นาย ก ยื่นใบลาออกกับบริษัท A โดยระบุวันทำงานวันสุดท้าย (last working day) 31 มีนาคม 2022 และระบุวันสิ้นสุดการเป็นพนักงานกับบริษัท A คือวันที่ 12 พฤษภาคม 2022 เพราะเค้ามีวันลาพักร้อนทั้งหมด 30 วัน นาย ก ได้เซ็นสัญญาเริ่มงานกับ บริษัท B โดยวันเริ่มงานคือวันที่ 1 เมษายน 2022 ดังนี้ นาย ก สามารถลาพักร้อน ระหว่างการบอกเลิกสัญญาจ้างมีผลได้หรือไม่ ? ตอบ : นาย ก ใช้สิทธิลาพักร้อนได้ วันหยุดพักร้อนสะสม 30 วัน...

บริษัทหักค่าชุดยูนิฟอร์มได้หรือไม่ ? เมื่อพ้นสภาพพนักงานทำไมต้องคืน  !!

ในกรณีที่บริษัทมีระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการแต่งกายของพนักงาน พนักงานก็ต้องแต่งกายตามระเบียบข้อบังคับ ซึ่งส่วนใหญ่นายจ้างจะให้เป็นสวัสดิการ ที่ถือเป็นรายจ่ายของนายจ้าง ในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ แต่ก็มีมีบางบริษัทหักเงินค่าจ้างกับพนักงานเพื่อเป็นค่าชุดยูนิฟอร์ม ถามว่าหักได้หรือไม่? คำตอบคืออออ หากลูกจ้างไม่ยินยอม นายจ้างไม่สามารถหักได้ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ม.76 เว้นแต่ นายจ้างจะทำเป็นสัญญาซื้อขายชุดยูนิฟอร์มไว้ เมื่อหักแล้ว เมื่อพ้นสภาพการเป็นพนักงานทำไมต้องคืน ? ผู้เขียนมีความเห็นว่า เมื่อลูกจ้างได้จ่ายเงินค่าชุดยูนิฟอร์มแล้ว กรรมสิทธิ์ในชุดดังกล่าวย่อมตกเป็นของลูกจ้าง ลูกจ้างมีสิทธิที่จะไม่คืน เว้นแต่ ในสัญญาจะระบุสงวนสิทธิ ไว้ว่าเมื่อลูกจ้างพ้นสภาพการเป็นพนักงาน ต้องคืนชุดยูนิฟอร์มเพื่อป้องกันการกระทำที่อาจให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทในภายภาคหน้า โดยลูกจ้างได้ลงชื่อยินยอมไว้ ผู้เขียนเห็นว่านายจ้างสามารถขอคืนได้

บริษัทไม่จ่ายเงินเกษียณทำอย่างไรได้บ้าง

เรื่องการเกษียณอายุการทำงานนั้น หากบริษัทกำหนดข้อบังคับ เรื่องการเกษียณอายุและกำหนดหลักเกณฑ์การจ่ายเงินบำเหน็จ บำนาญ ซึ่งเมื่ออายุครบตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดก็จะมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จ บำนาญ ตามข้อบังคับ นั้น ในกรณีที่มิได้มีการตกลงหรือกำหนดการเกษียณอายุไว้เกินกว่า 60 ปี ลูกจ้างที่มีอายุครบ 60 ปี มีสิทธิแสดงเจตนาเกษียณอายุต่อนายจ้างได้ โดยลูกจ้างสามารถด้วยการแจ้งด้วยวาจา หรือเป็นหนังสือ โดยทางไปรษณีย์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ เกษียณอายุต่อนายจ้างได้และให้มีผลเมื่อครบ 30 วัน นับแต่วันแสดงเจตนา โดยนายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยให้กับลูกจ้าง ม.118/1 หากบริษัทไม่จ่ายเงินเกษียณให้ทำอย่างไรได้บ้าง ​​ลูกจ้างมีสิทธิยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานตามท้องที่ที่ลูกจ้างทำงานอยู่ เพื่อสอบสวนและมีคำสั่งให้นายจ้างจ่ายเงินค่าจ้างส่วนที่ขาด หรืออาจนำคดีไปฟ้องต่อศาลแรงงาน ทั้งนี้ ลูกจ้างสามารถใช้สิทธิได้ทางใดทางหนึ่งจะใช้สิทธิพร้อมกัน 2 ทางไม่ได้ (ฎีกาที่ 570/2545, 238/2545) นอกจากนี้ นายจ้างยังมีความผิดทางอาญา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำปรับ ม.144 *ข้อกฎหมาย* พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ มาตรา 118/1 ได้กำหนดไว้ชัดเจนว่า การเกษียณอายุตามที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกัน หรือตามที่นายจ้างกำหนดถือเป็นการเลิกจ้าง นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชย...

Shopee ปลดพนักงานจำนวนมาก คาดเกิน 100 ราย

จากข่าวเพจคุณสรยุทธ กรณี Shopee ประเทศไทย ปลดพนักงานจำนวนมาก คาดหลักร้อยรายมีรายงานว่า Shopee กำลังปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ทั่วทั้งภูมิภาคโดยหนึ่งในนั้น คือ Shopee ประเทศไทยที่ปรับโครงสร้างให้องค์กรมีความคล่องตัว และสามารถสร้างการเติบโตในระยะยาวด้วยตัวเอง ในบริษัทมีการทาวน์ฮอลล์พนักงาน เพื่อชี้แจงถึงการปรับแผนดำเนินงานของ Shopee ซึ่งจะมีผลกระทบกับพนักงานบางส่วน รวมถึงในไทย โดยจะปรับลดพนักงานลงคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ตัวเลขหลักเดียว (ไม่ถึง 10 % ซึ่งมีการให้เหตุผลว่าเพื่อให้ Shopee เดินต่อไปได้จากการดำเนินธุรกิจที่มีประสิทธิภาพขึ้น วันนี้ผู้เขียนจึงจะพาไปทราบถึงการถูกเลิกจ้างเพราะเหตุปรับโครงสร้าง ว่าลูกจ้างมีสิทธิได้อะไรบ้าง 1.ค่าชดเชย ตาม พ.ร.บ.ม.118 2.ค่าสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ม.17 (หากนายจ้างไม่บอกกล่าวล่วงหน้าให้ถูกต้อง) 3. ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนตามส่วนในปีที่เลิกจ้าง 4.ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนสะสม (ถ้ามี) 5. เงินอื่น ๆ ถ้ามี เช่น เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 6. เงินค่าเสียหายจากการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม ​สำหรับประเด็นเรื่องเลิกจ้างเพราะเหตุปรับโครงสร้างนั้น ถ้าเป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมลูกจ้างก็มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายได้ แล้วอย่างไรที่จะถือว่าเป็นการเลิกจ้างเป็นธรรมหรือไม่เป็นธรรม ศาลได้กำหนดแนวบรรทัดฐานไว้ตามคำพิพากษาศาลฎีกา ดังนี้ กรณีเลิกจ้างเป็นธรรม -การปรับองค์กรโดยลดจำนวนลูกจ้าง จะต้องมาจากเหตุขาดทุนและจะต้องถึงขนาดที่จะไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ และการปรับลดจำนวนลูกจ้างนั้นจะต้องเป็นผลโดยตรงที่ช่วยให้กิจการของนายจ้างอยู่รอดหรือดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ฎีกา 4753-4760/2546...

องค์กรที่ไม่แสวงหากำไร ต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานหรือไม่ ?

การจ้างงานสำหรับองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร นั้น ต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานหรือไม่ ? ขอตอบว่า : นายจ้างซึ่งจ้างลูกจ้างทำงานที่มิได้แสวงหากำไรในทางเศรษฐกิจ ก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติยกเว้นไว้ ซึ่งวันนี้คลินิกกฎหมายแรงงานได้รวบรวมมาให้แล้วว่าองค์กรไม่แสวงหากำไรต้องปฏิบัติกฎหมายแรงงานฉบับใดบ้าง มาอ่านกันค่ะ 1. ป.พ.พ. บรรพ 3 ลักษณะ 6 จ้างแรงงาน (มาตรา 575-586) 2. พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 บังคับใช้เพียงบางมาตรา โดยตามกฎกระทรวง (พ.ศ. 2541) (3) บัญญัติยกเว้นไว้ว่าไม่ให้นำมาตราต่อไปนี้มาบังคับใช้แก่นายจ้างซึ่งจ้างลูกจ้างทำงานที่มิได้แสวงหากำไรในทางเศรษฐกิจ -หมวด 1 บททั่วไป มาตรา 12 มาตรา 16 มาตรา 18 และมาตรา 22 – หมวด 2 การใช้แรงงานทั่วไป ตั้งแต่มาตรา 23 ถึงมาตรา 37 – หมวด 3 การใช้แรงงานหญิง ตั้งแต่มาตรา 38...