กรุณารอสักครู่

 

HomeCategoryกฏหมายแรงงาน Archives - Page 54 of 76 - บริษัท ลีกัล คลินิก แอนด์ เอดดูเคชั่น จำกัด

นายจ้างอ้างว่าขาดทุน “ให้เขียนใบลาออกหรือย้ายไปทำงานที่บริษัทอื่น” เจอแบบนี้ควรทำยังงัย

อีกสักรอบกับคำถามนี้ ในเมื่อเป็นประโยชน์แก่ท่านผู้อ่านทนายคนสวยใจดีก็มีหน้าที่ต้องตอบให้ กับคำถามที่ว่า…. “พี่ทนายคนสวยคะ (อันนี้พูดเอง) นายจ้างอ้างว่าขาดทุน ให้เลือกทางเลือกมา 2 ช่องทาง คือ ให้เขียนใบลาออกหรือ ย้ายไปทำงานที่บริษัทอื่น แบบนี้หนูควรทำยังไงดี?? คนงามทรามวัย ขอแยกตอบเป็นประเด็น ดังนี้ค่ะ 1.เขียนใบลาออก กรณีนี้ หากลูกจ้างไม่ประสงค์ลาออก แต่เป็นการบีบบังคับ ขู่เข็ญ หลอกลวง ก็ถือว่าเป็นการเลิกจ้าง ที่นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชย นายจ้างจะมาอ้างว่าขาดทุนแล้วมาบีบบังคับให้ลูกจ้างเขียนใบลาออกไม่ได้ เพราะกฎหมายกำหนดไว้ว่าหากเลิกจ้างต้องจ่ายค่าชดเชย ส่วนจะจ่ายเท่าไหร่ก็ดูตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ม.118 แต่ถ้าหากว่าขาดทุนจริง แนะนำว่านายจ้างควรจะพูดคุยและทำความเข้าใจกับลูกจ้าง ว่ากิจการมีความจำเป็นต้องเลิกจ้างเพื่อลดค่าใช้จ่าย แต่ยังไงนายจ้างก็ต้องจ่ายค่าชดเชยอยู่ดี เพราะลูกจ้างก็ต้องมีเงินก้อนไว้ใช้จ่ายในการตั้งต้นหางานใหม่ และ อย่า!!! ไปบีบบังคับให้ลูกจ้างเขียนใบลาออก เพราะนายจ้างอาจถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมได้ 2.ย้ายไปทำงานที่บริษัทอื่น กรณีนี้ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงนายจ้าง ที่จะต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง หากลูกจ้างไม่ยินยอมนายจ้างก็ไม่สามารถทำได้ ทั้งนี้ ตาม ม. 13 ซึ่งหากลูกจ้างไม่ยอมย้ายไปตามคำสั่ง หากนายจ้างเลิกจ้างเพราะเหตุดังกล่าว นายจ้างก็ต้องจ่ายค่าชดเชย เพราะไม่ถือว่าลูกจ้างผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่ง หรือ ละทิ้งหน้าที่ แต่อย่างใด หวังว่าจะทำให้ผู้ถามได้รับคำตอบและหายค้างคาใจบ้างนะคะ...

ได้รับเงินเดือนโดยบังเอิญ 286 เท่า รีบลาออกและหายไปอย่างไร้ร่องรอย มีสิทธิติดคุก

เจาะข่าว เล่าเรื่องวันนี้ นั่งปลดทุกข์ไ อ่านข่าวจากเพจเพชรมายา ไปพบกับเรื่องของชายชาวชิลีรายหนึ่ง ที่ได้รับเงินจากบริษัทที่เขาทำงานเป็นจำนวนสูงถึง 286 เท่าของเงินเดือนปกติของเขา!! และหลังจากได้รับเงินที่โอนผิดแล้ว ก็ลาออกจากบริษัททันทีซืคับ รออะไร แน่นอนว่างานเข้าแผนกทรัพยากรบุคคลของบริษัทแน่นอน เพราะคีย์จ่ายเงินเดือนให้กับพนักงานรายนั้นเป็นจำนวน 165,398,851 เปโซ หรือตีเป็นเงินไทยราว 6.3 ล้านบาท ไปเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งเงินเดือนลูกจ้างรายดังกล่าวเป็นเงิน 2.2 หมื่นบาทเท่านั้น!! เลยมาคิดเล่นเล่นว่าหากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ที่บ้านเรา นายจ้างจะทำอย่างไรและลูกจ้างมีความผิดหรือไม่?? ทนายฝ้าย มีฟามเห็นว่า…อะไรที่มันไม่ใช่ของเราก็คืนเขาไป เพราะลูกจ้างไม่คืน จะมีความผิดคดีอาญา ฐานยักยอกทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เพราะฉะนั้น ควรที่จะคืนนายจ้างไปนะคะ ได้ไม่คุ้มเสียแถมมีสิทธิติดคุกอีก ส่วน HR จะโดนอะไรก็อาจจะโดนหนังสือเตือนแต่ในกรณีนี้ความเห็นส่วนตัวฝ้ายเห็นว่าเป็นความผิดร้ายแรงที่นายจ้างสามารถเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยด้วยซ้ำ หากบริษัทไหนมีการโอนผิดอย่างนี้นะคะเอชอาร์ก็รีบทบทวนมาตรการตรวจสอบให้ดีส่วนลูกจ้างที่ได้รับเงินที่โอนผิดไปก็คืนเขาเถอะค่ะอะไรที่ไม่ใช่ของเราก็อย่าไปเอาของเขามาเลยเป็นการรับที่ถูกใจและ ต้องคอยระแวดระวังไปด้วยว่าตำรวจจะมาวันไหนหมายศาลจะมาเมื่อไหร่ ส่วนถ้าบริษัทไหนโอนเกินและลูกจ้างนิ่งหายไปอย่าลืมนึกถึงฝ้ายนะคะคดีอาญาเราก็ทำ สามารถติดต่อมาได้ที่ info@legalclinic.co.th นะคะ #คลินิกกฎหมายแรงงาน #ที่ปรึกษากฎหมาย #คดีแรงงาน #ทนายคดีแรงงาน #วิทยากรกฎหมายแรงงาน #วิทยากรสอนกฎหมาย #วิทยากรPDPA...

ถ้าสิ้นสุดสัญญาจ้างโดยชอบธรรม นายจ้างไม่ต่อสัญญา ไม่ได้แจ้งล่วงหน้า สามารถเรียกค่าชดเชยได้หรือไม่ ?

ถามสั้นตอบสั้น ฉันจะไม่เวิ่นเว้อนะวันนี้ กับประเด็นที่ว่า “ ทำงานตามสัญญาจ้างรายปีต่อเนื่องกันมาตลอดแต่ในปีนี้ในจ้างไม่จ้างต่อ ผมมีสิทธิ์ได้ค่าชดเชยกับเขาไหมครับ??” อ่านนะ อ่านไม่หมดก็จดไว้อ่าน ขี้เกียจจดกดแชร์ไว้อ่าน 1. ลูกจ้าง มีสิทธิได้รับเงิน ดังนี้ – เงินค่าชดเชย ซึ่งการเลิกจ้างเพราะสัญญาจ้างสิ้นสุด ถือเป็นการเลิกจ้างที่นายจ้างต้องจ่ายเงินค่าชดเชย ทั้งนี้ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ม.118 – เงินอื่นๆ ที่นายจ้างตกลงจ่าย เช่น เงินบำเหน็จ เงินทุนสะสม เงินสวัสดิการ เงินสงเคราะห์ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์เงื่อนไขเป็นไปตามระเบียบ ที่นายจ้างกำหนด 2. ลูกจ้าง ไม่มีสิทธิได้รับเงิน ดังนี้ – เงินสินจ้างแทนการบอกกล่าวหน้า (ค่าตกใจ) ถ้าให้พูดแบบภาษาชาวบ้านก็คือไม่ต้องตกใจอะไรเพราะสัญญามันบอกว่าอยู่แล้วว่าเราจะสิ้นสุดกันเมื่อไหร่ แต่ถ้าให้พูดเป็นภาษากฎหมายก็เนื่องจากสัญญาจ้างที่มีกำหนดระยะเวลา สัญญาจ้างย่อมสิ้นสุดลงเมื่อครบกำหนดตามระยะเวลานั้น โดยนายจ้างไม่จำเป็นต้องบอกกล่าวล่วงหน้า ทั้งนี้ ตาม ม.17 เหตุผลก็เพราะคู่สัญญาทราบดีอยู่แล้วว่าสัญญาจะสิ้นสุดลงเมื่อใด จึงไม่จำเป็นต้องบอกกล่าวล่วงหน้าก่อนสัญญาจ้างจะสิ้นสุด สำหรับกรณีเลิกจ้างเมื่อสัญญาจ้างสิ้นสุดนั้น ไม่ถือเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ลูกจ้างจึงไม่สิทธิเรียกเงินค่าเสียหายจากการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม (ฎ.7350/43, ฎ 2239/27) เพราะฉะนั้น...

ใช้สิทธิเกษียณอายุไปแล้ว นายจ้างได้ตกลงจ้างลูกจ้างทำงานต่อ หากถูกเลิกจ้าง มีสิทธิได้ค่าชดเชยหรือไม่

หากลูกจ้างได้ใช้สิทธิเกษียณอายุไปแล้ว นายจ้างได้ตกลงจ้างลูกจ้างทำงานต่อ และต่อมามีการเลิกจ้าง ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าชดเชยหรือไม่ ? กรณีตามปัญหาข้างต้น หากลูกจ้างใช้สิทธิเกษียณอายุและรับเงินค่าชดเชยไปแล้วจะต้องนับอายุการทำงานใหม่ หากลูกจ้างทำงานครบ 120 วัน แล้วถูกเลิกจ้างก็จะมีสิทธิได้รับค่าชดเชย ตามมาตรา 118 เว้นแต่ลูกจ้างจะกระทำการใดอันเป็นข้อยกเว้นที่นายจ้างเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 119 (ฎีกาที่ 258/64) อ้างอิงข้อมูล คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 258/64 นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างเนื่องจากเกษียณอายุ และจ่ายค่าชดเชยแก่ลูกจ้างแล้ว ต่อมานายจ้างได้จ้างลูกจ้างทำงานต่อในตำแหน่งที่ปรึกษาฝ่ายทรัพยากรบุคคล งานที่ลูกจ้างทำนั้นลักษณะของงานไม่เหมือนเดิมเสียทั้งหมด เพราะต้องเพิ่มหน้าที่ในการถ่ายทอดงาน และประสบการณ์ต่างๆให้แก่พนักงานผู้รับหน้าที่แทนลูกจ้าง แต่งานที่ลูกจ้างทำก่อนเกษียณ และหลังเกษียณ ถือเป็นงานลักษณะเดียวกันในธุรกิจเดิมของนายจ้าง เพียงแต่เพิ่มการถ่ายทอดงาน และประสบการณ์ต่างๆของลูกจ้างเข้าไป จึงถือได้ว่างานที่ลูกจ้างทำนั้นเป็นงานปกติของธุรกิจของนายจ้าง ไม่ใช่งานอันมีลักษณะเป็นครั้งคราวที่มีกำหนดการสิ้นสุด หรือความสำเร็จของงาน อันจะเข้าข้อยกเว้นที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ดังนั้น นายจ้างจึงต้องจ่ายค่าชดเชยนะคะ และเช่นเคยสำหรับใครที่ไม่อยากจดจำ ไม่มีเวลาหาข้อมูล แต่มีคำถามในทางปฏิบัติมากมาย อยากหาทนายเคียงข้างธุรกิจ เป็นเพื่อนคู่คิดหรือเป็นมิตรคู่กาย ในการให้คำปรึกษาด้านกฎหมายสักคน สามารถติดต่อมาได้ที่ info@legalclinic.co.th นะคะ #คลินิกกฎหมายแรงงาน #ที่ปรึกษากฎหมาย #คดีแรงงาน #ทนายคดีแรงงาน #วิทยากรกฎหมายแรงงาน #วิทยากรPDPA #วิทยากรอารมณ์ดี

แจ้งลาออกล่วงหน้าน้อยกว่า 30 วัน ได้หรือไม่ กฎหมายกำหนดระยะเวลาขั้นต่ำในการแจ้งอย่างไร?

“แจ้งลาออกล่วงหน้าน้อยกว่า 30 วัน ได้หรือไม่ กฎหมายกำหนดระยะเวลาขั้นต่ำในการแจ้งอย่างไร?” เป็นคำถาม จากแฟนเพจท่านนึง จริงๆเรื่องนี้เขียนไปแล้วสามพันรอบ แต่เข้าใจว่าให้ไล่อ่านอาจจะนิ้วล็อคก็เป็นได้ เลยมาตอบให้อีกรอบ สำหรับแฟนเพจผู้น่ารัก โดยคำตอบมี ดังนี้!! “ระยะเวลาอาจจะน้อยกว่า 30 วันหรือมากกว่า 30 วัน ก็ได้” ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับวันกำหนดรอบการจ่ายค่าจ้างเป็นหลัก!! โดยมีองค์ประกอบ ดังนี้ 1.การลาออกต้องบอกกล่าวล่วงหน้าตามพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ม.17 2.กฎหมายไม่ได้กำหนดว่าต้องแจ้งลาออกล่วงหน้ากี่วัน กฎหมายกำหนดแต่เพียงว่าการลาออกหรือบอกเลิกสัญญาจ้าง “ต้องแจ้งก่อนหรือในวันครบกำหนดจ่ายค่าจ้าง จึงจะมีผลเลิกสัญญา ในวันครบกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวถัดไป” ซึ่งระยะเวลาที่ต้องบอกล่วงหน้านั้น ต้องดูรอบการจ่ายค่าจ้างเป็นหลัก (ขีดเส้นใต้ 12 เส้น) เช่น -นายจ้างกำหนดจ่ายค่าจ้าง ทุกวันที่ 5 และ 25 ของเดือน หากลูกจ้างแจ้งลาออก วันที่ 1 ส.ค. (บอกในรอบการจ่ายค่าจ้างวันที่ 5 ) วันลาออกก็มีผลวันที่ 25 ส.ค. -นายจ้างกำหนดจ่ายค่าจ้าง ทุกวันสิ้นเดือน หากลูกจ้างแจ้งลาออกวันที่...

นายจ้างมอบหมายงานเกินหน้าที่ ไม่ทำได้ไหม ปฎิเสธได้หรือเปล่า

คำถามดี มีประเด็น กับคำถามที่ว่า “นายจ้างมอบหมายงานเกินหน้าที่ ไม่ทำได้ไหม จะเป็นเหตุแห่งการเลิกจ้างโดยไม่ได่รับค่าชดเชยได้ไหม” กรณีจากคำถามข้างต้นนั้น ผู้เขียนมีความเห็นว่า ลูกจ้าง “ปฏิเสธได้”หากเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังนี้ 1.ในการทำงานมีการกำหนด Job description หน้าที่และความรับผิดชอบไว้ชัดเจน 2.การมอบหมายงานเกินหน้าที่ เกินตำแหน่ง ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง ที่นายจ้างไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้หากลูกจ้างไม่ยินยอม ทั้งนี้ ตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ฯ 3.กรณีที่ลูกจ้างถูกเลิกจ้างเพราะเหตุที่ลูกจ้างปฏิเสธคำสั่งดังกล่าว ไม่ถือว่าเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งของนายจ้าง ลูกจ้างมีสิทธิฟ้องเรียกค่าชดเชย ค่าสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า หรืออาจฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมได้ ทั้งนี้ เทียบเคียงแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 536-542/2538 คำสั่งของนายจ้างที่ลูกจ้างต้องปฏิบัติตามป.พ.พ.มาตรา575,583และประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงานข้อ47(3)ต้องเป็นคำสั่งให้ลูกจ้างทำงานตามหน้าที่ของลูกจ้างและเป็นงานในกิจการของนายจ้างการที่จำเลยให้โจทก์ทั้งเจ็ดไปทำงานที่บริษัทอ. ซึ่งมิได้เป็นกิจการของจำเลยทั้งมิใช่งานตามหน้าที่ของโจทก์ทั้งเจ็ดย่อมมิใช่คำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายกรณีถือไม่ได้ว่าโจทก์ทั้งเจ็ดขัดหรือฝ่าฝืนคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของนายจ้าง 4. แต่ถ้าใน Job description มีการกำหนดว่า “ลูกจ้างต้องทำงานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย” (ซึ่งส่วนมากกำหนดแบบนี้ทุกบริษัท) ซึ่งถ้างานอื่นๆเกี่ยวข้องกับตำแหน่งหน้าที่ที่รับผิดชอบลูกจ้างก็ไม่สามารถปฏิเสธได้หรือถ้าปฏิเสธไม่ทำก็อาจจะถูกใบเตือนซึ่งนำมาสู่การเลิกจ้างได้ อย่างไรก็ตาม โดยคำว่างานอื่นๆตามที่ได้รับมอบหมายมันครอบคลุมแสนแปดประการ ถ้ายังงั้นนายจ้างสั่งให้ทำอะไรก็ต้องทำงั้นสิ?? ไอ่คำว่างานอื่นๆในความเห็นของฝ้าย ฝ้ายคิดว่างานอื่นๆนั้นก็ต้องเกี่ยวกับหน้าที่ในการทางที่จ้างด้วย สมมุติว่าเป็นนิติกรของบริษัทแห่งหนึ่ง งานอื่นๆจะให้ไปทำคือทำ บัญชี หรือไปขับรถให้ผู้บริหาร อันนี้ก็คงไม่ได้เกี่ยวกับหน้าที่งานหรือความรู้ความสามารถแต่อย่างใด และโดยเฉพาะถ้าเป็นวิชาชีพเฉพาะการมอบหมายให้ไปทำ โดยอ้างว่าอยู่ในคำว่าขอบเขตงานอื่นๆ ก็เห็นว่านอกจากจะไม่แฟร์กับลูกจ้างแล้วยังอาจเกิดความเสียหายตามมาภายหลังให้แก่นายจ้างด้วย...

มีลูกจ้าง แต่ไม่ทำประกันวังคมให้ มีโทษทางอาญา

“พี่คะ นายจ้างไม่ทำประกันสังคมให้ ทำยังไงได้บ้าง?” เป็นคำถามยอดฮิตที่สอบถามเข้ามาบ่อยระดับ Top 10 เลยทีเดียว ซึ่งขอตอบรวมไว้ในโพสต์นี้นะคะ 1.ให้ลูกจ้างไปแจ้งต่อสำนักงานประกันสังคมพื้นที่ ที่ลูกจ้างทำงานอยู่ว่านายจ้างไม่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนให้กับลูกจ้าง เมื่อมีการยื่นคำร้องดังกล่าวเจ้าหน้าที่ประกันสังคมจะลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบสถานประกอบการนั้นๆ 2.หากนายจ้างไม่ยื่นประกันสังคม ไม่นำส่งเงินสมทบประกันสังคม มีความผิดอย่างไร ? ​​ 2.1 ในกรณี แจ้งเข้า – แจ้งออก ล่าช้าเกินกว่า 30 วัน (ม.34) หลังจากรับเข้าทำงาน มีผลทำให้ประกันสังคมอาจมีการจ่ายเงินชดเชยการว่างงานเกินสิทธิที่ผู้ประกันตนควรได้รับในกรณีที่ลูกจ้างยังอยู่ในระหว่างการขอรับสิทธิ์ชดเชยรายได้จากการว่างงาน นายจ้างจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ (ม.96) 2.2 แจ้งนำชื่อของลูกจ้างออกล่าช้า เกินวันที่ 15 ของเดือนถัดไป (ม.44) ทำให้มีผลทำให้ลูกจ้างอาจได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากไม่สามารถยื่นขอรับสิทธิชดเชยรายได้จากการว่างงานได้ เพราะในระบบประกันสังคมยังอยู่ในสถานะของลูกจ้างในสถานประกอบการ นายจ้างจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 20,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ (ม.96) 3....

ลูกจ้างออกโดยไม่บอกล่วงหน้า นายจ้างเกิดความเสียหาย ” ฟ้องได้จริง “

เรื่องการลาออกไม่บอกล่วงหน้าหรือบอกไม่ครบตามกำหนดที่ระบุไว้ในสัญญา เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นประจำ ซึ่งเคยแชร์ในมุมของลูกจ้างไปแล้วหลายครั้งว่าลูกจ้างยังคงมีสิทธิ์ได้รับเงินตามวันที่ทำงานไปแล้ว แต่อย่างไรก็ตามในอีกมุมนึงกรณีที่ลูกจ้างแจ้งปุ๊ป ออกปั๊ป หาย ไลน์ไปไม่ตอบ ขาดการติดต่อไปเลย แบบนี้นายจ้างก็คงต้องปวดหัวไม่ใช่น้อย เพราะไหนจะต้องหาคนมาทำงานแทน ต้องสอนงานใหม่ ส่งงานลูกค้าไม่ทัน ปัญหาสารพัด แบบนี้นายจ้างจะฟ้องลูกจ้างเรียกค่าเสียหายได้หรือไม่ ? ตอบชัดๆเลยว่า “ฟ้องได้” เพราะเป็นเรื่องผิดสัญญาจ้างแรงงานหรือข้อพิพาทตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง 1.นายจ้างได้กำหนดไว้ในสัญญาจ้าง ระเบียบ ข้อบังคับ ว่าการแจ้งขอลาออกต้องแจ้งล่วงหน้า เช่น สัญญาจ้างกำหนดให้แจ้งลาออกล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 เดือน หากไม่แจ้งล่วงหน้าลูกจ้างต้องจ่ายค่าเสียหายไม่น้อยกว่า 3 เท่า ของอัตราเงินเดือน 2.และการลาออกโดยผิดสัญญา ระเบียบ ข้อบังคับ นั้น ทำให้นายจ้างเสียหาย เช่น – นายจ้างต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจัดหาคนมาทำงานใหม่ เช่น เสียค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมสำหรับตำแหน่งที่ต้องทำงานในลักษณะเฉพาะ – ค่าเสียหายจากการผลิตสินค้าส่งลูกค้าไม่ทันกำหนด ซึ่งเป็นผลมาจากที่ลูกจ้างนั้นลาออกไปโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า เป็นต้น 3. โดยนายจ้างต้องพิสูจน์ต่อศาลว่าได้รับความเสียหายอย่างไร หากพิสูจน์ไม่ได้ศาลก็ยกฟ้อง 4. ในกรณีที่กำหนดค่าเสียหายไว้ในสัญญาตามข้อ 1. ซึ่งเป็นลักษณะการกำหนดเบี้ยปรับ นายจ้างสามารถฟ้องบังคับตามสัญญาได้ แต่ถ้าหากกำหนดไว้สูงเกินส่วน ศาลก็มีอำนาจปรับลดได้โดยพิจารณาถึงทางได้เสียของนายจ้าง 5....

ควบรวมกิจการ “เปลี่ยนตัวนายจ้าง” ไม่ไปได้มั้ย ? ได้ค่าชดเชยหรือเปล่า ?

ในการประกอบธุรกิจ เป็นเรื่องปกติที่อาจเกิดขึ้นได้ที่นายจ้างจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง โอน หรือ ควบรวมกิจการ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น นายจ้างก็มีความจำเป็นที่จะต้องโอนสิทธิความนายจ้างและลูกจ้างไปยังกิจการใหม่ แล้วแบบนี้ลูกจ้างจะต้องทำอย่างไร เพราะไม่รู้ว่านายจ้างใหม่ จะจ่ายเงินเดือนต่ำกว่าเดิมหรือไม่ หรือจะตัดลดสวัสดิการต่าง ๆ หรือเปล่า แบบนี้ลูกจ้างไม่ไปทำงานกับนายจ้างใหม่ได้หรือไม่ คลินิกกฎหมายแรงงาน ขอคลายความกังวล และตอบเป็นข้อ ๆ ให้ดังนี้ค่ะ 1. นายจ้างควบรวมกิจการ ที่เป็นการเปลี่ยนตัวนายจ้าง ไม่ไปได้หรือไม่ คำตอบคือ : “ได้” เพราะ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ม.13 กำหนดไว้ว่า กรณีที่มีการการควบรวมกิจการ การเปลี่ยนแปลง หรือการโอนกิจการ หากมีผลทำให้ลูกจ้างไปเป็นลูกจ้างของนายจ้างใหม่ การไปเป็นลูกจ้างของนายจ้างใหม่ดังกล่าวนั้นต้อง 1.1 ได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง 1.2 และให้สิทธิต่าง ๆ ที่ลูกจ้างมีอยู่ต่อนายจ้างเดิมคงมีสิทธิต่อไป 1.3 โดยนายจ้างใหม่ต้องรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่อันเกี่ยวกับลูกจ้างนั้นทุกประการ กล่าวคือ อายุงานนับต่อเนื่อง (ฎ. 547-548/30) เงินเดือนไม่ต่ำกว่าเดิม เคยได้รับสวัสดิการอย่างไรก็ต้องได้รับตามเดิม 2. หากลูกจ้างไม่ยินยอม ผลเป็นอย่างไร 2.1 ถือได้ว่านายจ้าง “เลิกจ้าง”...

แรงงานต่าวด้าว / ต่างชาติ ทำงานในไทย มีสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานหรือไม่ ?

ล่าสุดบริษัทได้รับความไว้วางใจ จากลูกความต่างชาติรายหนึ่งที่ถูกเลิกจ้างโดยนายจ้างบอกว่าเชิญไปฟ้องตามสบายกฎหมายไม่ได้คุ้มครองแรงงานต่างชาติอยู่แล้ว แหมฟังแล้วอยากจะตบเค้าฉาดดด แต่ก็จะดูโบราณไปหน่อยเลยได้แต่พูดว่า Ok, so just wait and see after this (โอเคเลยฝากบอกบริษัทด้วย แค่ตั้งตารอและทางตาดูให้ดีหลังจากนี้) เอาจริงๆในฐานะทนายไม่ใช่นักรบ เราไม่อยากไปตีรันฟันแทงกับใครเลย แต่บอกหลายครั้งแล้วว่าอย่าขู่ ไม่ว่าจะนายจ้างขู่ลูกจ้างหรือลูกจ้างขู่นายจ้าง มันไม่มีอะไรดีทั้งนั้นนั่นแหละ แต่สำหรับนายจ้างท่านนี้ที่บอกว่าลูกจ้างต่างชาติฟ้องคดีในไทยไม่ได้ขอโอกาสเปิดโลกทัศน์ให้นิดนึงนะคะเพราะ “แม้เป็นต่างชาติแต่ก็ยังได้รับความคุ้มครอง” ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ” เพราะกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายแรงงานที่คุ้มครองตามหลักสิทธิมนุษยชนด้านแรงงาน กล่าวคือ เป็นกฎหมายที่คุ้มครองแรงงานโดยไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นแรงงานไทย หรือแรงงานต่างด้าว ไม่ว่าจะเป็น ชาย หรือ หญิง จะต้องได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม ตลอดจนการจ้างแรงงานเด็ก กฎหมายก็บัญญัติคุ้มครองไว้เช่นกัน ส่วนลูกจ้างต่างด้าวที่ไม่ได้รับใบอนุญาตการทำงาน หรือเข้าเมืองมาโดยผิดกฎหมาย จะได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ หรือไม่นั้น ตอบว่า “ได้รับความคุ้มครอง” ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ เช่นกัน เพราะอย่างที่บอกกฎหมายคุ้มครองแรงงานเป็นกฎหมายที่คุ้มครองแรงงานทุกคน และ ทุกงาน ที่นิติสัมพันธ์เป็นการจ้างแรงงาน (ยกเว้น การจ้างงานที่กฎหมายบัญญัติไม่ให้นำมาบังคับใช้ ตาม ม.4) ดังนั้น แม้ลูกจ้างจะไม่ได้รับใบอนุญาตการทำงาน...