ตอบก่อนเลยว่า ถ้าบริษัทเปิดทำงานตามปกติ แต่ลูกจ้างรายวันมาทำงานไม่ได้เพราะบ้านน้ำท่วมหรือเส้นทางถูกตัด วันนั้นโดยหลักนายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าจ้างค่ะ เว้นแต่ลูกจ้างจะใช้สิทธิการลาหรือมีสิทธิอื่นที่กฎหมายกำหนดให้ได้รับค่าจ้างในวันนั้น
เหตุผลไม่ได้อยู่ที่ว่าเขาเป็น “ลูกจ้างรายวัน” แต่อยู่ที่หลักเรื่อง “ค่าจ้าง” ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ซึ่งหมายถึงเงินที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันจ่ายเป็นค่าตอบแทนในการทำงานตามสัญญาจ้าง และรวมถึงเงินที่นายจ้างจ่ายให้ในวันหยุดหรือวันลาที่ลูกจ้างไม่ได้ทำงานแต่มีสิทธิได้รับตามกฎหมาย
ดังนั้น ถ้าวันนั้นเป็นวันทำงาน บริษัทเปิดและพร้อมให้ทำงาน แต่ลูกจ้างเดินทางมาไม่ได้เพราะน้ำท่วม น้ำท่วมเพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้เกิดสิทธิได้รับค่าจ้าง เพราะกฎหมายไม่ได้มีวันลาประเภท “ลาน้ำท่วม” ที่เมื่อเกิดน้ำท่วมแล้วนายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างโดยอัตโนมัติ
แต่เรื่องนี้ทำให้เห็นความเข้าใจผิดอีกเรื่องหนึ่งที่พบค่อนข้างบ่อย คือเมื่อบอกว่าไม่ต้องจ่ายค่าจ้าง ก็มักมีคำอธิบายต่อว่า
“ก็เป็นลูกจ้างรายวัน วันไหนไม่มา วันนั้นก็ไม่ได้ค่าแรงอยู่แล้ว”
ถ้าหมายถึงทุกกรณี ประโยคนี้ไม่ถูกต้องค่ะ
คำว่า “รายวัน” เป็นวิธีกำหนดค่าจ้าง ไม่ใช่สถานะที่ทำให้สิทธิตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานของลูกจ้างหายไป
จึงอยากให้แยกสามเรื่องนี้ออกจากกันให้ชัด
รายวัน ≠ ไม่มาทำงานแล้วไม่ต้องจ่ายค่าจ้างทุกกรณี
รายวัน ≠ ไม่มีสิทธิลา
รายวัน ≠ ลาป่วยแล้วไม่ได้ค่าจ้าง
ตัวอย่างที่ชัดที่สุดคือ การลาป่วย มาตรา 32 กำหนดให้ลูกจ้างมีสิทธิลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง และมาตรา 57 กำหนดให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างในวันลาป่วยเท่ากับอัตราค่าจ้างในวันทำงาน ตลอดระยะเวลาที่ลาแต่ไม่เกิน 30 วันทำงานต่อปี
กฎหมายไม่ได้จำกัดสิทธินี้ไว้เฉพาะลูกจ้างรายเดือน ดังนั้น หากลูกจ้างรายวันป่วยจริงและใช้สิทธิลาป่วยโดยชอบ แม้วันนั้นไม่ได้มาทำงาน ก็ยังมีสิทธิได้รับค่าจ้างตามกฎหมาย จะใช้หลักว่า “รายวัน ไม่มาก็ไม่จ่าย” กับกรณีนี้ไม่ได้
ลากิจธุระอันจำเป็น ก็เช่นเดียวกัน มาตรา 34 ให้ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็นได้ไม่น้อยกว่า 3 วันทำงานต่อปี และมาตรา 57/1 กำหนดให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างในวันลาดังกล่าวเท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ไม่เกิน 3 วันทำงานต่อปี สิทธินี้ก็ไม่ได้หายไปเพียงเพราะตกลงค่าจ้างกันเป็นรายวัน
ส่วน วันหยุดพักผ่อนประจำปี ตามมาตรา 30 เมื่อลูกจ้างทำงานติดต่อกันครบหนึ่งปี มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีไม่น้อยกว่า 6 วันทำงาน โดยนายจ้างเป็นผู้กำหนดล่วงหน้าหรือกำหนดตามที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกัน การเป็นลูกจ้างรายวันก็ไม่ได้ทำให้สิทธินี้หายไปเช่นกัน
สาเหตุหนึ่งที่อาจทำให้หลายคนเข้าใจว่า “รายวัน ไม่ทำงานก็ไม่ได้เงิน” น่าจะมาจากเรื่อง วันหยุดประจำสัปดาห์ เพราะมาตรา 56 มีข้อยกเว้นว่า ลูกจ้างรายวัน รายชั่วโมง หรือตามผลงานไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุดประจำสัปดาห์ เว้นแต่จะมีข้อตกลงเป็นอย่างอื่น
แต่ข้อยกเว้นนี้เป็นเรื่อง ค่าจ้างในวันหยุดประจำสัปดาห์โดยเฉพาะ ไม่ได้หมายความว่า เมื่อลูกจ้างรายวันไม่ได้ทำงานไม่ว่าด้วยเหตุใด นายจ้างจะไม่ต้องจ่ายค่าจ้างทั้งหมด
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเวลาพิจารณาสิทธิของลูกจ้าง เราไม่ควรเริ่มต้นและจบคำตอบด้วยคำว่า “รายวัน”
กรณีน้ำท่วมที่ตั้งคำถามมานี้ ถ้าบริษัทเปิดตามปกติ ลูกจ้างมาไม่ได้ และไม่มีสิทธิการลาหรือสิทธิอื่นที่ทำให้ได้รับค่าจ้าง นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันนั้น จบตรงนี้ได้เลย
แต่ถ้าวันอื่นลูกจ้างรายวันป่วย ลากิจธุระอันจำเป็น หรือใช้สิทธิในวันหยุดที่กฎหมายกำหนดให้ได้รับค่าจ้าง ก็ต้องใช้กฎหมายของเรื่องนั้นพิจารณา ไม่ใช่หยิบคำว่า “รายวัน” มาตัดสิทธิตั้งแต่ต้น
สรุป จะจ่ายเป็นรายวัน รายเดือน หรือรายชั่วโมง เป็นเรื่องของวิธีคำนวณค่าจ้าง
แต่เวลาจะดูว่ามีสิทธิอะไร กฎหมายเรียกทุกคนด้วยคำเดียวกันว่า “ลูกจ้าง” ค่ะ
ทนายฝ้าย – ยิ่งพร อินทร์ศรีชื่น
ทนายความและที่ปรึกษาด้านกฎหมายแรงงาน
คลินิกกฎหมายแรงงาน

