ดิฉันมีรุ่นพี่คนหนึ่งที่เคยประสบความสำเร็จทางธุรกิจตั้งแต่อายุยังน้อย ช่วงหนึ่งบริษัทของเขามีรายได้ต่อเดือนหลายสิบล้านบาท มีพนักงานมากกว่า 50 ชีวิต ถ้าเทียบกับคนวัยเดียวกันในเวลานั้น ต้องยอมรับว่าเขาไปได้ไกลและเร็วมาก
เมื่อคนคนหนึ่งเคยสร้างความสำเร็จด้วยมือตัวเอง สิ่งที่ตามมาคือเขาย่อมมีประสบการณ์มากพอจะเล่า และหลายเรื่องก็น่าฟังจริง ๆ เพียงแต่สิ่งหนึ่งที่ดิฉันสังเกตจากรุ่นพี่คนนี้คือ ไม่ว่าจะเจอใครหรือธุรกิจแบบไหน เขามักมีคำแนะนำให้เสมอ และคำแนะนำส่วนใหญ่ก็มักย้อนกลับไปที่โมเดลเดิมว่า “ตอนพี่ทำ พี่ทำแบบนี้” เพราะในเมื่อวิธีนั้นเคยสร้างรายได้หลายสิบล้าน ทำไมคนอื่นจะทำตามไม่ได้
ปัญหาคือ ความสำเร็จเป็นหลักฐานว่าวิธีหนึ่งเคยใช้ได้ ไม่ใช่ใบรับรองว่าวิธีนั้นจะใช้ได้กับทุกคนตลอดไป
ธุรกิจหนึ่งอาจสำเร็จเพราะจังหวะตลาด คู่แข่งยังน้อย ต้นทุนในเวลานั้น พฤติกรรมผู้บริโภค ทีมงาน เงินทุน Connection หรือแม้แต่โชคบางส่วนที่เจ้าของธุรกิจเองอาจมองไม่เห็น เมื่อย้ายวิธีเดียวกันไปใส่ในอีกกิจการหนึ่งที่มีเหตุและปัจจัยคนละชุด ผลลัพธ์จึงไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน
เรื่องนี้ทำให้ดิฉันคิดถึงคำว่า “วันหมดอายุของทักษะ” มากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะทักษะที่หมดอายุไม่ได้หมายถึงวันหนึ่งเราจะลืมวิธีทำสิ่งนั้น แต่หมายถึง สิ่งที่เราเคยทำได้ดี อาจไม่ได้สร้างผลลัพธ์แบบเดิมในบริบทใหม่อีกแล้ว
คนที่เคยเก่งเรื่องการขาย อาจเคยปิดการขายด้วยการพูดเก่ง แต่วันนี้ลูกค้าอาจศึกษาข้อมูลมาก่อนจนต้องการคนที่ฟังเก่งกว่า คนที่เคยบริหารด้วยการสั่งและควบคุมอาจเคยสร้างทีมที่มีประสิทธิภาพ แต่คนทำงานรุ่นใหม่อาจต้องการเหตุผล พื้นที่ในการตัดสินใจ และ Feedback ที่ต่างออกไป คนที่เคยเก่งการตลาดจากช่องทางหนึ่งอาจพบว่าวันนี้พฤติกรรมผู้บริโภคย้ายไปอีกที่แล้ว หรือแม้แต่ความเชี่ยวชาญทางเทคนิคบางอย่างที่เคยทำให้เราโดดเด่น ก็อาจถูกเทคโนโลยีทำให้กลายเป็นทักษะพื้นฐานภายในเวลาไม่กี่ปี
แม้แต่ “ประสบการณ์” ซึ่งเรามักคิดว่าไม่มีวันหมดอายุ ก็ต้องระวังเหมือนกัน เพราะประสบการณ์มีค่าตราบเท่าที่เรายังรู้ว่า ส่วนไหนคือหลักการ และส่วนไหนเป็นเพียงวิธีการที่เคยได้ผลในเวลานั้น
เราอาจเคยเก่งเรื่องหนึ่งมาก เคยบริหารคนแบบหนึ่งแล้วได้ผล เคยขายด้วยวิธีหนึ่งแล้วรุ่ง หรือเคยตัดสินใจบางอย่างจนสร้างความสำเร็จมหาศาล แต่โลกไม่ได้มีหน้าที่หยุดอยู่ตรงปีที่เราประสบความสำเร็จ ตลาดเปลี่ยน คนเปลี่ยน เทคโนโลยีเปลี่ยน วิธีทำงานก็เปลี่ยนตาม
เพราะฉะนั้น การให้คำแนะนำที่ดีจึงไม่ใช่การรีบเปิดคลังความสำเร็จของตัวเองแล้วบอกอีกฝ่ายว่า “ทำแบบฉันสิ” แต่อาจต้องฟังเขาให้นานพอที่จะรู้ก่อนว่า สิ่งที่เราเคยรู้ ยังใช้ได้กับโลกของเขาหรือเปล่า
ทุกวันนี้มีหลายธุรกิจที่เริ่มทีหลังรุ่นพี่ของดิฉัน แต่เติบโตและวิ่งแซงไปไกลแล้ว เรื่องนี้ไม่ได้ทำให้ความสำเร็จในอดีตของเขาเล็กลงเลย สิ่งที่เขาเคยสร้างยังน่านับถือเหมือนเดิม
เพียงแต่ความสำเร็จในอดีตมีหน้าที่บอกว่า เราเคยเก่งแค่ไหน
ไม่ใช่รับประกันว่า
วันนี้เรายังเก่งเท่าเดิม
และบางทีทักษะที่หมดอายุยากที่สุด อาจไม่ใช่ความสามารถในการทำให้สำเร็จเสียด้วยซ้ำ
แต่คือ ความสามารถที่จะยอมรับว่า วิธีที่เคยทำให้เราสำเร็จ…อาจถึงวันหมดอายุแล้ว
ยิ่งพร อินทร์ศรีชื่น
ทนายความ | วิทยากรด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และภาวะผู้นำ

