กรุณารอสักครู่

 

บทความแนะนำ

ลีกัล คลินิก แอนด์ เอดดูเคชั่น

คำถามนี้เริ่มมีเข้ามาเรื่อย ๆ โดยเฉพาะจากฝ่าย HR ที่กำลังเตรียมระบบเงินเดือนรองรับกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

และคำตอบเรื่อง OT ต้องระวังนิดหนึ่ง เพราะถ้าใช้ความคุ้นเคยจากกฎหมายแรงงานเรื่องอื่นมาตอบ อาจตอบผิดได้

คำตอบคือ OT ต้องนำมารวมคำนวณด้วย

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเป็นกองทุนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 126 โดยกฎหมายกำหนดให้มีกองทุนเพื่อเป็นทุนสงเคราะห์ลูกจ้างในกรณีออกจากงาน ตาย หรือกรณีอื่นตามที่กฎหมายกำหนด

สำหรับระบบเงินสะสมและเงินสมทบ มาตรา 130 และมาตรา 131 กำหนดหลักเกี่ยวกับการจ่ายเงินสะสมของลูกจ้างและเงินสมทบของนายจ้าง โดยอัตราที่ต้องนำส่งเป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

ปัจจุบันการเริ่มจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบถูกเลื่อนออกไปเป็น วันที่ 1 ตุลาคม 2569

ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2574 ลูกจ้างและนายจ้างนำส่งฝ่ายละ 0.25% ของค่าจ้าง

และตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2574 เป็นต้นไป นำส่งฝ่ายละ 0.50% ของค่าจ้าง

แล้วคำถามสำคัญคือ

“ค่าจ้างที่เอามาคูณ 0.25% ต้องรวม OT หรือไม่?”

ตรงนี้อย่าเพิ่งรีบตอบว่า OT ไม่ใช่ค่าจ้างแล้วตัดออกจากฐานคำนวณ

เพราะหลักเกณฑ์ที่หน่วยงานรัฐเผยแพร่เกี่ยวกับกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างระบุว่า การคำนวณเงินสะสมและเงินสมทบให้คำนวณจาก ค่าจ้างรวม โดยยกตัวอย่างเงินที่นำมารวมคำนวณไว้ เช่น

ค่าล่วงเวลา (OT)

ค่าตำแหน่ง

เบี้ยขยัน

ค่าเดินทาง

ค่าอาหาร

และค่ากะ

ดังนั้น หากถามเฉพาะว่า

“OT ต้องนำมารวมคำนวณเงินสะสมและเงินสมทบกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างหรือไม่?”

คำตอบในทางปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่หน่วยงานรัฐเผยแพร่ในปัจจุบันคือ

ต้องรวม

จุดที่ต้องระวังคือ อย่านำหลักเกี่ยวกับคำว่า “ค่าจ้าง” ที่เราใช้วิเคราะห์สิทธิแรงงานเรื่องอื่นมาสรุปต่อทันทีว่า เงินประเภทใดที่ไม่ใช่ค่าจ้างตามความเข้าใจทั่วไปจะต้องถูกตัดออกจากฐานกองทุนด้วยเสมอไป

เพราะเรื่องกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างมีทั้งพระราชบัญญัติ กฎกระทรวง ระเบียบ และหลักเกณฑ์ในการนำส่งเงินที่ต้องอ่านประกอบกัน

โดยเฉพาะ HR ที่กำลังตั้งระบบ Payroll หากตั้งฐานคำนวณโดยใช้เฉพาะเงินเดือนประจำ แล้วตัด OT ออกทั้งหมด อาจทำให้ยอดเงินสะสมและเงินสมทบที่นำส่งไม่ครบตามหลักเกณฑ์ได้

เรื่องนี้จึงตอบได้ค่อนข้างชัดว่า

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง — OT ไม่ได้ถูกตัดออกจากฐานคำนวณ แต่ต้องนำมารวมในการคำนวณเงินสะสมและเงินสมทบด้วย

และก่อนเริ่มนำส่งจริงในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ฝ่าย HR ควรตรวจสอบองค์ประกอบรายได้แต่ละรายการใน Payroll ให้เรียบร้อยเสียก่อนว่า รายการใดต้องนำมารวมเป็นฐานคำนวณ เพื่อไม่ให้ยอดนำส่งคลาดเคลื่อนตั้งแต่เดือนแรก

โดยทนายฝ้าย

คลินิกกฎหมายแรงงาน

ปรึกษามีค่าใช้จ่าย