Please wait ...

 

การบริหารคนและองค์กรงานที่มั่นคง ยังเป็นงานที่ดีอยู่หรือเปล่า

หากย้อนกลับไปถามคนทำงานเมื่อยี่สิบหรือสามสิบปีก่อนว่า งานที่ดีควรมีหน้าตาอย่างไร คำว่า “มั่นคง” น่าจะอยู่ในคำตอบลำดับต้น ๆ บริษัทใหญ่ เงินเดือนออกตรงเวลา สวัสดิการดี มีโบนัส และถ้าไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติ ก็สามารถทำงานอยู่ที่เดิมไปได้อีกนาน

สำหรับคนทำงาน Gen X จำนวนไม่น้อย ความมั่นคงจึงไม่ได้เป็นเพียงคุณสมบัติของงาน แต่เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในชีวิต การมีประวัติทำงานกับบริษัทหนึ่งสิบหรือยี่สิบปีสามารถบอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับคนคนนั้นได้ ทั้งความอดทน ความรับผิดชอบ และความน่าเชื่อถือ

เมื่อ Gen Y เข้าสู่ตลาดแรงงาน ความหมายนี้เริ่มเปลี่ยน คนรุ่นนี้อยู่ในช่วงที่การเปลี่ยนงานเพื่อเพิ่มเงินเดือนหรือหาโอกาสใหม่กลายเป็นเรื่องธรรมดามากขึ้น การอยู่กับบริษัทเดิมนานจึงไม่ได้เป็นคำตอบเดียวของความก้าวหน้าอีกต่อไป แต่ความมั่นคงก็ยังมีน้ำหนักอยู่ เพียงเริ่มแข่งขันกับรายได้ โอกาสเติบโต และคุณภาพชีวิตมากขึ้น

เมื่อมาถึง Gen Z คำว่า “มั่นคง” ยิ่งมีความหมายที่น่าสนใจ เพราะคนรุ่นนี้ไม่ได้เข้าสู่ตลาดแรงงานพร้อมความเชื่อว่าบริษัทที่มั่นคงจะทำให้ชีวิตมั่นคงเสมอไป

พวกเขาเห็นบริษัทใหญ่ลดคน เห็นธุรกิจที่เคยแข็งแรงถูกเทคโนโลยีเปลี่ยนในเวลาไม่กี่ปี เห็นตำแหน่งงานบางประเภทหายไป และเห็นคนที่อยู่กับองค์กรมาเป็นสิบปีก็สามารถกลายเป็นคนที่ต้องหางานใหม่ได้ ความมั่นคงจึงค่อย ๆ เคลื่อนจากคำถามว่า “บริษัทนี้จะจ้างฉันได้นานแค่ไหน” ไปเป็น “ถ้าวันหนึ่งบริษัทนี้ไม่จ้างฉัน ฉันยังไปที่อื่นได้หรือไม่”

สองคำถามนี้ฟังคล้ายกัน แต่เป็นคนละวิธีคิด

แบบแรกฝากความมั่นคงส่วนหนึ่งไว้กับองค์กร แบบหลังพยายามสร้างความมั่นคงไว้กับตัวเอง

นี่อาจอธิบายได้ว่าทำไมพนักงานอายุน้อยบางคนจึงให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ทักษะใหม่มากกว่าการสะสมอายุงาน หรือยอมย้ายจากบริษัทที่ดูมั่นคงไปสู่งานที่ให้โอกาสเรียนรู้มากกว่า ในสายตาของหัวหน้าบางคน การตัดสินใจเช่นนี้อาจดูเสี่ยง แต่ในสายตาของคนรุ่นใหม่ การอยู่ในงานที่ไม่ได้เพิ่มทักษะให้ตัวเองต่างหากที่อาจเป็นความเสี่ยง

แน่นอนว่าไม่ควรเหมารวมว่า Gen X ต้องการอยู่บริษัทเดียวตลอดชีวิต หรือ Gen Z พร้อมลาออกทุกเวลา คนแต่ละคนมีภาระ ครอบครัว ฐานะทางการเงิน และเป้าหมายชีวิตต่างกันมากกว่าปีเกิด แต่สิ่งที่น่าสนใจคือแต่ละรุ่นเข้าสู่ตลาดแรงงานในช่วงเวลาที่โลกส่งสัญญาณเรื่อง “ความมั่นคง” ให้พวกเขาไม่เหมือนกัน

ความต่างนี้จึงสร้างความไม่เข้าใจกันได้ง่าย

หัวหน้าอาจคิดว่า บริษัทมีสวัสดิการดี โบนัสสม่ำเสมอ และไม่มีนโยบายลดคน แล้วทำไมพนักงานยังอยากออก พนักงานกลับคิดว่า หากอยู่ต่ออีกสามปีแล้วทำงานได้เหมือนวันนี้ทุกอย่าง ต่อให้บริษัทยังต้องการเขา ตลาดแรงงานภายนอกอาจไม่ต้องการแล้วก็ได้

ในอีกด้านหนึ่ง คนรุ่นใหม่เองก็อาจต้องระวังไม่ให้ความเชื่อเรื่อง “สร้างความมั่นคงด้วยตัวเอง” กลายเป็นการวิ่งหาสิ่งใหม่ตลอดเวลา เพราะทักษะบางอย่างไม่ได้เกิดจากการเรียนคอร์สหรือเปลี่ยนงาน แต่เกิดจากการอยู่กับปัญหานานพอที่จะเข้าใจมันอย่างลึกซึ้ง ประสบการณ์ยังมีคุณค่า และความเชี่ยวชาญจำนวนมากต้องใช้เวลาสะสมโดยไม่มีทางลัด

ตลาดแรงงานในวันนี้จึงอาจไม่ได้ทำให้ความมั่นคงหายไป เพียงแต่ทำให้ความมั่นคงมีเจ้าของคนใหม่

จากเดิมที่เรามองหาองค์กรที่มั่นคง เพื่อหวังว่าจะได้ทำงานอยู่กับมันไปนาน ๆ คนทำงานรุ่นใหม่จำนวนหนึ่งกำลังมองหาความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ และเครือข่ายที่จะทำให้ตัวเองยังมีทางเลือก ไม่ว่าองค์กรที่ทำงานอยู่วันนี้จะเป็นอย่างไรในวันข้างหน้า

คนต่างวัยจึงอาจไม่ได้ต้องการอนาคตที่ต่างกันมากนัก ทุกคนยังอยากรู้ว่าพรุ่งนี้ตัวเองจะมีที่ยืนอยู่หรือไม่

ต่างกันเพียงว่า คนรุ่นหนึ่งเคยมองหาคำตอบจากบริษัท

ขณะที่คนอีกรุ่นเริ่มคิดว่า คำตอบนั้นควรอยู่กับตัวเอง

ยิ่งพร อินทร์ศรีชื่น

ทนายความ | วิทยากรด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และภาวะผู้นำ