กรุณารอสักครู่

 

บทความแนะนำ

ลีกัล คลินิก แอนด์ เอดดูเคชั่น

hrกฎหมายกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กฏหมายแรงงานคลินิกกฎหมายแรงงานฎีกาคดีแรงงานทนายคดีแรงงานนายจ้างลูกจ้างวิทยากรกฎหมายแรงงานเลิกจ้างไม่เป็นธรรม = ได้ดอกเบี้ย 15% เสมอ? หลายคนเข้าใจผิด… และอาจเรียกสิทธิ์เกินกว่าที่กฎหมายให้

7 July 2026

เวลาลูกจ้างชนะคดีเลิกจ้างไม่เป็นธรรม หลายคนมักเข้าใจว่า เงินทุกก้อนที่ศาลพิพากษาให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า หรือค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ล้วนได้รับดอกเบี้ย 15% ต่อปีตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานทั้งหมด

ความจริงไม่ใช่เช่นนั้น

กฎหมายแยก “เงินตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน” ออกจาก “ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม” ไว้อย่างชัดเจน

ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมเกิดจาก มาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 ซึ่งให้อำนาจศาลพิจารณาว่า หากเห็นว่าการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ศาลอาจสั่งให้นายจ้างรับลูกจ้างกลับเข้าทำงาน หรือหากเห็นว่าไม่เหมาะสม ก็ให้ศาลกำหนด “ค่าเสียหาย” ขึ้นตามที่เห็นสมควรแทน

จะเห็นว่า ค่าเสียหายประเภทนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติตามกฎหมายแรงงาน แต่เกิดจากดุลพินิจของศาล โดยพิจารณาจากอายุงาน อายุของลูกจ้าง โอกาสในการหางานใหม่ สาเหตุของการเลิกจ้าง และพฤติการณ์อื่น ๆ ในแต่ละคดี

ในทางกลับกัน ค่าชดเชย ค่าจ้าง สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า หรือเงินอื่นที่พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานกำหนดไว้ เป็นสิทธิที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยตรง และหากนายจ้างผิดนัด ก็อยู่ภายใต้ มาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ซึ่งกำหนดดอกเบี้ยในอัตราพิเศษ

ศาลฎีกาได้วางหลักเรื่องนี้ไว้อย่างชัดเจนใน คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7189/2562 โดยพิพากษาให้สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าได้รับดอกเบี้ยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ขณะที่ ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมได้รับดอกเบี้ยตามกฎหมายแพ่ง ไม่ใช่ดอกเบี้ยตามมาตรา 9 ของพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน

เหตุผลก็เพราะ ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมไม่ใช่ “เงินตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน” แต่เป็นค่าเสียหายที่ศาลกำหนดขึ้นตามมาตรา 49 ของพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯ

แม้ทั้งสองประเภทจะเกิดจากการเลิกจ้างเหมือนกัน แต่ฐานกฎหมายต่างกัน ผลเรื่องดอกเบี้ยจึงต่างกันด้วย

เรื่องนี้สำคัญกว่าที่หลายคนคิด เพราะในทางปฏิบัติยังมีทั้งลูกจ้าง นายจ้าง และแม้แต่ผู้ทำงานด้าน HR บางส่วนที่เข้าใจว่า เมื่อชนะคดีเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ดอกเบี้ย 15% ต้องใช้กับเงินทุกก้อน ซึ่งไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

การเข้าใจหลักกฎหมายให้ถูกต้อง ไม่ใช่เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิน้อยลง หรือเพื่อให้นายจ้างจ่ายน้อยลง แต่เพื่อให้ ต่างฝ่ายต่างใช้สิทธิของตนได้อย่างถูกต้อง ไม่เรียกร้องเกินกว่าที่กฎหมายรับรอง และไม่ปฏิเสธสิทธิที่กฎหมายคุ้มครองไว้จริง

เพราะสุดท้ายแล้ว การรู้กฎหมายที่ถูกต้อง ย่อมดีกว่าการเชื่อข้อมูลที่ถูกบอกต่อกันมาโดยไม่ตรวจสอบ และนั่นคือวิธีที่ดีที่สุดในการปกป้องสิทธิของตัวเอง ทั้งในฐานะลูกจ้างและนายจ้าง