หนึ่งในประเด็นข้อพิพาทที่เกิดขึ้นบ่อยในกฎหมายแรงงาน คือกรณีที่นายจ้างมีระเบียบให้เกษียณอายุเมื่อครบ 60 ปี แต่เมื่อลูกจ้างอายุครบ 60 ปีแล้ว นายจ้างกลับให้ทำงานต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งวันหนึ่งลูกจ้างทำงานไม่ไหวและขอ “ลาออก” เอง กรณีเช่นนี้นายจ้างมักจะอ้างว่าเป็นการลาออกโดยสมัครใจจึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย วันนี้ มีแนวคำพิพากษาที่ยึดการแสดงเจตนาด้วยสุจริตเป็นสำคัญมาอัปเดตให้ฟัง
โดยวันนี้จะหยิบยก คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1517/2560 มาย่อยให้ฟังเพื่อให้ทุกคนเห็นภาพและเข้าใจง่าย
เริ่มจากข้อเท็จจริงของคดีนี้
นายจ้างมีข้อบังคับชัดเจนว่า พนักงานจะพ้นสภาพโดยการเกษียณอายุเมื่อครบ 60 ปีบริบูรณ์ และจะได้รับค่าชดเชย ส่วนลูกจ้าง (ตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ) มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ แต่นายจ้างยังคงให้ทำงานต่อและจ่ายค่าจ้างตามปกติเรื่อยมา เวลาผ่านไปเกือบ 2 ปี ลูกจ้างต้องการพักผ่อน จึงได้แจ้งขอเกษียณอายุ/ลาออก และเคลียร์งานให้จนเสร็จสิ้น แต่นายจ้าง ปฏิเสธการจ่ายค่าชดเชย โดยต่อสู้ในศาลว่า ลูกจ้างเป็นฝ่ายยื่นใบลาออกเอง
ในคดีนี้ศาลแรงงานกลางและศาลฎีกามีความเห็นสอดคล้องกันว่า นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยให้กับลูกจ้าง โดยศาลฎีกาได้ให้เหตุผลสำคัญทางกฎหมายไว้ 4 ประเด็นหลัก คือ
1. สิทธิเกิดขึ้นทันทีเมื่ออายุครบ 60 ปี เมื่อข้อบังคับของบริษัทระบุชัดเจนว่าพนักงานเกษียณอายุ 60 ปี และจะได้รับค่าชดเชย สิทธิของลูกจ้างในการได้รับเงินก้อนนี้เกิดขึ้นโดยสมบูรณ์แล้ว ตั้งแต่วันที่อายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ โดยไม่ต้องคำนึงว่าหลังจากนั้นนายจ้างจะจ้างต่อไปหรือเลิกจ้าง
2. ป้องกันช่องโหว่การเอาเปรียบลูกจ้าง ศาลฎีกามองเห็นถึงเจตนารมณ์ของการคุ้มครองแรงงาน โดยระบุว่า หากยอมให้นายจ้างอ้างเรื่องลูกจ้างลาออกเองหลังจากทำงานจนเลยวัยเกษียณมาแล้ว จะกลายเป็นช่องทางหลบเลี่ยงการจ่ายเงินชดเชย โดยนายจ้างอาจทำทีเป็นจ้างลูกจ้างต่อไปเรื่อยๆ จนลูกจ้างแก่ชราทำงานไม่ไหวและต้องขอลาออกไปเอง ซึ่งเป็นการเอาเปรียบลูกจ้าง
3. ฐานเงินเดือนที่ใช้คำนวณค่าชดเชย เนื่องจากในคดีนี้ ไม่ปรากฏข้อมูลว่าในวันที่ลูกจ้างอายุครบ 60 ปีนั้นได้รับเงินเดือนเท่าใด ศาลจึงให้ใช้ “อัตราเงินเดือนในเดือนสุดท้ายก่อนที่ลูกจ้างจะลาออก” เป็นฐานในการคำนวณจ่ายค่าชดเชย ซึ่งถือว่าชอบด้วยกฎหมายแล้ว
4. การคิดดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ในส่วนของดอกเบี้ยผิดนัดชำระนั้น ศาลแรงงานกลางเคยกฎหนดให้คิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ลูกจ้างอายุครบ 60 ปี แต่ศาลฎีกาได้พิพากษาแก้ เนื่องจากในคำฟ้อง ลูกจ้างขอให้คิดดอกเบี้ยนับตั้งแต่วันฟ้องคดีเท่านั้น การที่ศาลล่างให้ดอกเบี้ยย้อนไปถึงตอนอายุ 60 ปี จึงเป็นการพิพากษาเกินคำขอ ศาลฎีกาจึงแก้ให้จำเลยจ่ายดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างยื่นฟ้องเป็นต้นไป
ข้อคิดที่ได้จากคดีนี้ ที่อยากฝากสำหรับนายจ้าง/ฝ่ายบุคคล (HR) คือ หากบริษัทมีระเบียบเกษียณอายุที่ชัดเจน เมื่อพนักงานอายุครบเกณฑ์ สิทธิในค่าชดเชยจะเกิดขึ้นทันที หากต้องการจ้างงานต่อ ควรทำการจ่ายค่าชดเชยให้จบสิ้นตามระเบียบเดิมก่อน แล้วจึงทำสัญญาจ้างฉบับใหม่ในลักษณะสัญญาจ้างผู้สูงอายุหรือที่ปรึกษา เพื่อความชัดเจนและป้องกันข้อพิพาท
สำหรับลูกจ้าง ก็ฝากว่า หากระเบียบของบริษัทกำหนดอายุเกษียณไว้ชัดเจน แม้คุณจะทำงานต่อหลังจากเลยวัยเกษียณไปแล้วและขอลาออกในภายหลัง สิทธิในการรับค่าชดเชยตามกฎหมายของคุณก็ไม่สูญหายไปไหน
(อ้างอิงจากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1517/2560)
หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์นะคะ
ทนายฝ้าย 🫶
Facebook : คลินิกกฎหมายแรงงาน
TikTok : ทนายฝ้ายคลินิกกฎหมายแรงงาน
🏛️ สนใจติดต่องาน ขอทราบค่าบริการ ⚖️
💬 คดีความ
💬 ที่ปรึกษากฎหมาย
💬 ร่างข้อบังคับและสัญญาทั้ง 💬Thai/Eng
💬 งานบรรยาย/อบรม
💼 in-house training
สอบถามค่าบริการได้ทาง info@legalclinic.co.th
ช่องทางความรู้อื่นๆสามารถติดตามได้ที่
🌐 https://legalclinic.co.th/
🌐 https://www.youtube.com/labourlawclinic
🌐 https://www.tiktok.com/@labourlawclinic
บริษัทไม่มีนโยบายในการทักเข้าให้ความช่วยเหลือโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และไม่มีสาขาเครือข่าย โปรดใช้ความระมัดระวัง
#ทนายฝ้าย
#ทนายฝ้ายคลินิกกฎหมายแรงงาน
#คลินิกกฎหมายแรงงาน
#HR
#ลูกจ้าง
#นายจ้าง

