ถามดีมีประเด็นวันนี้เป็นเรื่องของการลาออกและหนี้สินคงค้าง โดยมีแฟนเพจท่านหนึ่งเกิดข้อสงสัยว่า ตนเองกู้ยืมเงินจากบริษัท ต่อมาต้องการลาออกแต่ยังคืนเงินกู้ไม่ครบ บริษัทจึงไม่อนุมัติให้ลาออก แบบนี้ควรแก้ปัญหาอย่างไร
ถามดีมีประเด็นวันนี้เป็นเรื่องของการลาออกและหนี้สินคงค้าง โดยมีแฟนเพจท่านหนึ่งเกิดข้อสงสัยว่า ตนเองกู้ยืมเงินจากบริษัท ต่อมาต้องการลาออกแต่ยังคืนเงินกู้ไม่ครบ บริษัทจึงไม่อนุมัติให้ลาออก แบบนี้ควรแก้ปัญหาอย่างไร
PDPA กำลังมา HR เลยต้องคิดหนัก ทนายฝ้าย และดร.ชัชวาล เลยชวนกันหยิบยกปัญหาเกี่ยวกับการให้ความยินยอมต่างๆที่ HR ต้องเจอมาเล่าสู่กันฟัง ทั้งในมุมของนักกฎหมาย และนักพัฒนาระบบบริหารทรัพยากรบุคคลและพัฒนาองค์กร เพื่อให้ได้คำตอบที่มองได้ทั้งทางกำหมายและการใช้งานจริงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้เพื่อนๆ HR หลายคนหวาดระแวงไปหมด ว่าถ้า PDPA บังคับใช้แล้ว อะไรออกได้ออกไม่ได้ อะไรต้องยินยอมก่อนหรือป่าว หวาดระแวงไปหมดแล้วจ้า
หยุดสร้างทัศนคติความเชื่อและความเข้าใจผิดๆ ที่ว่าพนักงานทดลองงานจะไม่ได้รับสิทธิ์ตามกฎหมายเท่ากับพนักงานประจำเสียที !!
ไปเจอคำถามมาประเด็นหนึ่ง และคิดว่าน่าสนใจ ซึ่งหากนำมาตอบอาจจะคลายข้อสงสัยให้เพื่อนๆหลายคนที่อาจจะเจอสถานการณ์เดียวกัน โดยคำถามมีอยู่ว่า ” ตนเองไปสมัครงานบริษัทนึงและประกาศรับสมัครเขียนไว้ว่าเงินเดือนอยู่ระหว่าง 20,000 บาท ถึง 25,000 บาท แต่เมื่อสัมภาษณ์เรียบร้อยแล้วกลับมีการต่อรองเงินเดือนลงมาเหลือ 18,000 บาท แบบนี้ถือว่า ผิดกฎหมายแรงงาน หรือกฎหมายแพ่งหรือกฎหมายอื่นๆหรือไม่”
เจอคำถามที่น่าสนใจมาอีกแล้ว ในกรณีที่ว่า ทดลองงาน 6 เดือน ต่อมาทำสัญญาจ้างเป็นพนักงานประจำ ทำไปได้อีก 6 เดือน ก็รู้สึกว่าพนักงานยังไม่ตอบโจทย์ ต้องการเลิกจ้างและจ่ายค่าชดเชยให้ตามกฎหมาย แต่ยังสงสัยว่าต้องนับอายุการทำงานอย่างไร เฉพาะช่วงที่ทำสัญญาจ้างหรือนับตั้งแต่ช่วงทดลองงาน
ประเด็นที่จะกล่าวต่อไปนี้ ก็เป็นประเด็นที่น่าสนใจทั้งในเรื่องของกระบวนการดำเนินการภายในของบริษัท และแนวทางว่าเช่นนี้จะทำอย่างไรต่อไปดี เมื่อมีผู้มาสมัครงานตกลงและบริษัทตกลงทำสัญญาจ้าง ไปแล้ว เมื่อตรวจสอบอีกครั้งพบว่าให้เงินเดือนเกินกระบอกเงินเดือนของตำแหน่งงานนั้นๆ จะเรียกคืนเงินเดือนที่ให้ไปเกินได้หรือไม่ และสามารถแก้ไขสัญญาโดยลดเงินเดือนลงมาเลยได้หรือเปล่า
มีคำถามจากลูกจ้างว่าตนเองถูกเลิกจ้าง โดยในกฎหมายกำหนดว่าค่าชดเชยจ่ายตามระยะเวลาการทำงาน โดยคำนวณตาม ค่าจ้าง เดือนสุดท้ายที่ได้รับ ตามมาตรา 118 ซึ่งในกรณีน้องที่ถามมาได้ค่าจ้างโดยแบ่งเป็นเงินเดือน 20,000 บาทค่าตำแหน่ง 3,000 บาทและค่าภาษาอีก 2,000 บาท ซึ่งเกิดคำถามว่าค่าตำแหน่งกับค่าภาษาเป็นค่าจ้างหรือไม่
นายจ้างได้ออกหนังสือเลิกจ้างลูกจ้าง แล้วต่อมาออกหนังสืออีกฉบับนึง บังคับให้ลูกจ้างเซ็นไม่อย่างนั้นจะไม่ได้เงินค่าจ้างงวดสุดท้าย โดยมีใจความว่า “.. ลูกจ้างได้รับค่าชดเชยตามกฎหมายแล้วและยินดีมอบเงินเหล่านั้นให้แก่บริษัท เพื่อตอบแทนบริษัท..”
ค่าชดเชยกรณีถูกเลิกจ้าง จะคำนวณจากค่าจ้างอัตราสุดท้าย ปัญหาว่า ค่าคอมมิชชั่น ถือเป็นค่าจ้างที่จะนำมารวมคำนวณเป็นฐานในการจ่ายค่าชดเชยหรือไม่
” ห้ามน้ำไม่ให้ไหล ห้ามไฟไม่ให้มีควัน ห้ามอาทิตย์ ห้ามดวงจันทร์ หยุดแค่นั้นค่อยห้ามดวงใจ “ หลายคนอ่านหัวข้อนี้แล้วคงกำลังสงสัยว่าบริษัทไหนกันน้อที่ออกกฎระเบียบแบบนี้และออกกฎระเบียบแบบนี้ไปเพื่ออะไรบังคับใช้ได้จริงหรือไม่วันนี้คลินิกกฎหมายแรงงานจะมาไขปัญหาข้อข้องใจกันค่ะ