hrกฎหมายกฏหมายแรงงานคลินิกกฎหมายแรงงานฎีกาคดีแรงงานทนายคดีแรงงานนายจ้างลูกจ้างวิทยากรกฎหมายแรงงานเขียนค่าปรับไว้ในสัญญาแล้ว ลูกจ้างก็เซ็นยอมรับแล้ว ทำไมยังต้องไปฟ้องร้องกันอีก
คำถามหนึ่งที่นายจ้างมักสงสัยเวลามีข้อพิพาทกับลูกจ้าง คือ ในเมื่อบริษัทเขียนเงื่อนไขไว้ในสัญญาจ้างอย่างชัดเจนแล้วว่า หากลูกจ้างฝ่าฝืนข้อตกลงจะต้องเสียค่าปรับเป็นจำนวนเท่าใด และลูกจ้างเองก็อ่านและลงลายมือชื่อยอมรับทุกหน้า เหตุใดเมื่อถึงเวลาจริง บริษัทจึงไม่สามารถเรียกเก็บเงินตามที่เขียนไว้ได้ทันที แต่กลับต้องไปฟ้องร้องและให้ศาลเป็นผู้วินิจฉัยอีก ก่อนตอบคำถามนี้ ต้องแยกให้ออกก่อนว่า การเขียนข้อความไว้ในสัญญา การลงลายมือชื่อยอมรับ และการที่ข้อความนั้นมีผลใช้บังคับตามกฎหมาย เป็นคนละเรื่องกัน ลายมือชื่อของลูกจ้างอาจยืนยันได้ว่า ลูกจ้างได้เข้าทำสัญญาหรือรับทราบข้อความในเอกสาร แต่ลายมือชื่อไม่มีอำนาจเปลี่ยนข้อความที่ผิดกฎหมายให้กลายเป็นข้อความที่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่ได้ทำให้เงินทุกจำนวนที่นายจ้างเขียนเรียกว่า “ค่าปรับ” กลายเป็นหนี้ที่บริษัทสามารถหักหรือเรียกเก็บได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านการตรวจสอบ สิ่งที่คนทั่วไปเรียกว่า “ค่าปรับตามสัญญา” ในทางกฎหมายแพ่งมักมีลักษณะเป็น “เบี้ยปรับ” กล่าวคือ เป็นการที่คู่สัญญาตกลงกันไว้ล่วงหน้าว่า หากฝ่ายหนึ่งไม่ปฏิบัติตามสัญญาหรือผิดสัญญา จะต้องชำระเงินให้อีกฝ่ายหนึ่งเป็นจำนวนที่กำหนด โดยไม่ต้องรอให้เกิดข้อพิพาทแล้วจึงมาคำนวณความเสียหายกันใหม่ทั้งหมด ตัวอย่างเช่น บริษัทออกค่าอบรมหลักสูตรเฉพาะทางให้แก่ลูกจ้าง โดยมีข้อตกลงว่าลูกจ้างจะต้องทำงานต่อเป็นระยะเวลาสองปี หากลาออกก่อนครบกำหนดจะต้องคืนค่าใช้จ่ายหรือชำระค่าเสียหายตามที่ตกลงกันไว้ ข้อตกลงลักษณะนี้ไม่ได้เป็นโมฆะเพียงเพราะมีคำว่า “ค่าปรับ” และไม่ได้หมายความว่านายจ้างไม่มีสิทธิเรียกร้องเลย ตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 928/2546 ซึ่งเป็นกรณีที่มีการทำสัญญาเพิ่มเติมกำหนดให้ลูกจ้างทำงานไม่น้อยกว่าสองปี และหากลาออกก่อนครบกำหนดให้ชดใช้ค่าเสียหายไม่น้อยกว่าเงินเดือนเดือนสุดท้าย ศาลเห็นว่าข้อตกลงดังกล่าวมีลักษณะเป็นการกำหนดค่าเสียหายจากการผิดสัญญาไว้ล่วงหน้า จึงมีลักษณะเป็นเบี้ยปรับ อย่างไรก็ตาม หากจำนวนที่กำหนดไว้สูงเกินส่วน ศาลแรงงานก็มีอำนาจลดลงให้เหลือเท่าที่พอสมควรได้ ตรงนี้จึงเป็นจุดที่หลายบริษัทเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า เมื่อกำหนดจำนวนเงินไว้ในสัญญาแล้ว ศาลจะต้องพิพากษาให้ลูกจ้างชำระเต็มจำนวนตามที่เขียนไว้เสมอ ในความเป็นจริง ข้อตกลงอาจใช้บังคับได้ แต่จำนวนเงินที่เขียนไว้ไม่ได้ผูกมือศาล ศาลยังต้องพิจารณาว่าความเสียหายเกิดขึ้นจริงเพียงใด นายจ้างได้รับประโยชน์จากการทำงานของลูกจ้างมาแล้วมากน้อยเพียงใด นายจ้างเป็นผู้จ่ายค่าใช้จ่ายนั้นจริงหรือไม่ ลูกจ้างได้ทำงานชดใช้ไปแล้วเป็นระยะเวลาเท่าใด...










