ดิฉันเคยทำงานในองค์กรแห่งหนึ่ง ตอนนั้นมี CEO เป็นผู้บริหารสูงสุด และมีผู้บริหารระดับสูงอีกคนหนึ่งทำงานอยู่รองลงมา ถ้าดูจาก Organization Chart ก็คงไม่มีอะไรน่าสนใจ ใครอยู่ตำแหน่งไหน ใครมีอำนาจตัดสินใจระดับใด ทุกอย่างเขียนเอาไว้ค่อนข้างชัดเจน แต่สิ่งที่ดิฉันสังเกตเห็นจากการทำงานจริงกลับน่าสนใจกว่านั้นมาก เวลามีเรื่องสำคัญเกิดขึ้น คนในองค์กรมักอยากฟังว่าผู้บริหารคนนี้คิดอย่างไร เวลามีปัญหา หลายคนกล้าเดินเข้าไปปรึกษา และเมื่อสถานการณ์เริ่มยุ่ง เขามักเป็นคนหนึ่งที่ช่วยประคองทั้งงานและคนให้เดินต่อไปได้ ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ แม้แต่ CEO เอง เวลาจะตัดสินใจหรือจัดการเรื่องบางอย่าง ยังต้องรับฟังความคิดเห็นและค่อนข้างเกรงใจผู้บริหารคนนี้อยู่ไม่น้อย ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้ดิฉันเริ่มเข้าใจว่า ลำดับชั้นของตำแหน่งบอกได้ว่าใครมีอำนาจมากกว่า แต่ไม่ได้บอกว่าใครมีภาวะผู้นำมากกว่า เพราะตำแหน่งกับภาวะผู้นำเป็นคนละเรื่องกัน ตำแหน่งให้อำนาจในการสั่งการ ให้อำนาจอนุมัติ ให้อำนาจประเมิน และทำให้คนในองค์กรมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของเราในเรื่องงาน แต่ภาวะผู้นำทำงานในอีกแบบหนึ่ง มันทำให้คน “เลือก” ที่จะฟัง เชื่อถือ และพร้อมเดินไปกับเรา แม้ในบางสถานการณ์เราจะไม่ได้มีอำนาจไปบังคับเขาเลยก็ตาม ความแตกต่างนี้มักเห็นชัดที่สุดในวันที่องค์กรมีปัญหา ในวันที่ทุกอย่างเป็นปกติ เราอาจแยกไม่ออกว่าใครมีภาวะผู้นำมากน้อยเพียงใด เพราะทุกคนต่างทำงานไปตามโครงสร้าง แต่ในวันที่เกิดความไม่แน่นอน คนเริ่มกังวล หรือไม่มีใครรู้ชัดว่าควรเดินต่ออย่างไร เรามักจะเห็นบางคนกลายเป็น “จุดที่คนหันไปมอง” โดยธรรมชาติ เขาอาจไม่ได้เป็นคนที่มีตำแหน่งสูงที่สุด แต่เวลาพูดแล้วคนเชื่อ เพราะที่ผ่านมาเขาทำให้เห็นว่าเป็นคนรับผิดชอบ เวลามีปัญหาไม่หายไปไหน เวลาคนอื่นพลาดไม่ได้รีบหาคนมารับผิดแทนตัวเอง...










