Please wait ...

 
ลูกจ้างลาป่วยต่อเนื่อง 10 เดือน โดยนายจ้างได้จ่ายค่าจ้างในวันลาป่วยครบ 30 วันทำงานแล้ว ระหว่างการลาป่วยนั้น นายจ้างต้องส่งเงินเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างหรือไม่

เมื่อนายจ้างได้จ่ายเงินค่าจ้างในวันลาป่วยครบ 30 วันทำงานแล้ว แม้ช่วงการลาป่วยจะมีวันหยุดประจำสัปดาห์และวันหยุดตามประเพณีคร่อมอยู่ วันหยุดดังกล่าวย่อมเกลื่อนกลืนเป็นวันลาที่ลูกจ้างไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างแล้ว เมื่อนายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าจ้างในวันลาป่วยดังกล่าวให้กับลูกจ้าง จึงไม่มีเงินที่ต้องนำมาคำนวณหักส่งกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง นายจ้างจึงไม่ต้องส่งเงินเข้ากองทุนฯ (หมายเหตุ: ทุกกรณีที่ถือว่าจ่ายค่าจ้าง ต้องหักส่ง) ทนายฝ้าย – ยิ่งพร อินทร์ศรีชื่น ทนายความและที่ปรึกษาด้านกฎหมายแรงงาน คลินิกกฎหมายแรงงาน

การนำส่งเงินสะสมและเงินสมทบเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างมีเพดานขั้นต่ำและขั้นสูงหรือไม่

ไม่มีเพดานขั้นต่ำและขั้นสูง ดังนั้น หากลูกจ้างได้รับค่าจ้างในอัตราที่สูงเพียงใดก็ตาม นายจ้างก็ต้องนำเงินค่าจ้างดังกล่าวมาคำนวณเพื่อส่งเงินเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ทนายฝ้าย – ยิ่งพร อินทร์ศรีชื่น ทนายความและที่ปรึกษาด้านกฎหมายแรงงาน คลินิกกฎหมายแรงงาน

เงินค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด ค่าล่วงเวลาในวันหยุด ต้องหักเงินดังกล่าวนำส่งเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างหรือไม่

เงินค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด ค่าล่วงเวลาในวันหยุด ไม่ใช่เงินที่นายจ้างจ่ายเพื่อตอบแทนการทำงานในเวลาทำงานปกติ จึงไม่ใช่ “ค่าจ้าง” ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 จึงไม่นำมาคำนวณหักเงินนำส่งเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ทนายฝ้าย – ยิ่งพร อินทร์ศรีชื่น ทนายความและที่ปรึกษาด้านกฎหมายแรงงาน คลินิกกฎหมายแรงงาน

การนำส่งเงินสะสมและเงินสมทบเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง หากมีเศษสตางค์จะปัดทิ้งได้หรือไม่

การคำนวณเงินที่ต้องนำส่งเงินสะสมและเงินสมทบเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างนั้น สถานประกอบกิจการต้องไม่ปัดเศษสตางค์ทิ้ง เนื่องจากหน่วยสตางค์เป็นหน่วยที่ยังใช้บังคับอยู่และจะทำให้การส่งเงินไม่ครบถ้วน จึงต้องนำส่งเงินตามความเป็นจริงที่คำนวณได้ แตกต่างจาก พรบ. ประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 46 ที่กำหนดไว้เป็นการเฉพาะ พรบ. ประกันสังคม มาตรา 46 วรรคสอง ค่าจ้างขั้นต่ำและขั้นสูงที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบของผู้ประกันตนตามมาตรา 33 แต่ละคนให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ในการคำนวณเงินสมทบของผู้ประกันตนแต่ละคน สำหรับเศษของเงินสมทบที่มีจำนวนตั้งแต่ 50 สตางค์ขึ้นไปให้นับเป็น 1 บาท ถ้าน้อยกว่านั้นให้ปัดทิ้ง ในกรณีที่ผู้ประกันตนทำงานกับนายจ้างหลายรายให้คำนวณเงินสมทบจากค่าจ้างที่ได้รับจากนายจ้างแต่ละราย ทนายฝ้าย – ยิ่งพร อินทร์ศรีชื่น ทนายความและที่ปรึกษาด้านกฎหมายแรงงาน คลินิกกฎหมายแรงงาน

เงินที่นายจ้างจ่ายเพื่อเป็นรางวัล สวัสดิการ หรือจูงใจ ต้องหักส่งกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างหรือไม่

เงินที่จ่ายเพื่อเป็นสวัสดิการ รางวัล หรือจูงใจ มิใช่เงินที่จ่ายเพื่อตอบแทนการทำงานไม่ใช่ “ค่าจ้าง” ตามมาตรา 5 แห่ง พรบ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เช่น โบนัส เบี้ยขยัน เงินช่วยเหลือค่าที่พัก ค่าเดินทาง เงินจูงใจที่ฝ่ายขายได้ตามเป้า ค่ากะดึก ค่าเช่ารถผู้บริหาร เป็นต้น (ควรศึกษาจากแนวคำพิพากษาของศาลที่วินิจฉัยเกี่ยวกับค่าจ้าง ไม่ควรจำชื่อเงินเพราะเงินแต่ละประเภทแม้ชื่อเดียวกัน แต่อาจมีเงื่อนไขแตกต่างกันไปตามข้อเท็จจริง) ทนายฝ้าย – ยิ่งพร อินทร์ศรีชื่น ทนายความและที่ปรึกษาด้านกฎหมายแรงงาน คลินิกกฎหมายแรงงาน

นายจ้างต้องหักจากเงินใดบ้างส่งกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

ต้องหักเงินทุกประเภทที่จ่ายเพื่อตอบแทนการทำงานซึ่งอยู่ในความหมาย “ค่าจ้าง” ตามมาตรา 5 แห่ง พรบ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เช่น ค่าครองชีพ ค่าตำแหน่ง ค่าตอบแทนการขาย ค่าเที่ยวพนักงานขับรถขนส่ง ค่าชั่วโมงบิน ค่าวิชาชีพ ค่าทักษะ เบี้ยเลี้ยงเหมาจ่าย เป็นต้น (ควรศึกษาจากแนวคำพิพากษาของศาลที่วินิจฉัยเกี่ยวกับค่าจ้าง ไม่ควรจำชื่อเงินเพราะเงินแต่ละประเภทแม้ชื่อเดียวกัน แต่อาจมีเงื่อนไขแตกต่างกันไปตามข้อเท็จจริง) ทนายฝ้าย – ยิ่งพร อินทร์ศรีชื่น ทนายความและที่ปรึกษาด้านกฎหมายแรงงาน คลินิกกฎหมายแรงงาน

นายจ้างต้องหักเงินสะสมและเงินสมทบเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างในอัตราเท่าใด และต้องนำส่งเงินในวันที่เท่าใด

ต้องหักเงินจากค่าจ้างที่ลูกจ้างได้รับในอัตราร้อยละ 0.25 ในช่วง 1 ตุลาคม 2569 – 30 กันยายน 2574 และในอัตราร้อยละ 0.50 ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2574 เป็นต้นไป โดยนายจ้างจ่ายสมทบในอัตราเท่ากับเงินสะสมของลูกจ้าง นำส่งกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่จ่ายค่าจ้าง ทนายฝ้าย – ยิ่งพร อินทร์ศรีชื่น ทนายความและที่ปรึกษาด้านกฎหมายแรงงาน คลินิกกฎหมายแรงงาน

นายจ้างมีลูกจ้างไม่ถึง 10 คน/เป็นกิจการไม่แสวงหากำไรทางเศรษฐกิจ/กิจการยกเว้น แต่ลูกจ้างอยากเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างโดยสมัครใจ ได้หรือไม่

ได้ แต่ต้องได้รับความยินยอมจากนายจ้างในกรณีดังกล่าวด้วย และให้นายจ้างมีหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้เสมือนเป็นกิจการที่อยู่ภายใต้บังคับพระราชบัญญัตินี้ ทนายฝ้าย – ยิ่งพร อินทร์ศรีชื่น ทนายความและที่ปรึกษาด้านกฎหมายแรงงาน คลินิกกฎหมายแรงงาน

นายจ้างมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและดำเนินการให้ลูกจ้างทุกคนเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพแล้ว แต่มีลูกจ้างบางคนอยากเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเพิ่มอีกได้หรือไม่

แม้นายจ้างจะมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และลูกจ้างเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่แล้ว ลูกจ้างก็ยังสามารถสมัครเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเพิ่มเติมได้ หากลูกจ้างมีความประสงค์และนายจ้างให้ความยินยอม เนื่องจากกรณีนี้เป็นการเข้ากองทุนโดยสมัครใจ ไม่ใช่หน้าที่ที่กฎหมายบังคับให้นายจ้างต้องดำเนินการ เมื่อมีการตกลงให้ลูกจ้างเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างแล้ว นายจ้างจะมีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเช่นเดียวกับกิจการที่อยู่ภายใต้บังคับของกฎหมาย เช่น การหักเงินสะสมของลูกจ้างและการจ่ายเงินสมทบในส่วนของนายจ้างตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ทนายฝ้าย – ยิ่งพร อินทร์ศรีชื่น ทนายความและที่ปรึกษาด้านกฎหมายแรงงาน คลินิกกฎหมายแรงงาน

กรณีลูกจ้างลาออกจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพื่อนำเงินไปใช้ แต่ยังคงเป็นลูกจ้างอยู่ นายจ้างมีข้อบังคับกำหนดเงื่อนไขว่าจะกลับเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้ต้องมีระยะเวลา 1 ปี ระหว่างนี้จะต้องเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างหรือไม่

กรณีลูกจ้างลาออกจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพื่อนำเงินออกมาใช้ แต่ยังคงทำงานเป็นลูกจ้างของนายจ้างอยู่ และตามข้อบังคับของกองทุนกำหนดว่าจะสมัครกลับเข้าเป็นสมาชิกได้เมื่อพ้นระยะเวลา 1 ปี ในช่วงระยะเวลา 1 ปีที่ลูกจ้างไม่ได้เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ลูกจ้างจะต้องเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เพื่อให้มีหลักประกันด้านการออมตามที่กฎหมายกำหนด ต่อมาเมื่อครบกำหนดและลูกจ้างสมัครกลับเข้าเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแล้ว นายจ้างสามารถแจ้งต่อพนักงานตรวจแรงงานเพื่อ หยุดการส่งเงินสะสมและเงินสมทบเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง สำหรับลูกจ้างรายนั้นได้ อย่างไรก็ตาม เงินสะสมและเงินสมทบที่เคยนำส่งเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างในช่วงที่ผ่านมา ยังไม่สามารถขอรับคืนได้ทันที แม้ลูกจ้างจะกลับเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพแล้ว โดยลูกจ้างจะมีสิทธิขอรับเงินดังกล่าว เมื่อสิ้นสุดการเป็นลูกจ้างหรือออกจากงาน ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ทนายฝ้าย – ยิ่งพร อินทร์ศรีชื่น ทนายความและที่ปรึกษาด้านกฎหมายแรงงาน คลินิกกฎหมายแรงงาน