“พี่ฝ้ายคะ บริษัทเลิกจ้างพนักงานไปแล้วค่ะ อยากสอบถามว่าทำแบบนี้ได้ไหมคะ”
เป็นคำถามที่ฟังแล้วต้องขออนุญาตเงียบสักสามวินาที ไม่ใช่เพราะตอบไม่ได้ แต่กำลังคิดว่าจะเริ่มถามจากตรงไหนก่อนดี ระหว่างเหตุผลที่เลิกจ้าง หนังสือเลิกจ้าง หรือวันที่เลิกจ้างไปแล้ว
บางบริษัทเลิกจ้างตอนเช้า โทรหาทนายตอนบ่าย บางบริษัทเลิกจ้างวันศุกร์ แล้วนัดปรึกษาทนายวันจันทร์ ส่วนบางบริษัทพนักงานไปยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานเรียบร้อยแล้ว จึงเพิ่งนึกได้ว่าควรปรึกษากฎหมาย
ที่น่าสนใจคือ ทุกบริษัทมักเริ่มต้นด้วยประโยคคล้ายกันว่า “บริษัทมีเหตุผลนะคะ”
มีเหตุผลก็ดีค่ะ แต่เหตุผลที่บริษัทคิดว่าเพียงพอ กับเหตุผลที่กฎหมายยอมรับว่าไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย อาจเป็นคนละเรื่องกัน
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118 กำหนดหลักเกณฑ์การจ่ายค่าชดเชย ส่วนมาตรา 119 กำหนดเหตุยกเว้นไว้เป็นการเฉพาะ เช่น ทุจริตต่อหน้าที่ จงใจทำให้นายจ้างเสียหาย หรือฝ่าฝืนข้อบังคับและคำสั่งภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ไม่ใช่เพียงเพราะผู้บริหารไม่พอใจ หรือรู้สึกว่าทำงานร่วมกันต่อไปไม่ได้
ที่สำคัญ มาตรา 119 วรรคท้ายยังวางหลักว่า หากนายจ้างไม่ได้ระบุข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุเลิกจ้างไว้ในหนังสือบอกเลิกสัญญาจ้าง หรือไม่ได้แจ้งเหตุให้ลูกจ้างทราบในขณะที่เลิกจ้าง จะนำเหตุนั้นมาอ้างภายหลังเพื่อไม่จ่ายค่าชดเชยไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 95/2543 ก็วางหลักในทำนองเดียวกันว่า แม้การเลิกจ้างด้วยวาจาจะทำได้ แต่หากนายจ้างประสงค์จะอ้างเหตุยกเว้นค่าชดเชย ก็ต้องแจ้งเหตุให้ลูกจ้างทราบในขณะเลิกจ้าง จะมาเพิ่มเติมเหตุภายหลังไม่ได้
เพราะฉะนั้น เวลามีคนถามว่า “เลิกจ้างไปแล้ว แต่ยังไม่ได้เขียนเหตุผลให้ครบ ขอแก้หนังสือเลิกจ้างใหม่ได้ไหมคะ”
คำตอบจึงไม่ใช่เพียงเรื่องแก้เอกสารได้หรือไม่ได้ แต่ต้องย้อนกลับไปดูว่าในวันที่เลิกจ้าง บริษัทแจ้งอะไรแก่ลูกจ้างไปแล้วบ้าง เพราะการแก้ถ้อยคำในกระดาษไม่ได้แปลว่าจะเปลี่ยนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในอดีตได้ด้วย
การปรึกษาทนายก่อนเลิกจ้างจึงไม่ใช่เรื่องยุ่งยากเกินจำเป็น อย่างน้อยก็ช่วยให้ทราบว่าควรตรวจสอบอะไร ต้องเตรียมหลักฐานอะไร และการตัดสินใจนั้นอาจมีค่าใช้จ่ายตามกฎหมายเท่าใด
แต่ถ้าเลิกจ้างไปแล้วก็ยังปรึกษาได้ค่ะ ทนายไม่ได้ห้าม เพียงแต่อาจต้องเปลี่ยนหัวข้อสนทนาจาก “ทำอย่างไรให้ถูกต้อง” เป็น “ตอนนี้เหลืออะไรให้แก้ไขได้บ้าง”
และที่น่าเอ็นดูที่สุดคือ บางบริษัทถามว่า “ถ้าอย่างนั้นเรายกเลิกการเลิกจ้างเมื่อวาน แล้วเริ่มใหม่วันนี้ได้ไหมคะ”
เรื่องนี้ไม่ได้ง่ายเหมือนกด Undo ในคอมพิวเตอร์นะคะ เพราะการเลิกจ้างที่มีผลไปแล้ว ไม่ใช่สิ่งที่นายจ้างจะลบย้อนหลังได้ตามใจชอบ
ดังนั้น ก่อนจะบอกลูกจ้างว่า “พรุ่งนี้ไม่ต้องมาทำงานแล้ว” ลองโทรหาทนายก่อนสักครั้งก็ได้ค่ะ
อย่างน้อยทนายจะได้มีโอกาสช่วยก่อนเกิดเรื่อง ไม่ใช่ได้รับเชิญมาในตอนที่เรื่องเกิดครบทุกขั้นตอนแล้ว
ทนายฝ้าย – ยิ่งพร อินทร์ศรีชื่น
ทนายความและที่ปรึกษาด้านกฎหมายแรงงาน
คลินิกกฎหมายแรงงาน

