กรุณารอสักครู่

 

บทความแนะนำ

ลีกัล คลินิก แอนด์ เอดดูเคชั่น

เวลาเริ่มงานใหม่ หลายคนเปิดสัญญาอ่านผ่าน ๆ เห็นข้อความประมาณว่า

“ภายหลังพ้นสภาพการเป็นพนักงาน ห้ามลูกจ้างไปทำงานกับบริษัทคู่แข่ง เป็นระยะเวลา 5 ปี”

ตอนเซ็นก็ยังไม่ได้คิดว่าจะลาออกเมื่อไร บางคนคิดว่าเป็นข้อความมาตรฐานของบริษัท คงไม่มีผลจริง บางคนกลับเข้าใจอีกทางว่า เมื่อเซ็นแล้ว ต่อให้ลาออกก็หมดสิทธิทำงานในวงการเดิมไปอีก 5 ปี

คำถามคือ ข้อสัญญาแบบนี้บังคับได้จริงไหม?

คำตอบคือ บังคับได้ค่ะ และระยะเวลา 5 ปีก็ไม่ได้ทำให้สัญญาเป็นโมฆะโดยอัตโนมัติ แต่ไม่ได้หมายความว่าเขียนห้ามไว้อย่างไรก็บังคับได้ทั้งหมด

เรื่องนี้ศาลไม่ได้ดูเฉพาะตัวเลขว่า 1 ปี 2 ปี หรือ 5 ปี แต่ดูว่า ข้อห้ามนั้นมีขอบเขตสมเหตุสมผลหรือไม่ และเป็นการคุ้มครองประโยชน์ที่ชอบด้วยกฎหมายของนายจ้าง หรือเป็นเพียงการปิดทางทำมาหาได้ของลูกจ้าง

ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดคือ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1275/2543 ซึ่งสัญญาห้ามอดีตลูกจ้างไปทำงานกับคู่แข่งเป็นเวลา 5 ปี และครอบคลุมหลายประเทศในแถบอินโดจีน ศาลวินิจฉัยว่าข้อตกลงดังกล่าวมีผลใช้บังคับได้ เพราะกำหนดประเภทธุรกิจที่เป็นคู่แข่งไว้ชัดเจน ไม่ได้ห้ามลูกจ้างประกอบอาชีพทุกอย่าง และลูกจ้างยังสามารถทำงานในธุรกิจอื่นได้ การห้ามจึงไม่ถึงกับปิดทางทำมาหาได้โดยเด็ดขาด

เพราะฉะนั้น การบอกว่า

“ห้าม 5 ปี ยาวเกินไป สัญญาเป็นโมฆะแน่นอน”

อาจยังไม่ถูกต้องค่ะ

สิ่งที่ต้องพิจารณาจริง ๆ คือ บริษัทห้ามทำงานอะไร ห้ามเฉพาะคู่แข่งโดยตรงหรือห้ามทั้งอุตสาหกรรม ห้ามเฉพาะตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลสำคัญ หรือห้ามไปทำงานทุกตำแหน่งตั้งแต่ผู้บริหารจนถึงงานที่ไม่เกี่ยวข้อง รวมถึงห้ามในพื้นที่ใด และลูกจ้างยังมีโอกาสใช้ความรู้ความสามารถไปประกอบอาชีพอื่นได้มากน้อยเพียงใด

พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ก็กำหนดให้พิจารณาทั้งขอบเขตด้านพื้นที่ ระยะเวลา ความสามารถและโอกาสในการประกอบอาชีพของผู้ถูกจำกัดสิทธิ ตลอดจนประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย ไม่ได้พิจารณาระยะเวลาเพียงอย่างเดียว

ลองเปรียบเทียบง่าย ๆ

หากลูกจ้างเป็นผู้บริหารฝ่ายขาย มีฐานข้อมูลลูกค้า รู้ราคา ต้นทุน แผนธุรกิจ และเงื่อนไขการค้าทั้งหมด แล้วสัญญาห้ามไปทำงานกับบริษัทที่ประกอบธุรกิจแข่งขันโดยตรงในช่วงเวลาหนึ่ง ข้อห้ามเช่นนี้ย่อมมีเหตุผลรองรับมากกว่า

แต่ถ้าบริษัทเขียนกว้างว่า หลังลาออกห้ามไปทำงานกับกิจการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการประเภทเดียวกันทั่วโลก ไม่ว่าจะทำตำแหน่งอะไร และไม่คำนึงว่าลูกจ้างเคยเข้าถึงความลับทางธุรกิจหรือไม่ ข้อห้ามดังกล่าวก็มีความเสี่ยงว่าจะเป็นภาระแก่ลูกจ้างเกินสมควร

ศาลเคยรับรองข้อตกลงห้ามแข่งขันระยะเวลา 1 ปีและ 2 ปีเช่นกัน โดยพิจารณาจากลักษณะงาน ธุรกิจที่แข่งขัน และผลกระทบต่อประโยชน์ของนายจ้าง ไม่ได้ถือว่าข้อห้ามทุกฉบับใช้ไม่ได้เพียงเพราะเป็นข้อจำกัดการทำงานของลูกจ้าง

อีกเรื่องที่มักเข้าใจผิดคือ เมื่อสัญญาระบุค่าปรับไว้หนึ่งล้านบาท แล้วลูกจ้างผิดสัญญา จะต้องจ่ายหนึ่งล้านบาททันทีเสมอไปหรือไม่

คำตอบคือ ไม่จำเป็นค่ะ

จำนวนเงินที่กำหนดไว้ล่วงหน้าอาจมีลักษณะเป็นเบี้ยปรับ หากสูงเกินส่วน ศาลมีอำนาจลดลงให้เหลือเท่าที่สมควรได้ นายจ้างจึงไม่ควรเข้าใจว่า เพียงเขียนตัวเลขจำนวนมากไว้ในสัญญาแล้วจะเรียกได้เต็มจำนวนทุกกรณี ขณะเดียวกัน ลูกจ้างก็ไม่ควรคิดว่าเซ็นไปก่อนแล้วค่อยอ้างภายหลังว่าสัญญาไม่มีผล

ดังนั้น ก่อนตอบว่าข้อสัญญา “ห้ามทำงานกับคู่แข่ง 5 ปี” บังคับได้หรือไม่ได้ ต้องอ่านให้ครบอย่างน้อยว่า

ห้ามทำงานประเภทใด

คำว่า “คู่แข่ง” ถูกกำหนดไว้อย่างไร

ห้ามในตำแหน่งใด

ครอบคลุมพื้นที่แค่ไหน

ลูกจ้างมีตำแหน่งและเข้าถึงข้อมูลสำคัญเพียงใด

และข้อห้ามนั้นยังเปิดโอกาสให้ลูกจ้างประกอบอาชีพอื่นได้หรือไม่

ประเด็นจริงจึงไม่ได้อยู่ที่เลข 5 ปีเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่า ข้อสัญญานั้นคุ้มครองธุรกิจอย่างพอสมควร หรือกำลังปิดทางทำมาหาได้ของลูกจ้างเกินความจำเป็น

การเซ็นสัญญาไม่ได้ทำให้ข้อสัญญาทุกข้อความถูกต้องและบังคับได้ทั้งหมด แต่การเป็นลูกจ้างก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถละเลยข้อสัญญาที่ตนสมัครใจลงนามไว้ได้เช่นกัน

กฎหมายจึงต้องชั่งน้ำหนักระหว่าง สิทธิของนายจ้างในการรักษาความลับและป้องกันการแข่งขัน กับ สิทธิของลูกจ้างในการประกอบอาชีพ เป็นรายกรณีค่ะ

โดยทนายฝ้าย

คลินิกกฎหมายแรงงาน

ปรึกษามีค่าใช้จ่าย