คำตอบคือ ได้ค่ะ เพราะ “ออกจากระบบประกันสังคม” ไม่ได้แปลว่า “ออกจากงาน”
เงินบำนาญชราภาพจากประกันสังคมกับค่าชดเชยกรณีเกษียณอายุจากนายจ้าง เป็นสิทธิคนละประเภท จ่ายจากคนละกอง และเกิดจากกฎหมายคนละฉบับ
ดังนั้น แม้ลูกจ้างจะเริ่มรับเงินบำนาญประกันสังคมตั้งแต่อายุ 55 ปี แต่หากยังทำงานเป็นลูกจ้างของนายจ้างเดิมต่อเนื่องไปจนถึงอายุ 60 ปี เมื่อการจ้างสิ้นสุดลงเพราะเกษียณอายุ ก็ยังมีสิทธิได้รับค่าชดเชยจากนายจ้างตามกฎหมายค่ะ
รับบำนาญแล้ว ยังเป็นลูกจ้างต่อได้หรือไม่?
ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม สิทธิรับบำนาญชราภาพเกิดขึ้นเมื่อลูกจ้างมีอายุครบ 55 ปี จ่ายเงินสมทบครบตามเงื่อนไข และความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง
แต่คำว่า “ความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง” เป็นเรื่องสถานะตามกฎหมายประกันสังคม ไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าสัญญาจ้างแรงงานระหว่างลูกจ้างกับนายจ้างจะต้องสิ้นสุดลงด้วย
เมื่อข้อเท็จจริงตามคำถามระบุว่า ลูกจ้างเพียงออกจากระบบประกันสังคมเพื่อรับบำนาญ แต่ยังคงทำงานให้นายจ้างต่อไป จึงต้องถือว่าสถานะการเป็นลูกจ้างและอายุงานยังดำเนินต่อไปตามข้อเท็จจริง
ดังนั้น การรับเงินบำนาญประกันสังคมจึงไม่ใช่เหตุให้นายจ้างนำมาใช้ตัดสิทธิค่าชดเชย ลดค่าชดเชย หรืออ้างว่าได้จ่ายเงินจากประกันสังคมให้แล้ว เพราะเงินบำนาญนั้นจ่ายจากกองทุนประกันสังคม ไม่ใช่เงินที่นายจ้างจ่ายแทนค่าชดเชยเมื่อเลิกจ้าง
เมื่ออายุครบ 60 ปี ได้ค่าชดเชยทันทีหรือไม่?
ตรงนี้ต้องแยกให้ถูกค่ะ
การมีอายุครบ 60 ปีเพียงอย่างเดียว ไม่ได้ทำให้ค่าชดเชยเกิดขึ้นทันที หากลูกจ้างยังคงทำงานและนายจ้างยังจ่ายค่าจ้างตามปกติ เพราะยังไม่มีการสิ้นสุดการจ้าง
มาตรา 118/1 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 กำหนดว่า การเกษียณอายุตามที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกัน หรือตามที่นายจ้างกำหนดไว้ ให้ถือว่าเป็นการเลิกจ้าง และนายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 118
ดังนั้น หากบริษัทกำหนดให้เกษียณเมื่ออายุ 60 ปี และเมื่อถึงกำหนดแล้วนายจ้างให้ลูกจ้างพ้นจากงาน การสิ้นสุดการจ้างนั้นถือเป็นการเลิกจ้างเพราะเกษียณอายุ ลูกจ้างจึงมีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามอายุงาน
แต่หากอายุครบ 60 ปีแล้วยังทำงานต่อและยังได้รับค่าจ้างอยู่ ก็ยังไม่ถือว่าเกิดการเลิกจ้าง และยังไม่ถึงเวลาที่นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชย
หากบริษัทไม่ได้กำหนดอายุเกษียณไว้ล่ะ?
หากนายจ้างไม่ได้กำหนดอายุเกษียณไว้ หรือกำหนดอายุเกษียณเกินกว่า 60 ปี ลูกจ้างที่มีอายุครบ 60 ปีขึ้นไปมีสิทธิแสดงเจตนาขอเกษียณอายุต่อนายจ้างได้
การเกษียณจะมีผลเมื่อครบ 30 วันนับแต่วันที่ลูกจ้างแสดงเจตนา และนายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 118
จึงไม่ควรใช้วิธีเขียนใบลาออกธรรมดา หากประสงค์จะใช้สิทธิเกษียณตามมาตรา 118/1 เพราะคำว่า “ลาออก” กับ “ขอเกษียณอายุ” อาจมีผลทางกฎหมายแตกต่างกัน
ควรระบุให้ชัดว่าเป็นการแสดงเจตนาขอเกษียณอายุตามมาตรา 118/1 ไม่ใช่การลาออกโดยสมัครใจทั่วไป
อายุงานต้องนับอย่างไร?
เมื่ออายุ 55 ปี ลูกจ้างเพียงออกจากระบบประกันสังคม แต่ยังทำงานกับนายจ้างเดิมต่อเนื่อง โดยไม่มีการสิ้นสุดการจ้าง อายุงานย่อมไม่หยุดนับเพียงเพราะเริ่มรับบำนาญ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3114/2567 วางหลักว่า เมื่อลูกจ้างถึงกำหนดเกษียณแล้ว แต่นายจ้างยังให้ทำงานต่อและยังไม่ได้จ่ายค่าชดเชย ย่อมยังไม่ถือว่ามีการเลิกจ้าง สัญญาจ้างเดิมยังไม่สิ้นสุด และหากต่อมานายจ้างเลิกจ้างโดยไม่มีเหตุยกเว้นค่าชดเชย ต้องนับอายุงานต่อเนื่องไปจนถึงวันสิ้นสุดการจ้างจริง
หลักเดียวกันปรากฏในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6828/2543 ซึ่งวินิจฉัยว่า แม้ลูกจ้างจะครบอายุเกษียณแล้ว แต่เมื่อนายจ้างยังให้ทำงานต่อและยังจ่ายค่าจ้างอยู่ ก็ยังไม่ถือว่ามีการเลิกจ้างในวันที่ครบอายุเกษียณ
ดังนั้น ตามข้อเท็จจริงในคำถาม หากทำงานกับนายจ้างเดิมต่อเนื่องมาตลอด อายุงานก็นับต่อเนื่องจนถึงวันที่เกษียณและสิ้นสุดการจ้างจริง
ค่าชดเชยจะได้เท่าไร?
ค่าชดเชยต้องคำนวณตามอายุงานและค่าจ้างอัตราสุดท้ายตามมาตรา 118 เช่น
- ทำงานครบ 10 ปีแต่ไม่ครบ 20 ปี ได้ค่าชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 300 วัน
- ทำงานครบ 20 ปีขึ้นไป ได้ค่าชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 400 วัน
จึงต้องตรวจสอบว่าเริ่มทำงานกับนายจ้างเมื่อใด และการจ้างสิ้นสุดลงจริงเมื่อใด ไม่ได้นับอายุงานเฉพาะช่วงตั้งแต่อายุ 55 ถึง 60 ปี
สรุปคำตอบตามข้อเท็จจริงนี้
ได้ค่ะ
เมื่อลูกจ้างอายุ 55 ปี ออกจากระบบประกันสังคมเพื่อรับบำนาญชราภาพ แต่ไม่ได้ออกจากงานและยังทำงานกับนายจ้างเดิมต่อเนื่อง เมื่อการจ้างสิ้นสุดลงเพราะเกษียณอายุในภายหลัง ลูกจ้างยังมีสิทธิได้รับค่าชดเชยจากนายจ้างตามมาตรา 118 ประกอบมาตรา 118/1
เงินบำนาญประกันสังคมไม่ใช่ค่าชดเชยจากนายจ้าง และไม่ใช่เงินที่นำมาหักกลบกันได้
เพียงแต่ต้องเข้าใจว่า ค่าชดเชยจะเกิดขึ้นเมื่อมีการเกษียณและสิ้นสุดการจ้างจริง ไม่ใช่เกิดขึ้นเพียงเพราะอายุครบ 60 ปีแต่ยังทำงานต่ออยู่
สุดท้ายนี้อยากจะฝาก…
การให้ลูกจ้างออกจากงานเมื่อถึงอายุเกษียณ ไม่ใช่การเลิกจ้างเพราะรังเกียจว่าแก่ และไม่ได้เป็นการทำผิดกฎหมายเพียงเพราะใช้เรื่องอายุเป็นเกณฑ์เกษียณ เพราะความแก่ไม่มีใครบังคับได้ค่ะ ทุกคนต้องเดินไปถึงวันนั้นเหมือนกัน
เมื่อถึงวันที่ความสัมพันธ์ในการจ้างงานสิ้นสุด นายจ้างมีหน้าที่จ่ายค่าชดเชย ค่าจ้าง และสิทธิประโยชน์ที่ค้างอยู่ให้ครบตามกฎหมาย นายจ้างจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ และลูกจ้างก็ควรได้รับอย่างถูกต้องครบถ้วน
แต่เมื่อจ่ายสิทธิตามกฎหมายครบแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่านายจ้างต้องรับผิดชอบชีวิตของลูกจ้างต่อไปจนตาย หรือจ่ายทุกค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นหลังพ้นจากงาน
สิทธิของลูกจ้างต้องได้ครบ
แต่ความรับผิดของนายจ้างก็ต้องมีขอบเขต
อย่าเอาความรู้สึกเรื่องความแก่ มาปะปนกับสิทธิทางกฎหมายจนเข้าใจว่า นายจ้างมีหน้าที่ต้องดูแลเราตลอดชีวิตค่ะ
โดยทนายฝ้าย
คลินิกกฎหมายแรงงาน
ปรึกษามีค่าใช้จ่าย

