#เช็กก่อนเชื่อ
ลูกจ้างลาออกแล้ว นายจ้างต้องจ่ายเงินภายใน 3 วันจริงหรือ?
มีคอนเทนต์เผยแพร่ว่า เมื่อลูกจ้างลาออก นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา และเงินอื่นที่ค้างอยู่ภายใน 3 วันทำการนับจากวันที่สิ้นสุดการจ้าง โดยอ้างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 70
ข้อความนี้คลาดเคลื่อนค่ะ
กำหนดเวลา 3 วันตามมาตรา 70 ใช้เฉพาะกรณีที่ “นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้าง” ไม่ได้ใช้กับทุกกรณีที่ความสัมพันธ์ในการจ้างงานสิ้นสุดลง และไม่รวมกรณีที่ลูกจ้างเป็นฝ่ายลาออกเอง
มาตรา 70 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 กำหนดหลักเกี่ยวกับเวลาจ่ายค่าจ้างไว้ว่า หากค่าจ้างคำนวณเป็นรายเดือน รายวัน รายชั่วโมง หรือเป็นระยะเวลาอย่างอื่นที่ไม่เกินหนึ่งเดือน รวมถึงค่าจ้างตามผลงานซึ่งคำนวณเป็นหน่วย นายจ้างต้องจ่ายเดือนหนึ่งไม่น้อยกว่าหนึ่งครั้ง เว้นแต่จะตกลงกันเป็นอย่างอื่นที่เป็นประโยชน์แก่ลูกจ้าง
ส่วนค่าจ้างที่คำนวณในลักษณะอื่น ให้จ่ายตามกำหนดเวลาที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกัน ขณะที่ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด ค่าล่วงเวลาในวันหยุด และเงินอื่นที่นายจ้างมีหน้าที่จ่ายตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องจ่ายเดือนหนึ่งไม่น้อยกว่าหนึ่งครั้งเช่นกัน
จากนั้น วรรคท้ายของมาตรา 70 จึงกำหนดเป็นกรณีพิเศษว่า
ในกรณีที่นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้าง ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด ค่าล่วงเวลาในวันหยุด และเงินที่นายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายตามพระราชบัญญัตินี้ ตามที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับ ภายในสามวันนับแต่วันที่เลิกจ้าง
ถ้อยคำสำคัญจึงอยู่ที่คำว่า “ในกรณีที่นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้าง” ไม่ใช่คำว่า “เมื่อการจ้างสิ้นสุดลงไม่ว่าด้วยเหตุใด”
ดังนั้น ต้องแยกออกเป็นสองกรณีให้ชัดเจน
นายจ้างเป็นฝ่ายเลิกจ้าง
เมื่อนายจ้างเป็นฝ่ายให้ลูกจ้างออกจากงาน เงินตามมาตรา 70 วรรคท้าย ได้แก่ ค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด ค่าล่วงเวลาในวันหยุด และเงินที่นายจ้างมีหน้าที่จ่ายตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ต้องจ่ายให้เสร็จภายใน 3 วันนับแต่วันที่เลิกจ้าง
คำว่า “สามวัน” ตามกฎหมายเป็นสามวันตามปฏิทิน ไม่ใช่ “สามวันทำการ” เนื่องจากตัวบทไม่ได้บัญญัติคำว่า “วันทำการ” ไว้
ลูกจ้างเป็นฝ่ายลาออก
การลาออกเป็นการที่ลูกจ้างแสดงเจตนาบอกเลิกสัญญาจ้างเอง จึงไม่ใช่กรณีที่นายจ้างเลิกจ้างตามมาตรา 70 วรรคท้าย นายจ้างจึงไม่ได้มีหน้าที่เร่งจ่ายเงินทั้งหมดภายใน 3 วันนับแต่วันลาออก
ค่าจ้างและเงินอื่นของลูกจ้างที่ลาออกต้องจ่าย ตามกำหนดเวลาจ่ายค่าจ้างหรือกำหนดเวลาที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันไว้ ตามมาตรา 70 (1) ถึง (3)
ตัวอย่างเช่น บริษัทกำหนดจ่ายเงินเดือนทุกวันที่ 30 ของเดือน ลูกจ้างลาออกโดยมีผลวันที่ 15 นายจ้างสามารถจ่ายค่าจ้างตั้งแต่วันที่ 1 ถึงวันที่ 15 ในวันจ่ายค่าจ้างตามปกติ คือวันที่ 30 ได้ ไม่ได้มีหน้าที่ต้องจ่ายภายในวันที่ 18 เพียงเพราะครบสามวันนับจากวันลาออก
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานอธิบายหลักนี้ไว้โดยตรงว่า กรณีลูกจ้างลาออก นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างเมื่อถึงงวดการจ่ายค่าจ้าง ส่วนกำหนดสามวันใช้กับกรณีนายจ้างเลิกจ้างเท่านั้น
เพราะฉะนั้น คำที่ถูกต้องไม่ใช่ “ลาออกแล้วต้องรอสามรอบเงินเดือน” แต่คือ
ลาออกแล้ว นายจ้างจ่ายค่าจ้างตามรอบหรือกำหนดเวลาจ่ายค่าจ้างตามปกติ
หากค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด หรือเงินบางประเภทมีกำหนดจ่ายแยกจากเงินเดือน ก็ต้องตรวจสอบกำหนดเวลาที่ตกลงกันไว้ประกอบด้วย แต่ต้องไม่น้อยกว่าความคุ้มครองขั้นต่ำตามมาตรา 70
การใช้คำว่า “สิ้นสุดการจ้าง” แทนคำว่า “เลิกจ้าง” ทำให้หลักกฎหมายเปลี่ยนไป
ประเด็นที่ทำให้คอนเทนต์ดังกล่าวคลาดเคลื่อน คือการนำคำว่า “สิ้นสุดการจ้าง” ซึ่งมีความหมายกว้าง มาแทนคำว่า “นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้าง” ซึ่งเป็นถ้อยคำเฉพาะที่กฎหมายใช้
การจ้างงานอาจสิ้นสุดลงได้หลายเหตุ เช่น ลูกจ้างลาออก นายจ้างเลิกจ้าง สัญญาจ้างสิ้นสุดตามกำหนด ลูกจ้างเกษียณอายุ คู่สัญญาตกลงยุติสัญญา
แต่ไม่ใช่ทุกกรณีจะต้องนำกำหนดสามวันตามมาตรา 70 วรรคท้ายมาใช้ เพราะบทบัญญัติดังกล่าวระบุไว้เฉพาะกรณี นายจ้างเป็นฝ่ายเลิกจ้าง
แนวคำพิพากษาศาลฎีกาก็แยกการลาออกออกจากการเลิกจ้างอย่างชัดเจน โดยวางหลักว่า การลาออกเป็นการแสดงเจตนาบอกเลิกสัญญาจ้างฝ่ายเดียวของลูกจ้าง เมื่อเจตนาไปถึงนายจ้างและมีผลตามวันที่ลูกจ้างกำหนดแล้ว ไม่จำเป็นต้องรอให้นายจ้างอนุมัติ เช่น คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8002–8012/2549 และคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10161/2551
แนวคำพิพากษาดังกล่าวไม่ได้วินิจฉัยให้กรณีลาออกต้องจ่ายเงินภายในสามวัน แต่ช่วยยืนยันว่า การลาออกกับการเลิกจ้างเป็นการสิ้นสุดสัญญาจ้างคนละลักษณะ จึงไม่ควรนำผลทางกฎหมายของกรณีหนึ่งไปใช้กับอีกกรณีหนึ่งโดยไม่มีบทบัญญัติรองรับ
สรุปให้ตรงตามมาตรา 70
นายจ้างเลิกจ้าง
ต้องจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด ค่าล่วงเวลาในวันหยุด และเงินตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับ ภายใน 3 วันนับแต่วันที่เลิกจ้าง
ลูกจ้างลาออก
นายจ้างจ่ายค่าจ้างและเงินอื่นตาม รอบหรือกำหนดเวลาจ่ายตามปกติ ตามมาตรา 70 (1) ถึง (3) ไม่ได้มีหน้าที่จ่ายภายในสามวันเพียงเพราะการจ้างสิ้นสุดลง
ดังนั้น ตัวอย่างที่ลูกจ้างลาออกวันที่ 30 มิถุนายน และบริษัทมีรอบจ่ายเงินเดือนสิ้นเดือนถัดไป จะต้องตรวจสอบก่อนว่ากำหนดจ่ายค่าจ้างที่ตกลงกันจริงคือวันใด แต่ไม่อาจอ้างมาตรา 70 วรรคท้ายเพื่อสรุปทันทีว่า นายจ้างต้องจ่ายไม่เกินวันที่ 3 กรกฎาคม เพราะกรณีดังกล่าวเป็นการลาออก ไม่ใช่การเลิกจ้างค่ะ
โดยทนายฝ้าย
คลินิกกฎหมายแรงงาน
ปรึกษามีค่าใช้จ่าย

