กรุณารอสักครู่

 

บทความแนะนำ

ลีกัล คลินิก แอนด์ เอดดูเคชั่น

“ผมลาออกแล้ว ขอ Leave Without Pay จนถึงวันพ้นสภาพได้ไหม?”

เชื่อหรือไม่ว่า คำถามนี้ HR เจอบ่อยกว่าที่คิด

หลายคนเข้าใจว่า เมื่อยื่นหนังสือลาออกแล้ว ระหว่างรอครบกำหนดบอกกล่าวล่วงหน้า 30 วัน ลูกจ้างสามารถเลือกได้ว่าจะมาทำงานหรือไม่ โดยขอ Leave Without Pay แทน

แต่ความเข้าใจแบบนี้ ไม่ถูกต้อง

เพราะ Leave Without Pay ไม่ใช่สิทธิที่ลูกจ้างสามารถใช้ได้ฝ่ายเดียว

กฎหมายแรงงานกำหนดสิทธิในการลาของลูกจ้างไว้หลายประเภท เช่น ลาป่วย ลากิจ ลาคลอด ลาเพื่อรับราชการทหาร หรือการลาเพื่อฝึกอบรม แต่ ไม่มีบทบัญญัติใดกำหนดให้ลูกจ้างมีสิทธิลาแบบ Leave Without Pay

การลาไม่รับค่าจ้างจึงเป็นเพียง ข้อตกลงระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง เท่านั้น

กล่าวคือ ลูกจ้างมีสิทธิ “ขอ” แต่นายจ้างก็มีสิทธิ “ไม่อนุญาต”

หลายคนอาจคิดว่า ไม่อนุญาตก็ไม่เป็นไร เพราะอีกไม่กี่วันก็ลาออกอยู่แล้ว

แต่ประเด็นไม่ได้อยู่ที่อีกไม่กี่วันจะออกจากงาน

ประเด็นอยู่ที่ หากนายจ้างไม่อนุญาต แล้วลูกจ้างหยุดงานไปเอง การหยุดงานนั้นอาจกลายเป็นการขาดงานโดยไม่มีเหตุอันสมควร หรืออาจเข้าลักษณะละทิ้งหน้าที่การงาน ซึ่งนายจ้างสามารถนำมาใช้เป็นเหตุลงโทษทางวินัย หรือใช้เป็นเหตุเลิกจ้างได้ หากข้อเท็จจริงเข้าองค์ประกอบตามกฎหมาย

ศาลฎีกาเองก็เคยวางหลักไว้ในคำพิพากษาฎีกาที่ 2236/2533 ว่า หากนายจ้างไม่อนุญาตให้ลา แต่ลูกจ้างหยุดงานไปเอง ย่อมถือเป็นการกระทำผิดได้ ต่างจากกรณีที่นายจ้างอนุญาตให้ลาแล้ว ซึ่งจะนำเหตุแห่งการลาไปกล่าวอ้างเป็นความผิดของลูกจ้างไม่ได้

หลายคนอาจมองว่า จะลาออกเองหรือถูกเลิกจ้าง สุดท้ายก็ต้องออกจากงานเหมือนกัน

แต่ในทางกฎหมาย ผลอาจแตกต่างกัน

เพราะการถูกเลิกจ้างด้วยเหตุความผิด อาจส่งผลต่อสิทธิประโยชน์บางประการของลูกจ้าง เช่น สิทธิรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานในกรณีที่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมายประกันสังคม หรือสิทธิได้รับเงินสมทบในส่วนของนายจ้างจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หากข้อบังคับของกองทุนกำหนดเงื่อนไขไว้

ดังนั้น อย่าเข้าใจว่า Leave Without Pay คือสิทธิของลูกจ้าง

ในทางกฎหมาย Leave Without Pay คือการขออนุญาต ไม่ใช่การใช้สิทธิ

หากนายจ้างยังไม่อนุญาต ลูกจ้างก็ยังมีหน้าที่ต้องมาปฏิบัติงานตามปกติ การหยุดงานไปเองอาจสร้างผลเสียที่มากกว่าที่หลายคนคิด

โดยทนายฝ้าย
คลินิกกฎหมายแรงงาน
ปรึกษามีค่าใช้จ่าย