hrกฎหมายกฏหมายแรงงานคลินิกกฎหมายแรงงานฎีกาคดีแรงงานทนายคดีแรงงานนายจ้างลูกจ้างวิทยากรกฎหมายแรงงานสิ่งที่แพงที่สุดในยุค AI อาจไม่ใช่ “ความรู้” แต่คือการเคยเจอคนมาเยอะพอ
ช่วงนี้มีประโยคหนึ่งที่ได้ยินบ่อยว่า ในยุค AI สิ่งที่แพงที่สุดคือ “ประสบการณ์มนุษย์” ฟังครั้งแรกอาจดูเป็นประโยคสวย ๆ แต่ถ้าเอามาวางในโลกของ HR กลับจริงกว่าที่คิด เพราะความรู้เรื่องคนหาได้ง่ายขึ้นมาก อยากรู้วิธีทำ Performance Management ก็ถามได้ อยากได้คำถามสัมภาษณ์พนักงานก็สร้างได้ อยากร่างหนังสือเตือนก็ใช้เวลาไม่กี่นาที แม้แต่เวลามีปัญหากับพนักงาน เราก็สามารถพิมพ์ข้อเท็จจริงสองสามบรรทัดแล้วถามว่า “ควรทำอย่างไร” และได้คำตอบที่ดูเป็นขั้นเป็นตอนกลับมาอย่างรวดเร็ว แต่สิ่งหนึ่งที่ยังสร้างทางลัดได้ยาก คือ การเคยเห็นมนุษย์ในสถานการณ์จริงมามากพอ HR ที่ทำงานกับคนมานานจะรู้ว่า พนักงานที่เงียบในห้องประชุมไม่ได้แปลว่าเห็นด้วยเสมอไป คนที่พูดเก่งที่สุดไม่ได้แปลว่าเป็นคนที่ทีมเชื่อถือที่สุด คนที่ผลงานตกอาจไม่ได้ขี้เกียจ และคนที่ตอบทุกคำถามในการสอบสวนได้อย่างสวยงามก็ไม่ได้แปลว่าสิ่งที่พูดเป็นความจริงทั้งหมด เรื่องพวกนี้ไม่มีสูตรตายตัว เพราะมนุษย์ไม่ได้ทำงานเหมือน flowchart นี่จึงเป็นเหตุผลที่ยิ่งเครื่องมือเก่งขึ้น คนทำ HR ยิ่งต้องระวังการติดนิสัย “รู้เร็ว ตอบเร็ว สรุปเร็ว” เพราะบางเรื่องฟังคลิปหนึ่งนาที อ่านโพสต์หนึ่งโพสต์ หรือได้คำตอบที่ “เข้าใจง่าย ใช้ได้จริง” ก็อาจทำให้เรารู้หลักได้จริงค่ะ แต่การรู้หลักกับการใช้หลักกับคนตรงหน้าเป็นคนละทักษะกัน โดยเฉพาะเรื่องแรงงาน ฝ้ายเจอบ่อยมากว่า พอคนรู้กฎหมายมาหนึ่งประโยค ทุกอย่างก็ถูกพยายามยัดเข้าไปในประโยคนั้น “ลูกจ้างไม่เซ็นก็ทำอะไรไม่ได้” “บริษัทเปลี่ยนสภาพการจ้างไม่ได้” “ทำผิดข้อบังคับร้ายแรงก็เลิกจ้างได้เลย” “นายจ้างย้ายงานไม่ได้ถ้าลูกจ้างไม่ยอม”...










