Please wait ...

 

มีช่วงหนึ่งที่ชีวิตไม่ได้มีปัญหาอะไรใหญ่โต งานยังมีให้ทำ รายได้ยังเข้ามา สิ่งที่ต้องรับผิดชอบก็ยังจัดการได้ตามสมควร ถ้ามีใครถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง เราก็คงตอบได้ว่า “ก็โอเคนะ” เพราะถ้าเทียบกับคนที่กำลังตกงาน เป็นหนี้ หรือเจอวิกฤตหนัก ๆ ชีวิตของเราก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น

แต่ความรู้สึกประหลาดคือ ทั้งที่แต่ละวันยุ่งมาก พอหันกลับไปมองชีวิตในช่วงหนึ่งหรือสองปีที่ผ่านมา กลับรู้สึกว่าเราไม่ได้ไปไหนไกลจากเดิมเลย

ฝ้ายเข้าใจความรู้สึกนี้ค่อนข้างดี เพราะตัวเองก็มีช่วงที่อยู่ในสภาพคล้ายกัน งานทุกอย่างยังเดิน และอาจดูเหมือนทำอะไรเยอะกว่าเดิมด้วยซ้ำ แต่พลังส่วนใหญ่ถูกใช้ไปกับการจัดการเรื่องที่จำเป็นตรงหน้า หาเงิน จ่ายค่าใช้จ่าย ทำงานที่รับไว้ แก้ปัญหาที่เข้ามา แล้วเตรียมตัวรับปัญหาชุดถัดไป ชีวิตจึงไม่ได้หยุดเพราะเราไม่ทำอะไร ตรงกันข้าม เราทำอะไรตลอดเวลา เพียงแต่สิ่งที่ทำเกือบทั้งหมดมีหน้าที่เดียวกัน คือทำให้เรายังอยู่ในจุดเดิมได้

ถ้าจะเรียกสภาวะแบบนี้ว่า Floating ฝ้ายคิดว่าภาพของมันไม่ใช่คนที่ปล่อยชีวิตไปวัน ๆ แต่เป็นคนที่ออกแรงอยู่ตลอดเพื่อให้ศีรษะยังพ้นน้ำ คนแบบนี้จึงเหนื่อยจริง ทั้งที่ไม่ได้เดินทางไปถึงไหน และนั่นทำให้คำแนะนำประเภท “ลองพัฒนาตัวเองเพิ่มสิ” หรือ “ต้องกล้าออกจาก Comfort Zone” ฟังดูง่ายเกินไปหน่อย เพราะหลายคนไม่ได้อยู่ใน Comfort Zone ด้วยซ้ำ เขาอยู่ใน Survival Zone ต่างหาก

ปัญหาของการอยู่ในโหมดเอาตัวรอดนาน ๆ คือ เราจะเริ่มจัดสรรทรัพยากรทั้งหมดให้กับเรื่องที่ให้ผลวันนี้ งานไหนได้เงินก็ต้องทำ เรื่องไหนมีปัญหาก็ต้องแก้ ใครตามงานก็ต้องตอบ ส่วนสิ่งที่อาจทำให้ชีวิตดีขึ้นในอีกหนึ่งหรือสองปีข้างหน้ากลับถูกเลื่อนไปก่อนเสมอ เพราะมันยังไม่ด่วนพอ

สุดท้ายเราจึงมีเวลาทำงาน แต่ไม่มีเวลาสร้างทางเลือกใหม่ให้ตัวเอง

ทางออกจาก Floating สำหรับฝ้ายจึงไม่ใช่การเปลี่ยนชีวิตครั้งใหญ่ เพราะถ้าคนคนหนึ่งยังมีภาระที่ต้องรับผิดชอบ การบอกให้ลาออก พักยาว หรือทิ้งทุกอย่างเพื่อไปค้นหาตัวเองอาจเป็นคำแนะนำที่สวย แต่ใช้จริงไม่ได้ สิ่งที่เป็นไปได้มากกว่าคือการเริ่มกันทรัพยากรบางส่วนออกจากการ “ประคองวันนี้” แล้วเอาไปลงทุนกับ “ทางเลือกของวันข้างหน้า” อย่างตั้งใจ

อาจไม่ต้องเยอะค่ะ สัปดาห์ละสองหรือสามชั่วโมงก็ได้ แต่เวลานั้นต้องไม่ถูกเอากลับไปใช้ดับไฟเรื่องเดิมอีก มันอาจถูกใช้เรียนสิ่งที่จะเพิ่มมูลค่าให้เรา สร้างรายได้อีกทาง ทดลองงานที่อยากทำ สร้างเครือข่าย หรือแม้แต่จัดระบบงานปัจจุบันเสียใหม่เพื่อให้ตัวเองไม่ต้องเป็นคนทำทุกอย่างตลอดไป ประเด็นไม่ได้อยู่ที่เลือกทำอะไร แต่อยู่ที่ในแต่ละสัปดาห์ต้องมีบางสิ่งที่ทำแล้ว เพิ่มทางเลือกในอนาคต ไม่ใช่เพียงทำให้สัปดาห์นี้ผ่านไป

และอาจต้องยอมรับความจริงอีกอย่างว่า บางครั้งที่เราไปต่อไม่ได้ ไม่ใช่เพราะเรามีพลังน้อยเกินไป แต่เพราะเราใช้พลังจำนวนมากรักษาสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องรักษาแล้ว งานบางประเภทที่รายได้ไม่คุ้มเวลา ลูกค้าบางแบบที่ใช้พลังมากเกินผลตอบแทน บทบาทบางอย่างที่เคยเหมาะกับเราเมื่อสามปีก่อน หรือมาตรฐานบางอย่างที่เราตั้งกับตัวเองจนทุกอย่างต้องผ่านมือเรา หากไม่เริ่มตัดบางอย่างออก ต่อให้มีเวลาเพิ่มขึ้นอีกวันละสองชั่วโมง เวลานั้นก็จะถูกระบบเดิมกลืนกลับไปอยู่ดี

ฝ้ายจึงไม่ได้คิดว่าการ Floating เป็นความล้มเหลว บางช่วงของชีวิตเราจำเป็นต้องประคองตัวเองจริง ๆ และการรักษาตัวเองให้อยู่รอดก็เป็นงานชิ้นหนึ่งเหมือนกัน

เพียงแต่ต้องระวังไม่ให้ “ช่วงที่ต้องเอาตัวรอด” ค่อย ๆ กลายเป็นชีวิตแบบถาวรโดยที่เราไม่รู้ตัว

เพราะคนที่ลอยอยู่กลางน้ำไม่จำเป็นต้องว่ายให้แรงขึ้นทันที สิ่งแรกที่ควรทำอาจเป็นเพียงเงยหน้าขึ้นมาดูเสียก่อนว่า ฝั่งที่อยากไปอยู่ตรงไหน แล้วค่อยเก็บแรงบางส่วนไว้พาตัวเองไปทางนั้น

ไม่อย่างนั้นเราอาจเหนื่อยขึ้นทุกปี เก่งขึ้นทุกปี หาเงินได้มากขึ้นด้วยซ้ำ แต่ยังใช้ความสามารถทั้งหมดเพื่อรักษาชีวิตแบบเดิมเอาไว้

และนั่นอาจเป็นความหมายของคำว่า “อยู่กับที่” ที่น่ากลัวที่สุด

ยิ่งพร อินทร์ศรีชื่น
ทนายความ l วิทยากรด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และภาวะผู้นำ