กรุณารอสักครู่

 

บทความแนะนำ

ลีกัล คลินิก แอนด์ เอดดูเคชั่น

พอพูดถึงกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง คำถามหนึ่งที่บริษัทซึ่งมีพนักงานต่างชาติน่าจะสงสัยเหมือนกันคือ “ถ้าเป็นลูกจ้างต่างด้าว ต้องหักเงินสะสมและนำส่งเข้ากองทุนด้วยหรือไม่?” หลายคนอาจเข้าใจว่ากองทุนนี้มีไว้สำหรับลูกจ้างไทย ส่วนพนักงานต่างชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยอาจไม่เกี่ยว แต่ในทางกฎหมาย ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าลูกจ้างถือ Passport ประเทศอะไร แต่อยู่ที่ว่า บุคคลนั้นเป็น “ลูกจ้าง” ที่อยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายหรือไม่

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ไม่ได้กำหนดนิยามคำว่า “ลูกจ้าง” โดยจำกัดเฉพาะบุคคลสัญชาติไทย ดังนั้น หากชาวต่างชาติเข้ามาทำงานให้บริษัทในประเทศไทย มีความสัมพันธ์ในลักษณะนายจ้าง–ลูกจ้าง และอยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน การเป็นคนต่างด้าวเพียงอย่างเดียว ไม่ได้ทำให้บุคคลนั้นได้รับยกเว้นจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า “ลูกจ้างต่างด้าวทุกคนต้องเข้ากองทุน” เพราะหลังจากพิจารณาว่าเป็นลูกจ้างแล้ว ยังต้องดูต่อไปว่าลูกจ้างคนนั้นอยู่ในกลุ่มที่กฎหมายกำหนดให้เป็นสมาชิกกองทุนหรือมีเหตุยกเว้นหรือไม่ โดยหลักของมาตรา 130 กำหนดให้นายจ้างซึ่งมีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ต้องจัดให้ลูกจ้างเป็นสมาชิกกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เว้นแต่ลูกจ้างนั้นจะอยู่ในกรณีที่กฎหมายกำหนดยกเว้น

ข้อยกเว้นที่บริษัทควรตรวจสอบเป็นอันดับต้น ๆ คือ ลูกจ้างคนนั้นเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ PVD อยู่แล้วหรือไม่ เพราะหากเป็นสมาชิก PVD หรืออยู่ภายใต้การจัดการสงเคราะห์กรณีลูกจ้างออกจากงานหรือตายตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายกำหนด ก็ไม่ต้องนำลูกจ้างคนนั้นเข้าเป็นสมาชิกกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างอีก

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่าย ๆ สมมติบริษัทแห่งหนึ่งมีลูกจ้างต่างด้าว 20 คน และกิจการนั้นอยู่ในบังคับของกฎหมาย ในจำนวนนี้มีลูกจ้างต่างด้าว 15 คนเป็นสมาชิก PVD อยู่แล้ว ลูกจ้าง 15 คนนี้จึงไม่ต้องเข้าเป็นสมาชิกกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างด้วยเหตุที่เป็นสมาชิก PVD ส่วนลูกจ้างต่างด้าว อีก 5 คนไม่ได้เป็นสมาชิก PVD หากลูกจ้าง 5 คนนี้ไม่มีเหตุยกเว้นอื่นตามกฎหมาย ก็ต้องเข้าเป็นสมาชิกกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เช่นเดียวกับลูกจ้างสัญชาติไทย

ดังนั้น บริษัทที่มี PVD อยู่แล้วไม่ควรตรวจเพียงว่า “บริษัทเรามี PVD หรือยัง?” แล้วสรุปว่าทุกคนได้รับยกเว้น แต่ควรตรวจเป็น รายบุคคล ว่าใครเป็นสมาชิก PVD และใครไม่ได้เป็น เพราะการมี PVD อยู่ในบริษัทไม่ได้ทำให้ลูกจ้างที่ไม่ได้เป็นสมาชิก PVD ได้รับยกเว้นตามไปด้วย

ในทางกลับกัน หากบริษัทมีลูกจ้างรวมกันไม่ถึงจำนวนที่กฎหมายกำหนด หรือเป็นกิจการหรือลูกจ้างประเภทที่อยู่ในข้อยกเว้นตามกฎหมาย ก็ต้องพิจารณาตามข้อยกเว้นนั้นอีกชั้นหนึ่ง จึงไม่ควรใช้หลักว่า “เป็นต่างด้าว = ต้องเข้า” หรือ “เป็นต่างด้าว = ไม่ต้องเข้า” เป็นตัวตัดสิน

สรุปให้ HR จำง่าย ๆ ว่า เวลาตรวจลูกจ้างต่างด้าว ให้ถามตามลำดับว่า หนึ่ง เป็นลูกจ้างที่อยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองแรงงานหรือไม่ สอง สถานประกอบกิจการอยู่ในเกณฑ์ที่ต้องมีกองทุนหรือไม่ และสาม ลูกจ้างคนนั้นมีเหตุยกเว้น เช่น เป็นสมาชิก PVD หรือไม่ ถ้าคำตอบคือเป็นลูกจ้าง อยู่ในกิจการที่กฎหมายกำหนด และไม่มีเหตุยกเว้น ก็ต้องเข้าเป็นสมาชิกกองทุน ไม่ต่างจากลูกจ้างคนไทย

เพราะฉะนั้น ถ้ามีคนถามว่า “ลูกจ้างต่างด้าวต้องเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างไหม?” คำตอบที่ถูกต้องจึงไม่ใช่ “ต้องทุกคน” และไม่ใช่ “ต่างด้าวไม่ต้องเข้า” แต่คือ ถ้าเป็นลูกจ้างที่อยู่ในบังคับและไม่มีเหตุยกเว้น ก็ต้องเข้า สัญชาติไม่ใช่ข้อยกเว้น

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างจึงเป็นอีกเรื่องที่ HR ควรตรวจข้อมูลเป็น “รายคน” มากกว่าดูเพียงสถานะโดยรวมของบริษัท เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งที่กฎหมายพิจารณาไม่ใช่ว่าหน้าปก Passport ของลูกจ้างเป็นสีอะไร แต่คือ ความสัมพันธ์ในการจ้างและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

ทนายฝ้าย – ยิ่งพร อินทร์ศรีชื่น

ทนายความและที่ปรึกษาด้านกฎหมายแรงงาน

คลินิกกฎหมายแรงงาน