หากลูกจ้างลาแบบ Leave Without Pay แม้เงินที่ได้รับจริงจะลดลง แต่สำหรับลูกจ้างที่ได้รับเงินเดือนเป็นรายเดือน นายจ้างยังคงใช้ฐานเงินเดือนเดิม (ไม่เกิน 15,000 บาท) ในการคำนวณเงินสมทบประกันสังคม แล้วจึงหักค่าจ้างจากวันลาไม่รับค่าจ้างภายหลัง
หลายคนอ่านถึงตรงนี้อาจสงสัยว่า ในเมื่อเดือนนั้นนายจ้างจ่ายเงินเดือนน้อยลง เพราะลูกจ้างลาแบบ Leave Without Pay เหตุใดจึงยังต้องใช้ฐานเงินเดือนเดิมในการคำนวณเงินสมทบประกันสังคม
ยกตัวอย่าง ลูกจ้างมีเงินเดือนประจำ 15,000 บาท ในเดือนหนึ่งลาแบบ Leave Without Pay 1 วัน ทำให้ได้รับเงินเดือนจริง 14,500 บาท หลายบริษัทจึงเข้าใจว่าควรนำ 14,500 บาทมาคำนวณเงินสมทบประกันสังคม
แต่กฎหมายไม่ได้คิดเช่นนั้น
เหตุผลสำคัญคือ Leave Without Pay ไม่ใช่วันลาที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนดไว้ แต่เป็นการหยุดงานที่เกิดจากข้อตกลงระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ดังนั้น แม้จะมีการหักค่าจ้างในเดือนนั้น แต่ลูกจ้างก็ยังคงเป็นลูกจ้างที่ได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือน
พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 6 กำหนดให้ลูกจ้างที่ได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือน ใช้ค่าจ้างรายเดือนเป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบ ไม่ใช่นำจำนวนเงินที่ได้รับจริงหลังจากถูกหัก Leave Without Pay มาเป็นฐานคำนวณ
อย่างไรก็ตาม หลักการนี้แตกต่างจากกรณีที่กฎหมายแรงงานกำหนดให้นายจ้างไม่มีหน้าที่ต้องจ่ายค่าจ้าง เช่น ค่าจ้างในช่วงลาป่วยเกิน 30 วัน หรือค่าจ้างในช่วงลาคลอดที่เกินกว่าระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เพราะในกรณีดังกล่าว การไม่จ่ายค่าจ้างเป็นผลโดยตรงจากกฎหมาย จึงไม่นำค่าจ้างในส่วนนั้นมาคำนวณเงินสมทบประกันสังคม
สำนักงานประกันสังคมเองก็เคยวินิจฉัยเรื่องนี้ไว้ในแนวเดียวกัน โดยมีข้อหารือกองนิติการ ที่ รง 0504/00279 ลงวันที่ 17 มีนาคม 2557 ซึ่งวางหลักว่า กรณีลูกจ้างที่ได้รับเงินเดือนเป็นรายเดือนลาแบบ Leave Without Pay นายจ้างยังคงต้องใช้ฐานเงินเดือนเดิม (ไม่เกินฐานค่าจ้างสูงสุดที่กฎหมายกำหนด) ในการคำนวณเงินสมทบประกันสังคม
สรุปคือ อย่าดูเพียงว่าเดือนนั้นลูกจ้างได้รับเงินจริงเท่าไร แต่ต้องดูว่าเหตุที่ไม่ได้รับค่าจ้างเกิดจากข้อตกลงของคู่สัญญา หรือกฎหมายกำหนด เพราะผลในการคำนวณเงินสมทบประกันสังคมแตกต่างกัน
โดยทนายฝ้าย
คลินิกกฎหมายแรงงาน
ปรึกษามีค่าใช้จ่าย

