กรุณารอสักครู่

 

บทความแนะนำ

ลีกัล คลินิก แอนด์ เอดดูเคชั่น

หลายคนดูซีรีส์หรืออ่านข่าวแล้วมักจะถามกันว่า

“แอบอัดเสียงมา ศาลไม่รับฟังไม่ใช่เหรอ?”

หรือบางคนถึงกับบอกว่า

“เทปอัดเสียงใช้เป็นหลักฐานไม่ได้”

คำตอบคือ ไม่จริงเสมอไป

ความเข้าใจนี้เกิดจากการนำหลักกฎหมายบางส่วนมาพูดต่อ ๆ กันจนคลาดเคลื่อน วันนี้คลินิกกฎหมายแรงงานจะอธิบายแบบเข้าใจง่าย

ประเด็นแรก ต้องแยกก่อนว่า “คดีอะไร”

หลายคนไปจำมาจากคดีอาญา แล้วนำมาใช้กับคดีแรงงานหรือคดีแพ่งทั้งหมด ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะแต่ละประเภทคดีใช้หลักเกณฑ์แตกต่างกัน

ในคดีอาญา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 226 เป็นบทบัญญัติที่เกี่ยวกับการรับฟังพยานหลักฐานที่ได้มาโดยมิชอบ โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน และควบคุมการใช้อำนาจของรัฐในการแสวงหาพยานหลักฐาน มิใช่เป็นบทบัญญัติที่ห้ามประชาชนนำเทปบันทึกเสียงมาใช้เป็นพยานหลักฐานโดยเด็ดขาด

ยิ่งไปกว่านั้น แม้พยานหลักฐานบางอย่างจะมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับวิธีการได้มา ศาลก็ยังสามารถพิจารณารับฟังได้ หากเห็นว่าการรับฟังจะเป็นประโยชน์ต่อการอำนวยความยุติธรรมมากกว่าผลเสียที่อาจเกิดขึ้น

สำหรับคดีแรงงาน ยิ่งชัดเจนขึ้นไปอีก

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน กำหนดให้นำหลักวิธีพิจารณาคดีแพ่งมาใช้เท่าที่ไม่ขัดกับกฎหมายดังกล่าว ดังนั้น การแอบบันทึกเสียงจึงไม่ได้เป็นเหตุที่ทำให้ศาลแรงงานปฏิเสธการรับฟังโดยอัตโนมัติ

ในทางปฏิบัติ เทปบันทึกเสียงถูกนำมาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแรงงานอยู่เป็นประจำ โดยศาลจะพิจารณาร่วมกับพยานหลักฐานอื่น ๆ ทั้งหมดในสำนวน

อย่างไรก็ตาม การที่ศาลรับฟัง ไม่ได้หมายความว่า ศาลจะเชื่อเสมอไป

คู่ความอีกฝ่ายอาจโต้แย้งได้ว่า

– เสียงในคลิปไม่ใช่เสียงของตน

– ไฟล์ถูกตัดต่อ

– มีการนำเสนอเพียงบางช่วงของบทสนทนา

– หรือบทสนทนาถูกตัดออกจากบริบทที่แท้จริง

สุดท้าย ศาลจะเป็นผู้ชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานทั้งหมด แล้ววินิจฉัยว่าควรให้ความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด

ดังนั้น หากถามว่า

“แอบอัดเสียง ใช้ในศาลได้ไหม”

คำตอบคือ ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะชนะคดีโดยอัตโนมัติ เพราะเทปบันทึกเสียงเป็นเพียงพยานหลักฐานชิ้นหนึ่งที่ศาลจะนำมาประกอบกับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานอื่นทั้งหมดในการวินิจฉัยคดี (อ้างอิงคำพิพากษาฎีกาที่ 3001/2561)

หลายครั้งในคดีแรงงาน เทปบันทึกเสียงกลับเป็นพยานหลักฐานสำคัญที่ช่วยให้ศาลเห็นข้อเท็จจริงว่า สิ่งที่คู่กรณีอ้างนั้นเกิดขึ้นจริงหรือไม่ โดยเฉพาะกรณีที่ไม่มีพยานบุคคลหรือเอกสารอื่นยืนยัน

หวังว่าบทความนี้จะช่วยไขข้อสงสัยให้หลายคนที่ยังเข้าใจว่า “แอบอัดเสียงใช้เป็นหลักฐานไม่ได้” เพราะในทางกฎหมาย ความจริงไม่ได้ง่ายขนาดนั้น

โดยทนายฝ้าย

คลินิกกฎหมายแรงงาน

ปรึกษามีค่าใช้จ่าย