มีลูกจ้างบางคนเข้าใจว่า การลากิจเป็นสิทธิส่วนบุคคล เมื่อต้องการใช้สิทธิก็เพียงแจ้งนายจ้างว่าจะลากิจ ส่วนจะลาไปทำอะไรนั้นไม่จำเป็นต้องบอก เพราะถือเป็นเรื่องส่วนตัวที่ฝ่ายบุคคลไม่มีสิทธิเข้ามาก้าวก่าย
ความเข้าใจเช่นนี้ถูกเพียงบางส่วน เพราะแม้การลากิจจะเป็นสิทธิที่กฎหมายรับรอง แต่สิทธิที่กฎหมายรับรองไว้คือ การลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็น ไม่ใช่สิทธิที่จะหยุดงานด้วยเหตุผลใดก็ได้โดยไม่ต้องชี้แจงข้อเท็จจริงเลย
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 34 กำหนดให้ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็นได้ไม่น้อยกว่าสามวันทำงานต่อปี และมาตรา 57/1 กำหนดให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างในวันลาดังกล่าวเท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ไม่เกินสามวันทำงานต่อปี
อย่างไรก็ดี กฎหมายไม่ได้กำหนดว่าลูกจ้างต้องเปิดเผยรายละเอียดส่วนตัวทุกเรื่อง หรือกำหนดให้ HR มีอำนาจสอบสวนชีวิตส่วนตัวของลูกจ้างได้อย่างไม่จำกัด การพิจารณาจึงต้องแยกให้ออกระหว่างการสอบถามข้อเท็จจริงที่จำเป็นต่อการพิจารณาสิทธิลา กับการซักถามรายละเอียดที่ไม่เกี่ยวข้องกับการลา
ตัวอย่างเช่น หากลูกจ้างแจ้งว่าต้องไปดำเนินการเกี่ยวกับเอกสารราชการที่จำเป็นต้องติดต่อในเวลาทำงาน นายจ้างย่อมสามารถสอบถามข้อมูลที่เพียงพอแก่การพิจารณาได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องทราบรายละเอียดทุกอย่างเกี่ยวกับธุระส่วนตัวนั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 613/2529 แม้เป็นคดีที่เกิดขึ้นก่อนกฎหมายคุ้มครองแรงงานฉบับปัจจุบัน แต่ก็มีประเด็นน่าสนใจเกี่ยวกับการลากิจตามข้อบังคับการทำงาน โดยลูกจ้างได้รับโทรเลขจากญาติให้กลับบ้านด่วนและได้ยื่นใบลาพร้อมชี้แจงเหตุจำเป็น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การยื่นใบลาดังกล่าวถูกต้องตามข้อบังคับแล้ว นายจ้างไม่อาจนำข้อเท็จจริงเกี่ยวกับธุระที่ลูกจ้างไปดำเนินการภายหลังมาเป็นเหตุไม่อนุมัติและลงโทษลูกจ้างได้
แนวคำพิพากษานี้สะท้อนให้เห็นว่า
การพิจารณาการลากิจต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและเงื่อนไขตามข้อบังคับอย่างเป็นธรรม มิใช่เพียงอาศัยความพอใจของผู้อนุมัติ และในทางกลับกัน ลูกจ้างก็ไม่ควรเข้าใจว่าการใช้สิทธิลาไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามขั้นตอนหรือชี้แจงเหตุผลใด ๆ
โดยเฉพาะเมื่อบริษัทมีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานที่กำหนดวิธีการลา การแจ้งล่วงหน้า และขั้นตอนการพิจารณาไว้อย่างชัดเจนและชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนายจ้างและลูกจ้างก็ควรปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว
เรื่องนี้จึงไม่ใช่การเลือกระหว่างสิทธิส่วนตัวของลูกจ้างกับอำนาจของ HR แต่เป็นเรื่องการใช้สิทธิและการบริหารงานภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายกำหนด
ที่น่าสนใจคือ ลูกจ้างบางคนไม่ยอมบอกแม้แต่เหตุผลว่าลากิจไปทำอะไร เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องส่วนตัว แต่กลับคาดหวังให้ HR ทราบเองว่าธุระที่ไม่ยอมบอกนั้นเป็นธุระอันจำเป็นตามกฎหมาย
HR ไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่องในชีวิตลูกจ้าง แต่ก็ไม่ใช่หมอดูที่จะพิจารณาเหตุจำเป็นจากความว่างเปล่าได้เช่นกัน
ทนายฝ้าย – ยิ่งพร อินทร์ศรีชื่น
ทนายความและที่ปรึกษาด้านกฎหมายแรงงาน
คลินิกกฎหมายแรงงาน

