เห็นข่าวเรื่องอดีตพนักงานลบไฟล์งานของบริษัทก่อนออก แล้วนึกขึ้นมาได้ว่า เรื่องแบบนี้นายจ้างหลายคนพอเจอเข้าจริง ๆ มักเหลืออยู่สองอารมณ์ คือโกรธมาก กับทำอะไรไม่ถูก
บางคนสุดท้ายจึงเลือก “ช่างมัน ถือว่าทำบุญทำทาน อโหสิกรรมให้แล้วกัน”
จริง ๆ ยังไม่ต้องรีบใจบุญขนาดนั้นค่ะ เพราะถ้าไฟล์ที่ถูกลบเป็นข้อมูลของบริษัท เป็นงานที่ลูกจ้างจัดทำหรือครอบครองไว้เนื่องจากการทำงาน และการลบนั้นทำให้บริษัทได้รับความเสียหาย กฎหมายไม่ได้กำหนดว่านายจ้างมีหน้าที่ทำได้เพียงแผ่เมตตา
ประเด็นแรกที่ต้องแยกให้ออกก่อนคือ “ลบไฟล์” ไม่ได้เท่ากับ “ต้องรับผิด” ทุกกรณี ต้องดูก่อนว่าไฟล์อะไร ใครมีสิทธิในข้อมูลนั้น ลูกจ้างมีหน้าที่เก็บรักษาหรือส่งมอบหรือไม่ การลบเกิดขึ้นโดยตั้งใจหรือเป็นการทำงานตามปกติ กู้คืนได้หรือไม่ และที่สำคัญที่สุดคือบริษัทเสียหายอะไรจากการลบนั้น
ถ้าตอบคำถามเหล่านี้ได้และพบว่าเป็นการฝ่าฝืนหน้าที่ของลูกจ้าง นายจ้างอาจเรียกค่าเสียหายจากอดีตลูกจ้างได้ในฐาน ผิดสัญญาจ้างแรงงาน ไม่ใช่มีแต่เรื่องละเมิดอย่างเดียว
เรื่องนี้สำคัญตรง “อายุความ” ด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4082/2530 วางหลักไว้ว่า เมื่อลูกจ้างกระทำผิดหน้าที่ตามสัญญาจ้างจนทำให้นายจ้างเสียหาย ข้อเท็จจริงเดียวกันอาจทำให้ลูกจ้างต้องรับผิดทั้งตามสัญญาจ้างแรงงานและในมูลละเมิด นายจ้างจึงมีสิทธิเรียกร้องได้ทั้งสองทาง และสิทธิเรียกร้องจากการผิดสัญญาจ้างแรงงานซึ่งกฎหมายไม่ได้กำหนดอายุความไว้เป็นพิเศษ ใช้อายุความทั่วไป 10 ปี ปัจจุบันเป็นไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30
หลักเดียวกันยังปรากฏในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1969/2534 ซึ่งวินิจฉัยว่า เมื่อลูกจ้างมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามระเบียบและคำสั่งของนายจ้าง แต่ฝ่าฝืนจนเป็นการผิดสัญญาจ้างแรงงาน สิทธิเรียกร้องดังกล่าวมีอายุความ 10 ปี และคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1394/2548 ก็ยืนยันหลักว่า การกระทำของลูกจ้างระหว่างการทำงานอาจเป็นทั้งละเมิดและผิดสัญญาจ้างแรงงาน และการเรียกค่าเสียหายฐานผิดสัญญาจ้างแรงงานมีอายุความ 10 ปีตามมาตรา 193/30
ดังนั้น ถ้าเจอเคสแบบนี้ อย่าเพิ่งมองแต่คำว่า “ละเมิด” แล้วรีบสรุปว่าต้องฟ้องภายใน 1 ปี เพราะต้องกลับไปดูตั้งแต่ สัญญาจ้าง ข้อบังคับการทำงาน Job Description, IT Policy, NDA ตลอดจนระเบียบการเก็บรักษาและส่งมอบข้อมูล ว่าลูกจ้างมีหน้าที่อะไร และการลบข้อมูลนั้นเป็นการผิดหน้าที่ตามสัญญาจ้างด้วยหรือไม่
แต่มีอีกเรื่องที่นายจ้างต้องระวัง
อย่าเห็นว่าพนักงานลบงานแล้วโมโหจนหักเงินเดือนหรือยึดเงินที่ต้องจ่ายเขาไว้เองทันที
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12429/2558 น่าสนใจมาก เพราะในคดีนั้นนายจ้างอ้างความเสียหายจากการที่ลูกจ้างลาออกแล้วไม่ส่งมอบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และเอกสารการทำงานของสถานที่ก่อสร้างถึง 13 แห่ง แต่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่านายจ้างไม่มีสิทธิยึดหน่วงค่าจ้างและเงินทดรองจ่ายด้วยเหตุดังกล่าว เนื่องจากหนี้สองส่วนไม่เกี่ยวข้องกันในลักษณะที่ก่อให้เกิดสิทธิยึดหน่วงตาม ป.พ.พ. มาตรา 241
พูดง่าย ๆ คือ เขาทำให้เราเสียหาย เป็นเรื่องหนึ่ง เงินที่กฎหมายกำหนดให้เราต้องจ่ายเขา ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง อย่าเอามาปนกันเพราะความโมโห
สิ่งที่นายจ้างควรทำทันทีจึงไม่ใช่โทรไปด่าก่อน แต่คือ เก็บหลักฐานก่อน
เก็บ Server Log, Audit Log, ประวัติการเข้าใช้งาน Cloud, Email, Backup, เครื่องคอมพิวเตอร์ของบริษัท ตลอดจนหลักฐานว่าไฟล์ใดถูกลบ ใครเป็นผู้ลบ ลบเมื่อใด และสามารถกู้คืนได้หรือไม่ เพราะเวลาฟ้องคดี สิ่งที่บริษัทต้องพิสูจน์ไม่ใช่เพียงว่า “พนักงานคนนี้นิสัยไม่ดี ลบงานก่อนออก” แต่ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเขามีหน้าที่อะไร เขาฝ่าฝืนอย่างไร และ ความเสียหายที่เรียกร้องเป็นเงินนั้นเกิดขึ้นจริงเท่าใด
ค่ากู้ข้อมูล ค่าใช้จ่ายในการจัดทำงานขึ้นใหม่ ความเสียหายจากงานที่สูญหาย หรือความเสียหายทางธุรกิจอื่น อาจนำมาพิจารณาได้ แต่ไม่ใช่ตั้งตัวเลขขึ้นมาตามระดับความโกรธ ต้องพิสูจน์ความเสียหายและความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำกับความเสียหายนั้นให้ได้
เรื่องแบบนี้จึงมีรายละเอียดมากกว่าประโยคว่า “พนักงานลาออกแล้วลบไฟล์ ฟ้องได้ไหม”
ฟ้องได้หรือไม่ ต้องดูหน้าที่
จะฟ้องฐานอะไร ต้องดูข้อเท็จจริง
จะเรียกเท่าไร ต้องดูความเสียหาย
และอายุความเท่าไร ต้องดูฐานสิทธิที่ใช้เรียกร้อง
เพราะฉะนั้น ถ้านายจ้างเจอเหตุการณ์แบบในข่าว นอกจากอโหสิกรรมแล้ว สิ่งแรกที่ควรทำอาจไม่ใช่สวดมนต์ค่ะ
เรียก IT มาก่อน
เดี๋ยว Log หายแล้วจะเหลือให้อโหสิกรรมอย่างเดียวจริง ๆ 😆
ทนายฝ้าย – ยิ่งพร อินทร์ศรีชื่น
ทนายความและที่ปรึกษาด้านกฎหมายแรงงาน
คลินิกกฎหมายแรงงาน

