ช่วงปิดเทอม ร้านอาหาร ร้านกาแฟ หรือกิจการของครอบครัวหลายแห่งอาจมีเด็กนักเรียนมาสมัครทำงานพิเศษ บางบ้านก็ให้ลูกหลานมาช่วยงานแล้วจ่ายค่าจ้างให้ บางบริษัทเองก็เปิดรับนักเรียนมาทำงานช่วงสั้น ๆ คำถามที่ตามมาคือ ถ้ายังอายุไม่ถึง 18 ปี นายจ้างรับเข้าทำงานได้หรือไม่ และต้องทำอะไรต่างจากการรับพนักงานทั่วไปบ้าง
เรื่องนี้กฎหมายไม่ได้ห้ามทั้งหมด แต่แบ่งไว้ตามอายุค่อนข้างชัดเจน
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 44 ห้ามนายจ้างจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีเป็นลูกจ้าง ดังนั้น ถ้าเด็กยังอายุไม่ถึง 15 ปี แม้เจ้าตัวอยากทำงาน ผู้ปกครองอนุญาต หรือบอกว่าให้มาช่วยเฉพาะช่วงปิดเทอม ก็ไม่ได้ทำให้ข้อห้ามตามกฎหมายหายไป
แต่ถ้าอายุ 15 ปีแล้วและยังไม่ถึง 18 ปี กฎหมายอนุญาตให้จ้างได้ เพียงแต่ถือว่าเป็น “ลูกจ้างเด็ก” ซึ่งได้รับความคุ้มครองมากกว่าลูกจ้างทั่วไป นายจ้างจึงไม่ควรคิดเพียงว่า รับเข้ามาทำงานเหมือนพนักงาน Part-time คนหนึ่งแล้วก็จบ เพราะตั้งแต่วันแรกที่รับเข้าทำงานก็มีหน้าที่ตามกฎหมายเพิ่มขึ้นมาแล้ว
อย่างแรกที่มักถูกลืมคือเรื่องการแจ้ง ตามมาตรา 45 เมื่อนายจ้างรับลูกจ้างอายุต่ำกว่า 18 ปีเข้าทำงาน ต้องแจ้งการจ้างต่อพนักงานตรวจแรงงานภายใน 15 วันนับแต่วันที่เด็กเข้าทำงาน และเมื่อเด็กออกจากงานก็ต้องแจ้งภายใน 7 วันนับแต่วันที่ออกจากงาน
เรื่องต่อมาคือเวลาทำงาน เด็กอายุ 15–17 ปีไม่ได้ถูกใช้เวลาทำงานเหมือนพนักงานผู้ใหญ่ทุกอย่าง มาตรา 46 กำหนดให้นายจ้างจัดเวลาพักวันหนึ่งไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง หลังจากทำงานมาแล้วไม่เกิน 4 ชั่วโมง และใน 4 ชั่วโมงนั้นต้องจัดให้มีเวลาพักตามที่นายจ้างกำหนดด้วย ส่วนมาตรา 47 ห้ามให้ลูกจ้างเด็กทำงานระหว่างเวลา 22.00 น. ถึง 06.00 น. เว้นแต่เป็นกรณีที่กฎหมายกำหนดและได้รับอนุญาตจากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย
ดังนั้น ร้านอาหารที่รับเด็กอายุ 16 ปีมาทำงานแล้วจัดกะให้เลิกเที่ยงคืนเหมือนพนักงานคนอื่น จึงไม่ใช่เพียงเรื่องจัดตารางงานตามความสะดวกของร้าน แต่มีข้อจำกัดตามกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
นอกจากนี้ มาตรา 48 ยังห้ามนายจ้างให้ลูกจ้างอายุต่ำกว่า 18 ปีทำงานล่วงเวลาหรือทำงานในวันหยุด ขณะที่มาตรา 49 และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องกำหนดงานบางประเภทที่ห้ามเด็กทำ เช่น งานเกี่ยวกับการหลอม เป่า หล่อ หรือรีดโลหะ งานที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีอันตราย วัตถุมีพิษ วัตถุระเบิด งานบางประเภทที่มีความร้อน ความเย็น เสียงหรือแรงสั่นสะเทือนตามระดับที่กฎหมายกำหนด งานเกี่ยวกับกัมมันตภาพรังสี งานทำความสะอาดเครื่องจักรขณะที่เครื่องจักรกำลังทำงาน รวมถึงงานอื่นที่มีความเสี่ยงตามที่กฎหมายกำหนดไว้โดยเฉพาะ
สถานที่ทำงานก็ต้องดูด้วย ไม่ใช่เพียงดูว่า “ให้น้องทำหน้าที่อะไร” เพราะมาตรา 50 ห้ามนายจ้างให้ลูกจ้างเด็กทำงานในสถานที่บางประเภท เช่น โรงฆ่าสัตว์ สถานที่เล่นการพนัน สถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ และสถานที่อื่นตามที่กฎหมายกำหนด ปัจจุบันยังมีข้อกำหนดเกี่ยวกับโรงงานหรือสถานประกอบกิจการบางประเภทที่เกี่ยวข้องกับสัตว์น้ำด้วย
อีกเรื่องที่หลายกิจการอาจไม่ทันนึกถึงคือเงินประกัน มาตรา 51 ห้ามนายจ้างเรียกหรือรับหลักประกันการทำงานหรือหลักประกันความเสียหายในการทำงานจากลูกจ้างเด็ก และยังห้ามจ่ายค่าจ้างของลูกจ้างเด็กให้บุคคลอื่นด้วย หลักคิดของกฎหมายคือเงินที่เด็กทำงานได้ต้องเป็นสิทธิของเด็ก ไม่ใช่สิทธิของผู้ปกครองหรือบุคคลอื่นที่จะมารับแทนโดยอัตโนมัติ
เพราะฉะนั้น การรับเด็กอายุ 15–17 ปีเข้ามาทำงานช่วงปิดเทอมไม่ได้เป็นเรื่องต้องห้าม และสำหรับเด็กหลายคน การได้เริ่มทำงานจริงก็อาจเป็นประสบการณ์ที่มีประโยชน์มาก เพียงแต่ในมุมของนายจ้าง เราต้องจำไว้ว่ากฎหมายไม่ได้มองเขาเหมือนลูกจ้างผู้ใหญ่คนหนึ่ง
ก่อนรับเข้าทำงานจึงควรดูให้ครบตั้งแต่อายุ ลักษณะงาน สถานที่ทำงาน เวลาที่จะจัดให้ทำงานและเวลาพัก รวมถึงการแจ้งต่อพนักงานตรวจแรงงาน การจัดตารางแบบเดียวกับพนักงานทั่วไปโดยไม่ได้ตรวจข้อจำกัดเหล่านี้ อาจทำให้เรื่องง่าย ๆ อย่างการรับนักเรียนมาทำงานช่วงปิดเทอมกลายเป็นการใช้แรงงานเด็กที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายได้
สาระสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ว่า “เด็กทำงานได้หรือไม่ได้” เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ อายุเท่าไร ทำงานอะไร ทำที่ไหน และทำในเวลาใด เพราะทั้งสี่เรื่องนี้เป็นสิ่งที่นายจ้างต้องตรวจสอบก่อนจัดงานให้ลูกจ้างที่ยังอายุไม่ถึง 18 ปี
ทนายฝ้าย – ยิ่งพร อินทร์ศรีชื่น
ทนายความและที่ปรึกษาด้านกฎหมายแรงงาน
คลินิกกฎหมายแรงงาน
ปรึกษามีค่าใช้จ่าย

