ใกล้สิ้นปีทีไร เรื่องหนึ่งที่ฝ่าย HR มักถูกถาม และฝั่งลูกจ้างเองก็มักลุ้นกันอยู่เงียบ ๆ คือ “ปีนี้โบนัสออกกี่เดือน”
ถ้าบริษัทประกาศว่า 2 เดือน 3 เดือน หรือ 5 เดือน ปัญหาก็คงมีแค่ว่าใครจะเอาเงินไปทำอะไร แต่ถ้าวันหนึ่งบริษัทที่เคยจ่ายโบนัสมาตลอดกลับประกาศว่า “ปีนี้ไม่มีโบนัส” เรื่องนี้มักไม่จบแค่ความผิดหวัง เพราะคำถามต่อมาคือ บริษัททำแบบนี้ได้ด้วยหรือ ในเมื่อทุกปีก็เคยจ่ายมาตลอด
คำตอบคือ อย่าเพิ่งดูแค่ว่า “เคยจ่ายทุกปีหรือเปล่า” เพราะเรื่องโบนัสในทางกฎหมายต้องย้อนกลับไปดูก่อนว่า ที่จ่ายกันทุกปีนั้น จ่ายกันเพราะอะไร
กฎหมายคุ้มครองแรงงานไม่ได้กำหนดว่าเมื่อถึงปลายปีนายจ้างทุกแห่งต้องจ่ายโบนัสให้ลูกจ้าง ดังนั้น ถ้าบริษัทไม่เคยตกลงเรื่องโบนัสไว้เลย เราจะอาศัยเพียงเหตุว่า “ทำงานมาครบปีแล้ว ก็ควรได้โบนัส” แล้วบังคับให้นายจ้างจ่ายไม่ได้
แต่เรื่องจะเปลี่ยนทันที ถ้าบริษัทตกลงเรื่องโบนัสไว้แล้ว
บางบริษัทเขียนในสัญญาจ้างชัดเจนว่า พนักงานจะได้รับโบนัสปีละ 1 เดือน บางแห่งกำหนดไว้ในข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง บางแห่งกำหนดว่าจ่ายตามผลประกอบการ บางแห่งกำหนดตั้งแต่ 0–3 เดือนโดยพิจารณาจากผลประเมิน และบางแห่งเขียนไว้ชัดเลยว่า การจ่ายโบนัสขึ้นอยู่กับดุลพินิจของบริษัท
เพราะฉะนั้น ประโยคว่า “บริษัทเราเคยจ่ายโบนัสทุกปี” ยังตอบคำถามไม่ได้ทั้งหมด ต้องหยิบเอกสารมาดูต่อว่า บริษัทตกลงว่าจะจ่ายหรือเพียงกำหนดว่าอาจจ่าย และถ้าจ่าย ตกลงกันไว้ว่าจะคำนวณอย่างไร
ความแตกต่างเพียงไม่กี่คำตรงนี้อาจทำให้ผลทางกฎหมายต่างกันมาก
มีคดีหนึ่ง นายจ้างตกลงในสัญญาจ้างว่าจะจ่ายโบนัสปลายปีให้ลูกจ้าง 1 เดือนหรือตามสัดส่วนระยะเวลาการจ้าง และกำหนดข้อยกเว้นที่จะไม่จ่ายเอาไว้เฉพาะกรณีหนึ่ง ต่อมาบริษัทขาดทุนแล้วไม่ต้องการจ่ายโบนัส ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อบริษัทตกลงว่าจะจ่ายไว้แล้ว และไม่ได้กำหนดว่า “บริษัทขาดทุน” เป็นเงื่อนไขที่จะไม่จ่าย บริษัทจะเอาการขาดทุนมาเป็นเหตุเพิ่มภายหลังไม่ได้ บริษัทจึงยังต้องจ่ายตามที่ตกลงไว้ ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3373/2547
พูดง่าย ๆ คือ ถ้าตอนรับพนักงานเข้ามาเราบอกเขาว่า “คุณได้โบนัส 1 เดือน” เราจะมาเติมตอนสิ้นปีเองว่า “แต่ปีนี้บริษัทขาดทุนนะ เลยไม่จ่าย” ทั้งที่เงื่อนไขนี้ไม่เคยอยู่ในข้อตกลงตั้งแต่แรกไม่ได้
แต่อีกบริษัทหนึ่งอาจเขียนไม่เหมือนกัน เช่น โบนัสประจำปีอยู่ระหว่าง 0–3 เท่าของรายได้ และต้องประเมินผลการปฏิบัติงานก่อนจ่าย แบบนี้คำว่า “โบนัส” ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องได้ และไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องได้เท่ากัน เพราะสิทธิที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่แรกมีเงื่อนไขของมันอยู่แล้ว
นี่เป็นประเด็นในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7942-7988/2560 ซึ่งศาลยอมรับการใช้ผลประเมินการทำงานตามหลักเกณฑ์ที่ตกลงกันไว้ในการพิจารณาโบนัส และลูกจ้างบางคนอาจได้รับโบนัสเป็นศูนย์ได้
ดังนั้น เวลา HR ถามว่า “ปีนี้บริษัทไม่อยากจ่ายโบนัส ทำได้ไหม” ดิฉันจึงมักคิดว่าคำถามยังมาไม่ครบ เพราะก่อนจะตอบว่าได้หรือไม่ได้ ต้องถามกลับไปดูเอกสารก่อนว่า แล้วบริษัทเคยรับปากอะไรกับลูกจ้างไว้
เช่นเดียวกับฝั่งลูกจ้าง ถ้าบอกว่า “หนูต้องได้สิ เพราะบริษัทจ่ายทุกปี” ก็ยังเร็วเกินไปเหมือนกัน การจ่ายทุกปีเป็นข้อเท็จจริงที่สำคัญ แต่เรายังต้องดูที่มาของการจ่าย หลักเกณฑ์ที่ใช้ เอกสารที่เกี่ยวข้อง และในบางกรณีต้องพิจารณาต่อไปด้วยว่าหลักเกณฑ์หรือแนวปฏิบัตินั้นมีสถานะเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างหรือไม่
ตรงนี้สำคัญมาก เพราะถ้าเรื่องโบนัสเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างแล้ว การจะเปลี่ยนแปลงก็ไม่ใช่ว่านายจ้างจะประกาศเปลี่ยนอย่างไรก็ได้ โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงที่ไม่เป็นคุณแก่ลูกจ้าง ต้องพิจารณาตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 ด้วย
เรื่องโบนัสจึงมีทั้งสองด้าน นายจ้างไม่ได้มีหน้าที่จ่ายโบนัสเพียงเพราะกฎหมายกำหนดให้ทุกบริษัทต้องจ่าย เพราะกฎหมายไม่ได้กำหนดเช่นนั้น แต่ในทางกลับกัน การที่กฎหมายไม่ได้บังคับให้มีโบนัส ก็ไม่ได้หมายความว่าเมื่อบริษัทตกลงให้โบนัสไปแล้ว บริษัทจะกลับมาบอกภายหลังว่า “โบนัสไม่มีกฎหมายบังคับ ปีนี้เลยไม่จ่าย” ได้เสมอไป
ก่อนเถียงกันว่า “ปีนี้ต้องได้กี่เดือน” จึงควรถามคำถามหนึ่งก่อนว่า
โบนัสที่เราพูดถึง เป็นโบนัสที่บริษัท “จะให้” หรือเป็นโบนัสที่บริษัท “ตกลงว่าจะให้”
ฟังดูคล้ายกันมาก แต่ในทางกฎหมาย ผลอาจต่างกันคนละเรื่องเลย
ทนายฝ้าย – ยิ่งพร อินทร์ศรีชื่น
ทนายความและที่ปรึกษาด้านกฎหมายแรงงาน
คลินิกกฎหมายแรงงาน
ปรึกษามีค่าใช้จ่าย

