เห็นพนักงานใส่บัตร “Subcontract” เดินอยู่ในบริษัททุกวัน หลายคนอาจคิดว่าเรื่องกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างก็ง่าย ๆ “ไม่ใช่พนักงานเรา ก็ให้บริษัทซับฯ จัดการสิ”
เรื่องนี้อย่าเพิ่งรีบจบค่ะ เพราะคำว่า Subcontract ไม่ได้เป็นสถานะทางกฎหมายที่ใช้ตอบได้ทันทีว่า ใครต้องส่งหรือไม่ต้องส่งกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ต้องดูก่อนว่าความสัมพันธ์ในการทำงานจริงเป็นแบบไหน และใครเป็นนายจ้างตามกฎหมาย
กรณีแรก ถ้าบริษัท Subcontract รับงานไปดำเนินการเอง มีลูกจ้างของตัวเอง จ้างเอง จ่ายค่าจ้างเอง และเป็นนายจ้างของลูกจ้างกลุ่มนั้นจริง การพิจารณาเรื่องกองทุนก็เริ่มจากบริษัท Subcontract ในฐานะนายจ้าง ว่ากิจการนั้นมีลูกจ้างถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดและเข้าหลักเกณฑ์ของกองทุนหรือไม่ หากเข้าเกณฑ์และลูกจ้างไม่ได้อยู่ในระบบที่กฎหมายยกเว้น ก็มีหน้าที่ดำเนินการเรื่องเงินสะสมและเงินสมทบเหมือนนายจ้างทั่วไป
แต่ถ้าสิ่งที่เรียกว่า Subcontract จริง ๆ แล้วเป็น “รับเหมาค่าแรง” ตามมาตรา 11/1 เรื่องจะต่างออกไป เพราะกฎหมายกำหนดไว้โดยเฉพาะว่า ในกรณีที่ผู้ประกอบกิจการมอบหมายให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นผู้จัดหาคนมาทำงานอันมิใช่การประกอบธุรกิจจัดหางาน โดยงานนั้นเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดในกระบวนการผลิตหรือธุรกิจในความรับผิดชอบของผู้ประกอบกิจการ กฎหมายให้ถือว่าผู้ประกอบกิจการเป็นนายจ้างของคนที่มาทำงานดังกล่าวด้วย ไม่ว่าคนที่จัดหามานั้นจะเป็นผู้ควบคุมดูแลการทำงานหรือรับผิดชอบในการจ่ายค่าจ้างให้แก่คนงานหรือไม่ก็ตาม
เพราะฉะนั้น อย่าใช้แค่คำถามว่า “ใครเป็นคนจ่ายเงินเดือน?” แล้วสรุปทันทีว่า คนนั้นคือนายจ้างในทุกกรณี เพราะถ้าข้อเท็จจริงเข้าองค์ประกอบมาตรา 11/1 กฎหมายวางสถานะของผู้ประกอบกิจการไว้อีกชั้นหนึ่ง
และยังมีอีกกรณีที่บริษัทแม่หรือผู้รับเหมาชั้นต้นต้องระวัง คือ มาตรา 12 หากนายจ้างเป็นผู้รับเหมาช่วง กฎหมายกำหนดให้ผู้รับเหมาช่วงถัดขึ้นไปตลอดสายจนถึงผู้รับเหมาชั้นต้นร่วมรับผิดกับผู้รับเหมาช่วงซึ่งเป็นนายจ้าง ไม่ได้ร่วมรับผิดเฉพาะค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา หรือค่าชดเชยเท่านั้น แต่ตัวบทเขียนถึง “เงินสะสม เงินสมทบ หรือเงินเพิ่ม” ไว้โดยตรงด้วย
ตรงนี้จึงสำคัญมากสำหรับบริษัทที่เคยคิดว่า
“เป็นพนักงานของ Subcontract ก็ให้ Subcontract รับผิดชอบไป บริษัทเราไม่เกี่ยว”
ในทางกฎหมายอาจไม่จบแค่นั้นค่ะ
แน่นอนว่า มาตรา 12 ไม่ได้ทำให้ผู้รับเหมาชั้นต้นกลายเป็นนายจ้างโดยอัตโนมัติ และไม่ได้หมายความว่าผู้รับเหมาชั้นต้นต้องเป็นผู้ส่งเงินกองทุนแทน Subcontract ตั้งแต่ต้นทุกกรณี แต่ถ้าเข้าองค์ประกอบตามมาตรา 12 กฎหมายวาง ความรับผิดร่วม ในเงินสะสม เงินสมทบ และเงินเพิ่มเอาไว้ด้วย
ดังนั้น เวลา HR เจอคำว่า “Subcontract” อย่าเพิ่งดูแค่ชื่อบริษัทบนบัตรพนักงาน หรือเปิดสัญญาแล้วเห็นหัวกระดาษเขียนว่า Subcontract Agreement ก็จบ เพราะสิ่งที่ต้องดูจริง ๆ คือ เขารับ “งาน” ไปทำ หรือรับหน้าที่ “จัดคน” มาทำงาน ใครเป็นนายจ้างของคนกลุ่มนั้น และความสัมพันธ์จริงเข้ามาตรา 11/1 หรือมาตรา 12 หรือไม่ จากนั้นจึงค่อยกลับมาดูหลักเกณฑ์ของกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างอีกชั้นหนึ่ง
เพราะสุดท้ายแล้ว “เป็น Subcontract” ไม่ได้แปลว่าได้รับยกเว้นกองทุน และคำว่า “ไม่ใช่พนักงานเรา” ก็ไม่ได้แปลว่าบริษัทเราไม่มีความรับผิดเสมอไปค่ะ
ทนายฝ้าย – ยิ่งพร อินทร์ศรีชื่น
ทนายความและที่ปรึกษาด้านกฎหมายแรงงาน
คลินิกกฎหมายแรงงาน

