นายจ้างบางท่านที่ผิดพลาดไปแล้ว ไม่ได้ออกหนังสือเลิกจ้าง รวมถึงไม่มีเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการเลิกจ้างที่ชัดเจน และเมื่อลูกจ้างฟ้องเรียกร้องค่าสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า (ค่าตกใจ) ค่าชดเชย และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม จึงตกอยู่ในสภาพ “เสียเปรียบตั้งแต่ยังไม่เริ่มสู้” เพราะขาดหลักฐานพื้นฐานที่ควรมี ความรู้ที่ควรทราบตั้งแต่ต้น ต้องอ่านเรื่องนี้ค่ะ
โดยปกติแล้ว หากนายจ้างจะหยิบยกความผิดของลูกจ้างขึ้นมาต่อสู้เกี่ยวกับการไม่จ่ายค่าชดเชยนั้น นายจ้างจะต้องมีเอกสารหลักฐานชัดเจน และต้องระบุเหตุแห่งการเลิกจ้างไว้ในหนังสือเลิกจ้างด้วย หากไม่ระบุ จะยกเหตุร้ายแรงตามมาตรา 119 ขึ้นอ้างในภายหลังไม่ได้ ซึ่งเป็นหลักที่ชัดเจนและศาลใช้เคร่งครัดมาโดยตลอด เพราะเป็นหน้าที่ของนายจ้าง ที่จะยกขึ้นมาเป็นเหตุยกเว้นไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้กับลูกจ้าง
แต่สำหรับคดีที่ลูกจ้างฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม “เป็นข้อยกเว้น” ค่ะ!! และเป็นข้อยกเว้นที่นายจ้างหลายคนไม่รู้ ทำให้ “พลาดสองชั้น” ทั้งตอนเลิกจ้าง และตอนขึ้นศาล
การที่นายจ้างจะหยิบยกข้อต่อสู้ขึ้นอ้างเพื่อเป็นเหตุในการเลิกจ้างในกรณีการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ไม่จำเป็นต้องระบุเหตุไว้ในหนังสือบอกเลิกจ้าง กล่าวแบบบ้านๆ ก็คือ เหตุการณ์อะไรก็ตามที่นายจ้างมองว่าเป็นความผิดของลูกจ้าง ไม่ว่าจะได้เขียนในหนังสือเลิกจ้างหรือไม่ หากเป็นพฤติกรรมที่ไม่สมควร ก็สามารถนำเสนอในชั้นศาลเพื่อลดค่าเสียหาย หรืออาจถึงขั้นตัดค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมได้ ซึ่งจุดนี้เองเป็น “ทางรอดปลายทาง” ของคดี แต่…ไม่ใช่ข้ออ้างให้ละเลยการทำเอกสารตั้งแต่ต้น
รวมถึงค่าตกใจหรือค่าสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าที่มักจะถูกตัดได้พร้อมกัน หากพิสูจน์พฤติกรรมดังกล่าวได้ว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ไม่สมควรจริง โดยอ้างอิงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 ซึ่งอนุญาตให้นายจ้าง “ไล่ลูกจ้างออกได้ทันที” โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า และไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าว หากลูกจ้างกระทำผิดร้ายแรง เช่น จงใจขัดคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย ละทิ้งหน้าที่ หรือกระทำผิดหน้าที่อย่างร้ายแรง แต่ทั้งหมดนี้ “ต้องพิสูจน์ให้ได้” ไม่ใช่เพียงกล่าวอ้างลอยๆ เพราะศาลไม่ได้เชื่อความรู้สึกของนายจ้าง แต่เชื่อพยานหลักฐาน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4440/2547 วินิจฉัยว่า แม้จำเลยจะระบุเหตุในการเลิกจ้างไว้ในหนังสือเลิกจ้างเพียงว่าเป็นการปรับโครงสร้างองค์กร โดยไม่ได้อ้างเหตุขาดทุน แต่เมื่อเป็นกรณีที่ลูกจ้างฟ้องว่าเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ข้อห้ามตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มาตรา 17 วรรคสาม ที่ห้ามยกเหตุใหม่ภายหลังนั้น ไม่ครอบคลุมถึงกรณีนี้ ศาลแรงงานสามารถพิจารณาเหตุอื่นประกอบได้ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯ มาตรา 49 โดยพิจารณาว่าการเลิกจ้างมีเหตุอันสมควรหรือไม่
ก็หวังว่านายจ้างและฝ่ายเอชอาร์ทั้งหลายจะได้ประโยชน์จะโพสต์มีบ้างนะคะ ส่วนลูกจ้างก็จะได้ทำความเข้าใจให้มากยิ่งขึ้น ว่าทำไมศาลถึงตัดส่วนค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมออก แม้ว่านายจ้างจะไม่มีหนังสือเลิกจ้างก็ตาม
ทนายฝ้าย 💙
โดยทนายฝ้าย
คลินิกกฎหมายแรงงาน
ปรึกษามีค่าใช้จ่าย

