Please wait ...

 

มีพี่ท่านหนึ่งถามมาว่า “ผมเข้าทำงานตอนอายุ 59 ปี ทำงานต่อเนื่องมา 4 ปี ตอนนี้อายุ 62 ปี จะยื่นเกษียณและรับค่าชดเชยได้ไหมครับ” คำถามนี้ดูเหมือนจะตอบจากอายุได้ทันที แต่ในทางกฎหมาย สิ่งแรกที่ต้องเปิดดูไม่ใช่บัตรประชาชน หากเป็นข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน สัญญาจ้าง หรือข้อตกลงของบริษัทว่า กำหนดอายุเกษียณไว้หรือไม่ และหากกำหนด กำหนดไว้ที่อายุเท่าใด เพราะกฎหมายไม่ได้เขียนว่าเมื่ออายุครบ 60 ปีแล้ว ลูกจ้างทุกคนจะสามารถลาออกและเรียกค่าชดเชยได้โดยอัตโนมัติ

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118/1 แยกเรื่องนี้ไว้ค่อนข้างชัด หากบริษัทไม่ได้กำหนดอายุเกษียณไว้ หรือกำหนดไว้เกินกว่า 60 ปี เมื่อลูกจ้างมีอายุครบ 60 ปีขึ้นไป ลูกจ้างมีสิทธิแสดงเจตนาเกษียณอายุต่อนายจ้างได้ และเมื่อครบ 30 วันนับแต่วันที่แสดงเจตนา การเกษียณจึงมีผล โดยนายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 118 ดังนั้น หากพี่คนนี้เริ่มทำงานตอนอายุ 59 ปี ทำงานต่อเนื่องมาจนปัจจุบันอายุ 62 ปี และบริษัทไม่ได้กำหนดอายุเกษียณไว้ หรือกำหนดไว้ เช่น 65 ปี พี่ย่อมสามารถใช้สิทธิตามมาตรา 118/1 แสดงเจตนาเกษียณได้

ถ้าอายุงานครบ 4 ปีจริง ก็อยู่ในช่วงทำงานครบ 3 ปีแต่ไม่ครบ 6 ปี จึงมีสิทธิได้รับค่าชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 180 วัน ตามมาตรา 118 วรรคหนึ่ง (3) และแม้เมื่อตรวจวันเริ่มงานจริงแล้วจะยังไม่ครบ 4 ปีเต็ม หากครบ 3 ปีแล้วและยังไม่ถึง 6 ปี อัตราค่าชดเชยก็ยังอยู่ที่ 180 วันเช่นเดิม

แต่เรื่องจะเปลี่ยนทันทีหากเปิดข้อบังคับแล้วพบว่า บริษัทกำหนดอายุเกษียณไว้ที่ 60 ปีหรือต่ำกว่านั้น เพราะมาตรา 118/1 วรรคสอง ซึ่งเปิดทางให้ลูกจ้างอายุ 60 ปีขึ้นไปแสดงเจตนาเกษียณเองนั้น ใช้ในกรณีที่ไม่มีการกำหนดอายุเกษียณ หรือกำหนดไว้เกินกว่า 60 ปี ไม่ใช่ช่องทางให้ลูกจ้างทุกคนที่อายุเกิน 60 ปีเลือกวันเกษียณของตนเองได้เสมอไป

แล้วถ้าบริษัทกำหนดเกษียณไว้ที่ 60 ปี แต่พี่คนนี้อายุ 62 ปีแล้วยังทำงานอยู่ จะถือว่าสัญญาจ้างสิ้นสุดไปตั้งแต่วันครบ 60 หรือไม่ ตรงนี้ต้องดูข้อเท็จจริงต่อ เพราะการมีข้อบังคับกำหนดอายุเกษียณไม่ได้แปลว่าสัญญาจ้างจะสิ้นสุดลงเองโดยไม่ต้องดูว่าในความเป็นจริงนายจ้างยังให้ลูกจ้างทำงานต่อหรือไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3114/2567 วินิจฉัยในแนวทางนี้ โดยลูกจ้างในคดีครบอายุเกษียณตามข้อบังคับแล้ว แต่นายจ้างยังให้ทำงานต่อและยังไม่ได้จ่ายค่าชดเชย ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อยังให้ลูกจ้างทำงานต่อและยังจ่ายค่าจ้างอยู่ จึงยังไม่มีการเลิกจ้างเพราะเหตุเกษียณ สัญญาจ้างเดิมยังไม่สิ้นสุด และเมื่อภายหลังมีการเลิกจ้าง อายุงานจึงต้องนับต่อเนื่องไปจนถึงวันที่เลิกจ้างจริง หลักนี้ทำให้เห็นว่า การ “ครบอายุเกษียณ” กับการ “สิ้นสุดความสัมพันธ์ในการจ้าง” อาจไม่เกิดขึ้นพร้อมกันเสมอไป

ในอีกด้านหนึ่ง มีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8320/2568 ซึ่งใหม่และตรงกับประเด็นมาก ลูกจ้างในคดีนั้นเข้าทำงานตอนอายุ 61 ปี ขณะที่นายจ้างมีข้อบังคับกำหนดอายุเกษียณไว้ที่ 60 ปีอยู่แล้ว ต่อมาเมื่ออายุ 64 ปี ลูกจ้างทำหนังสือขอเกษียณและเรียกค่าชดเชย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มาตรา 118/1 วรรคสองมุ่งคุ้มครองลูกจ้างที่ทำงานกับนายจ้างต่อเนื่องมาจนอายุครบ 60 ปีขึ้นไป แต่ยังต้องทำงานต่อเพราะบริษัทไม่ได้กำหนดอายุเกษียณ หรือกำหนดไว้เกินกว่า 60 ปี ไม่ใช่กรณีของคนที่เข้ามาเริ่มงานหลังอายุ 60 ปี ทั้งที่บริษัทมีข้อบังคับกำหนดเกษียณไว้ที่ 60 ปีอยู่แล้ว ลูกจ้างในคดีนั้นจึงไม่สามารถอาศัยมาตรา 118/1 วรรคสองมาแสดงเจตนาเกษียณเพื่อเรียกค่าชดเชยได้

ข้อเท็จจริงของพี่ที่ถามมาจึงสำคัญ เพราะพี่ไม่ได้เริ่มงานตอนอายุ 61 หรือ 62 ปี แต่เริ่มตั้งแต่อายุ 59 ปีและทำงานต่อเนื่องผ่านอายุ 60 มาจนถึงปัจจุบัน หากบริษัทไม่ได้กำหนดอายุเกษียณ หรือกำหนดไว้เกิน 60 ปี กรณีนี้จึงต่างจากฎีกา 8320/2568 อย่างมีนัยสำคัญ และสามารถพิจารณาสิทธิตามมาตรา 118/1 วรรคสองได้โดยตรง แต่หากบริษัทกำหนดอายุเกษียณไว้ที่ 60 ปีหรือต่ำกว่า ต้องตรวจต่อว่า ตอนครบอายุเกษียณนั้นบริษัทให้ทำงานต่อภายใต้ข้อตกลงอะไร สัญญาจ้างเดิมสิ้นสุดหรือยัง หรือเป็นเพียงการทำงานต่อเนื่องภายใต้ความสัมพันธ์เดิม

เวลาจะใช้สิทธิเกษียณตามมาตรา 118/1 จริง ๆ ฉันจึงไม่แนะนำให้เขียนเพียงว่า “ขอลาออก” เพราะการลาออกกับการเกษียณอายุตามมาตรา 118/1 มีฐานทางกฎหมายและผลเรื่องค่าชดเชยต่างกัน หากประสงค์ใช้สิทธิเกษียณ ก็ควรเขียนให้ชัดว่าเป็นการ “แสดงเจตนาเกษียณอายุตามมาตรา 118/1 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541”

กลับมาที่คำถามตั้งต้นว่า อายุ 62 ปี ทำงานมา 4 ปี จะขอเกษียณและรับค่าชดเชยได้ไหม คำตอบจึงไม่ได้ยากอย่างที่ดู หากบริษัทไม่ได้กำหนดอายุเกษียณ หรือกำหนดไว้เกินกว่า 60 ปี และพี่ทำงานต่อเนื่องมาตั้งแต่อายุ 59 ปีจนถึงปัจจุบัน พี่สามารถแสดงเจตนาเกษียณตามมาตรา 118/1 ได้ การเกษียณมีผลเมื่อครบ 30 วัน และถ้าอายุงานครบ 3 ปีแต่ไม่ครบ 6 ปี ก็มีสิทธิค่าชดเชย 180 วัน แต่หากบริษัทกำหนดอายุเกษียณไว้ที่ 60 ปีหรือต่ำกว่า ต้องหยิบข้อบังคับและข้อเท็จจริงหลังครบอายุเกษียณมาตรวจให้เรียบร้อยก่อน เพราะกรณีนั้นไม่ควรใช้มาตรา 118/1 วรรคสองแบบตรง ๆ แล้วหยุดงานเอง

เรื่องนี้จึงมีทั้งมุมของลูกจ้างและนายจ้างที่ต้องระวัง ลูกจ้างไม่ควรเห็นว่าตัวเองอายุเกิน 60 แล้วคิดว่าสามารถเดินออกจากบริษัทเมื่อไรก็เรียกค่าชดเชยได้ ส่วนนายจ้างก็ไม่ควรเห็นว่าลูกจ้างเป็นฝ่ายยื่นหนังสือเกษียณเองแล้วรีบสรุปว่าเป็นการลาออกและไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย เพราะหากเป็นการใช้สิทธิตามมาตรา 118/1 วรรคสองโดยถูกต้อง กฎหมายกำหนดให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยไว้โดยตรง

สุดท้ายแล้ว คำถามนี้เริ่มต้นจากคำว่า “อายุ 62” แต่คำตอบกลับไม่ได้อยู่ที่อายุอย่างเดียว สิ่งที่ควรหยิบขึ้นมาดูก่อนอาจไม่ใช่บัตรประชาชน แต่เป็นข้อบังคับของบริษัทว่า เขากำหนดให้ลูกจ้างเกษียณกันเมื่อไร เพราะตัวเลข 62 ปีอาจเหมือนกัน แต่อายุเกษียณที่บริษัทกำหนดต่างกัน คำตอบเรื่องค่าชดเชยก็เปลี่ยนตามไปด้วย

ทนายฝ้าย – ยิ่งพร อินทร์ศรีชื่น
ทนายความและที่ปรึกษาด้านกฎหมายแรงงาน
คลินิกกฎหมายแรงงาน | ปรึกษามีค่าใช้จ่าย