กรุณารอสักครู่

 

บทความแนะนำ

ลีกัล คลินิก แอนด์ เอดดูเคชั่น

#หยิบมาตอบ

ลากิจ…จำเป็นต้องบอกหัวหน้าด้วยหรือว่าจะไปไหน ไปทำอะไร?

ช่วงนี้เข้าไปอ่าน Pantip อยู่เรื่อย ๆ ไม่ใช่เพราะอยากไปเถียงกับใคร แต่เพราะหลายครั้งคำถามที่คนธรรมดาถามกัน กลับเป็นคำถามที่เจอในคดีแรงงานจริง ๆ

อย่างกระทู้นี้ เจ้าของกระทู้สงสัยว่า เวลาลากิจ หัวหน้ามีสิทธิถามหรือไม่ว่าจะไปไหน ไปทำอะไร บางคนรู้สึกว่าเป็นเรื่องส่วนตัว แค่บอกว่า “ลากิจ” ก็น่าจะเพียงพอแล้ว ขณะที่บางบริษัทกลับให้เขียนรายละเอียดแทบทุกครั้ง

อ่านแล้วก็ขอเอามาตอบ เพราะเรื่องแบบนี้ไม่มีคำตอบสั้น ๆ ว่าได้หรือไม่ได้

หลายคนเข้าใจว่าการลากิจเป็น “สิทธิ” ของลูกจ้าง ดังนั้นนายจ้างไม่มีสิทธิถามอะไรเพิ่มเติม ซึ่งความเข้าใจแบบนี้…ถูกเพียงครึ่งเดียว

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 34 บัญญัติไว้ว่า ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็นได้ตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน … ประโยคนี้สั้นมาก แต่มีความหมายสำคัญอยู่สองตอน

ตอนแรก กฎหมายรับรองสิทธิของลูกจ้างให้สามารถลากิจได้ และภายหลังการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2562 ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าจ้างสำหรับวันลากิจธุระอันจำเป็นปีละไม่น้อยกว่า 3 วันทำงานตามที่กฎหมายกำหนด

แต่ตอนหลังที่หลายคนมักมองข้าม คือคำว่า “ตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน” แปลว่า กฎหมายไม่ได้ลงรายละเอียดแทนทุกบริษัท แต่เปิดช่องให้นายจ้างกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการลา เอกสารประกอบ ผู้มีอำนาจอนุมัติ หรือรายละเอียดที่ต้องแจ้งไว้ในข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานได้ หากกำหนดไว้อย่างชัดเจนและใช้บังคับอย่างเป็นธรรม

เพราะฉะนั้น ถ้าบริษัทกำหนดไว้ในข้อบังคับว่า การลากิจต้องแจ้งเหตุผลหรือระบุลักษณะของกิจธุระ ลูกจ้างก็มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามระเบียบนั้น

แต่ถ้าบริษัทไม่ได้กำหนดอะไรไว้เลย แล้วอยู่ ๆ หัวหน้าบางคนอยากรู้ละเอียด บางคนไม่ถาม บางคนถามเฉพาะลูกน้องบางคน เรื่องก็เริ่มเปลี่ยนจาก “การบริหารงาน” เป็น “การเลือกปฏิบัติ” ได้

ในฐานะคนทำคดีแรงงาน สิ่งที่เจออยู่บ่อย ๆ คือ สุดท้ายคดีไม่ได้แพ้ชนะกันที่ว่า “ถามได้หรือถามไม่ได้” แต่แพ้กันตรงที่ บริษัทไม่มีระเบียบที่ชัดเจน หรือมีระเบียบ แต่ใช้กับคนหนึ่ง ไม่ใช้กับอีกคน

กฎหมายแรงงานไม่ใช่กฎหมายที่เขียนมาเพื่อบังคับให้นายจ้างต้องเชื่อใจลูกจ้างทุกคน และก็ไม่ได้เขียนมาเพื่อให้นายจ้างมีสิทธิล้วงชีวิตส่วนตัวของลูกจ้างทุกเรื่อง

หน้าที่ของกฎหมาย คือวางกรอบขั้นต่ำเอาไว้ ส่วนการสร้างความไว้วางใจระหว่างคนทำงานด้วยกัน เป็นเรื่องที่กฎหมายเขียนแทนไม่ได้

บางครั้งลูกจ้างก็อยากเก็บเรื่องส่วนตัวไว้เป็นเรื่องส่วนตัว ขณะที่นายจ้างก็เพียงอยากมั่นใจว่า การลาครั้งนั้นเป็นไปตามระเบียบและสามารถวางแผนงานต่อได้

ถ้าทั้งสองฝ่ายเริ่มต้นจากความเชื่อใจ ปัญหาหลายเรื่องอาจไม่ต้องไปจบที่ศาลเลยก็ได้ ใจตัวเองเรายังเชื่อไม่ได้เลยเอาอะไรกับการเชื่อใจของกันอยู่ร่วมกัน ดังนั้นในมุมนี้หากบริษัทมีข้อบังคับอยู่แล้วลูกจ้างก็ดูให้มันเป็นไปตามข้อบังคับอยู่บ้านเค้าทำตามกติกาเค้าตราบใดที่กติกาเค้าไม่ได้ขัดกับกฎหมาย การที่คุณไปใช้สิทธิ์โดยที่คุณไม่มีมันอาจจะทำให้คุณตกงานก็ได้

โดยทนายฝ้าย

คลินิกกฎหมายแรงงาน

ปรึกษามีค่าใช้จ่าย