กรุณารอสักครู่

 

บทความแนะนำ

ลีกัล คลินิก แอนด์ เอดดูเคชั่น

หลังจาก EP.1 มีหลายคนส่งข้อความมาคุยว่า “เพิ่งรู้ว่าที่เข้าใจมาตลอดไม่ใช่อย่างนั้น” ความจริงแล้วกฎหมายแรงงานมีรายละเอียดมากกว่าที่หลายคนคิด และหลายครั้งสิ่งที่แชร์ต่อ ๆ กันในโลกออนไลน์ ก็เป็นเพียงการหยิบกฎหมายมาเล่าเพียงครึ่งเดียว จนทำให้เข้าใจว่าตัวเองมีสิทธิ ทั้งที่เมื่อขึ้นศาลกลับไม่เป็นเช่นนั้น

วันนี้จึงชวนมาดู Fake News อีก 5 เรื่อง ที่พบได้บ่อยจากประสบการณ์ทำคดีแรงงาน

1. “บริษัทต้องอนุมัติวันลาพักร้อนทุกครั้งที่ลูกจ้างขอ”

หลายคนเข้าใจว่า วันลาพักร้อนเป็น “สิทธิ” จึงเลือกวันลาได้เอง และหากแจ้งลาล่วงหน้า นายจ้างไม่มีสิทธิปฏิเสธ

ความจริง กฎหมายให้สิทธิลูกจ้างได้รับวันหยุดพักผ่อนประจำปี แต่ไม่ได้ให้สิทธิเลือกวันหยุดได้ตามใจตนเอง การใช้วันลาพักร้อนยังต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือข้อตกลงเกี่ยวกับการทำงาน และนายจ้างมีสิทธิกำหนดช่วงเวลาการลาได้ หากมีเหตุผลอันสมควรเกี่ยวกับการดำเนินกิจการ สิทธิในการ “มีวันลา” กับสิทธิในการ “กำหนดวันลาเอง” เป็นคนละเรื่อง

2. “ถ้ามีใบรับรองแพทย์ นายจ้างไม่มีสิทธิสอบถามหรือปฏิเสธการลาป่วย”

ใบรับรองแพทย์เป็นพยานหลักฐานชิ้นหนึ่ง แต่ไม่ใช่หลักฐานที่ทำให้ข้อเท็จจริงยุติลงโดยอัตโนมัติ หากมีพยานหลักฐานอื่นที่ทำให้เห็นว่าการลาป่วยไม่เป็นความจริง หรือมีการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต นายจ้างย่อมมีสิทธิตรวจสอบข้อเท็จจริง และหากพิสูจน์ได้ว่าลูกจ้างจงใจใช้สิทธิโดยมิชอบ ก็อาจมีผลทางวินัยได้

3. “ถ้านายจ้างไม่มีหนังสือเตือน จะเลิกจ้างเพราะความผิดไม่ได้”

หลายคนเข้าใจว่า หนังสือเตือนเป็นเงื่อนไขบังคับของการเลิกจ้างทุกกรณี

แต่ความจริง หนังสือเตือนมีความสำคัญเฉพาะบางกรณีตามมาตรา 119 (4) เท่านั้น หากเป็นการกระทำความผิดร้ายแรง เช่น ทุจริต จงใจทำให้นายจ้างเสียหาย หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง กฎหมายไม่ได้กำหนดว่าต้องออกหนังสือเตือนก่อนเสมอไป

4. “นายจ้างย้ายตำแหน่งหรือเปลี่ยนหน้าที่ไม่ได้ เพราะไม่ตรงกับที่ตกลงไว้”

นายจ้างมีอำนาจบริหารจัดการกิจการ รวมถึงการมอบหมายงานและโยกย้ายตำแหน่ง หากยังอยู่ภายในขอบเขตของสัญญาจ้าง ไม่เป็นการลดสิทธิประโยชน์ หรือเป็นการกลั่นแกล้งลูกจ้าง การเปลี่ยนหน้าที่จึงไม่ได้ถือเป็นการผิดสัญญาจ้างทุกกรณี

สิ่งที่ศาลพิจารณา ไม่ใช่เพียงว่ามีการเปลี่ยนงานหรือไม่ แต่พิจารณาว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นกระทบต่อสาระสำคัญของสัญญาจ้างหรือเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตหรือไม่

5. “ลูกจ้างไม่ต้องทำตามคำสั่งที่คิดว่าไม่ถูกต้อง”

คำนี้เป็นสาเหตุของคดีจำนวนไม่น้อย ลูกจ้างหลายคนเข้าใจว่า หากไม่เห็นด้วยกับคำสั่งของนายจ้าง ก็สามารถปฏิเสธการปฏิบัติงานได้ทันที

แต่ในทางกฎหมาย หากคำสั่งนั้นเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย อยู่ภายในขอบเขตอำนาจของนายจ้าง และไม่เป็นการสั่งให้กระทำผิดกฎหมาย ลูกจ้างมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามก่อน แล้วจึงใช้สิทธิโต้แย้งภายหลัง การปฏิเสธคำสั่งโดยไม่มีเหตุอันสมควร อาจกลายเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมาย และในบางกรณีอาจเป็นเหตุแห่งการเลิกจ้างได้

กฎหมายแรงงานไม่ได้เขียนขึ้นเพื่อให้ฝ่ายหนึ่งได้เปรียบอีกฝ่ายหนึ่ง แต่เขียนขึ้นเพื่อกำหนด “ขอบเขตของสิทธิ” และ “ขอบเขตของหน้าที่” ของทั้งนายจ้างและลูกจ้าง การรู้เพียงว่าตัวเอง “มีสิทธิ” จึงยังไม่เพียงพอ หากไม่รู้ด้วยว่าสิทธินั้นมีเงื่อนไขและข้อจำกัดอย่างไร

เพราะในคดีแรงงาน คนที่แพ้คดีจำนวนไม่น้อย ไม่ใช่คนที่ไม่มีสิทธิ แต่เป็นคนที่เข้าใจว่าสิทธิของตัวเอง…กว้างกว่าที่กฎหมายให้ไว้

โดยทนายฝ้าย

คลินิกกฎหมายแรงงาน

ปรึกษามีค่าใช้จ่าย