โตขึ้นอีกแบบ คือแพ้แล้วไม่ต้องรีบพิสูจน์ว่าตัวเองยังเก่ง ตอนเด็ก ๆ เราถูกสอนเรื่องความพยายามกันเยอะมาก ทำอะไรต้องตั้งใจ อย่ายอมแพ้ง่าย ๆ ล้มแล้วต้องลุก และถ้ายังไม่สำเร็จก็ให้พยายามใหม่อีกครั้ง คำสอนเหล่านี้ไม่ได้ผิดอะไร เพียงแต่เมื่อเข้ามาอยู่ในโลกการทำงานนานขึ้น ดิฉันกลับรู้สึกว่ามีอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญพอ ๆ กัน แต่เราไม่ค่อยถูกสอน นั่นคือ ถ้าวันหนึ่งเราพยายามแล้ว แต่ยังแพ้อยู่ เราจะอยู่กับมันอย่างไร เพราะโลกการทำงานไม่ได้ยุติธรรมในแบบที่ว่าคนพยายามที่สุดจะได้ทุกอย่างเสมอไป เราอาจเตรียม Presentation มาดีมาก แต่ลูกค้าเลือกอีกบริษัท สมัครตำแหน่งที่คิดว่าเหมาะกับเรามาก แต่สุดท้ายองค์กรเลือกอีกคน เสนอไอเดียที่เรามั่นใจแต่ที่ประชุมไม่เอา หรือบางครั้งไม่มีเหตุผลอะไรซับซ้อนเลย งานของเราอาจยังไม่ดีพอจริง ๆ ก็ได้ ความผิดหวังจากเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมดา แต่สิ่งที่ดิฉันคิดว่าน่าสนใจกว่าคือ พฤติกรรมของเราหลังจากรู้ว่าตัวเองไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ เพราะตรงนั้นมักมี Ego เข้ามาเกี่ยวข้องโดยที่เราไม่ทันสังเกต บางคนรีบอธิบายว่าที่แพ้เพราะเงื่อนไขไม่ยุติธรรม บางคนเริ่มหาข้อเสียของคนที่ได้รับเลือก บางคนบอกตัวเองว่า “จริง ๆ ก็ไม่ได้อยากได้ขนาดนั้น” ทั้งที่ก่อนหน้านี้อยากได้มาก หรือบางคนรีบหาความสำเร็จเรื่องใหม่มาวางทับ เพราะทนอยู่กับความรู้สึกว่าตัวเองเพิ่งแพ้ไม่ได้ พฤติกรรมเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าเราเป็นคนไม่ดี แต่มันอาจกำลังบอกว่า เราผูกคุณค่าของตัวเองไว้กับการเป็นคนที่ต้องชนะมากกว่าที่คิด ดิฉันจึงมองว่า “การแพ้ให้เป็น” เป็น Self-management อีกแบบหนึ่ง...










