ใกล้ปลายปี ยังคงมีคำถามเกี่ยวกับโบนัสเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ในวันนี้มีคำถามในวันนี้มีว่า “นายจ้างสามารถหักเงินโบนัสของลูกจ้าง เพื่อนำไปชดใช้ค่าเสียหายได้หรือไม่ ??” คำถามนี้สามารถตอบได้ 2 กรณีค่ะยาวนิดค่อยค่อยอ่านนะ ตอบ!! 1. กรณีหักได้ หากลูกจ้างได้กระทำผิดและข้อเท็จจริงก็ยุติว่าผิดจริง นายจ้างก็สามารถ “หักได้” เพราะเงินโบนัส เป็นเงินที่จ่ายจากผลการดำเนินงานของบริษัทที่จ่ายให้แก่ลูกจ้างเมื่อสิ้นปีโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นรางวัลและเพื่อเป็นแรงจูงใจและขวัญกำลังใจ ซึ่งไม่ถือเป็นค่าจ้าง จึงต้องไม่ห้ามตามกฎหมาย ม.76 แต่การหักเงินโบนัสดังกล่าวเป็นการใช้สิทธิหักกลบลบหนี้กับลูกจ้างผู้ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนความรับผิดทางละเมิด ตาม ป.พ.พ. ม.341 ซึ่งมีคำพิพากษาของศาลที่ได้วินิจฉัยในเรื่องดังกล่าว ดังนี้ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13798/57 ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ศาลแรงงานภาค 3 ฟังข้อเท็จจริงว่า หลังจากโจทก์ออกจากงาน จำเลยกล่าวหาว่าโจทก์ทุจริตต่อหน้าที่ยักยอกทรัพย์ของจำเลยและศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าโจทก์ยักยอกทรัพย์ของจำเลยให้โจทก์คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนแก่จำเลย 1,100,620 บาท การกระทำของโจทก์ถือเป็นการทุจริตต่อหน้าที่และทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย โจทก์มีสิทธิได้รับเงินสะสมส่วนของตนพร้อมดอกเบี้ย แต่ไม่มีสิทธิได้รับเงินสมทบในส่วนจำเลยพร้อมดอกเบี้ยตามหนังสือคู่มือพนักงาน ข้อ 5 หน้า 25 และจำเลยมีสิทธินำเงินสะสมส่วนของโจทก์พร้อมดอกเบี้ยมาชำระค่าเสียหาย ส่วนเงินโบนัสและเงินช่วยเหลือพนักงานนั้นไม่มีข้อบังคับหรือข้อตกลงให้จำเลยนำมาหักชำระค่าเสียหายได้ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า จำเลยมีสิทธินำเงินโบนัสดำเนินการขายและเงินช่วยเหลือพนักงานที่โจทก์มีสิทธิจะได้รับจากจำเลยมาหักกลบลบหนี้ออกจากค่าเสียหายที่โจทก์จะต้องชดใช้ให้แก่จำเลยหรือไม่ เห็นว่า โจทก์และจำเลยต่างมีความผูกพันซึ่งกันและกันโดยมูลหนี้อันมีวัตถุเป็นอย่างเดียวกันและหนี้ของโจทก์และจำเลยถึงกำหนดชำระแล้ว จำเลยจึงมีสิทธิที่จะนำเงินดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยตามคำพิพากษาศาลแรงงานภาค 3 ที่โจทก์จะได้รับจากจำเลยมาหักกลบลบหนี้ได้ตาม ป.พ.พ....










